"การเติบโตอย่างต่อเนื่องของเราในปี 2552 ถือเป็นบทพิสูจน์อย่างชัดเจนของบริษัทในการลงทุนระยะยาวกับลูกค้าและพนักงาน ตลอดจนการยึดมั่นในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา" นายจิม กูดไนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) บริษัท แซส กล่าว และว่า "เราไม่เพียงรอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจขาลงได้เท่านั้น แต่เรายังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ด้วย"
ในขณะที่รายได้จากผู้ค้าซอฟต์แวร์รายอื่นๆ ในตลาดลดลง แต่เฉพาะรายได้จากยอดขายซอฟต์แวร์ของบริษัทแซส เพิ่มขึ้นถึง 3.3% และยังได้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาซอฟท์แวร์อย่างต่อเนื่อง โดยลงทุนถึง 23% ของรายได้ในปี 2552 ซึ่งตอกย้ำจากคำสัญญาที่นายกูดไนท์ได้ให้ไว้เมื่อปีที่แล้ว ว่าจะไม่มีการปลดพนักงานอันเนื่องมาจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจเป็นอันขาด โดยให้ความสำคัญในด้านพันธกิจของบริษัทที่มีต่อนวัตกรรมและพนักงาน
เมื่อเร็วๆ นี้บริษัท แซส ได้รับรางวัลอันดับ 1 ด้าน "100 บริษัทที่น่าทำงานที่สุด" แห่งปี ที่จัดโดย นิตยสารฟอร์จูน โดยบริษัท แซส ได้รับการจัดอันดับดีเยี่ยมในด้านการให้บริการสุขภาพ การดูแลบุตรของพนักงาน และการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ทั้งนี้ บริษัท แซส ยังติดอันดับกลุ่มรายชื่อบริษัทที่น่าทำงานที่สุดเป็นเวลาทั้งสิ้น 13 ปีมาแล้ว นับตั้งแต่บริษัทได้รับการก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2541 ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 7 ที่บริษัท แซส มีรายชื่อติดอันดับอยู่ใน 10 อันดับแรกและนับเป็นครั้งที่ 5 ที่ติดอันดับสูงสุดห้าอันดับแรกด้วย
"สำหรับประเทศไทย เรามุ่งเน้นด้านความสุขในการทำงานของพนักงานเช่นเดียวกัน เพราะถ้าพนักงานมีความสุขในการทำงานและมีสวัสดิการที่ดีแล้ว คุณภาพและความใส่ใจต่อการบริการลูกค้าและสังคมก็จะเพิ่มทวีคูณมากขึ้น ซึ่งเรามีความมุ่งมั่นที่จะติดอันดับ บริษัทที่น่าทำงานที่สุดในประเทศไทยเช่นเดียวกัน " นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าว
ผลประกอบการทั่วโลก
รายได้ทั่วโลกของแซส ประกอบด้วย ภูมิภาคอเมริกามีรายได้คิดเป็นสัดส่วน 44% จากรายได้ทั้งหมด ขณะที่ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา (อีเมีย) คิดเป็น 45% และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ระดับ 11%
ทั้งนี้ 83% ของประเทศทั้งหมด 120 ประเทศ ของบริษัท แซส ที่ดำเนินธุรกิจอยู่นั้น มียอดขายซอฟต์แวร์ที่เติบโตขึ้น โดยในกลุ่มตลาดที่เติบโตมั่นคงแล้ว (Mature Market) อัตราการเติบโตของยอดขายซอฟต์แวร์ในสหรัฐ อังกฤษ แคนาดา เยอรมันนี และเนเธอร์แลนด์ มีสัดส่วนสูงตั้งแต่ 6-17% ในระดับสกุลเงินคงที่ สำหรับตลาดที่กำลังพัฒนา เปอร์เซ็นต์การเติบโตที่ระดับเลขสองหลักเกิดขึ้นในภูมิภาคยุโรปตะวันออกส่วนใหญ่ ตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ และส่วนต่างๆ ของภูมิภาคเอเชียและ ละตินอเมริกา
ฐานลูกค้าทั่วโลกของแซสขยายตัว
ในปี 2552 บริษัท แซส มีลูกค้าใหม่ 1,389 รายจากทั่วโลก โดยลูกค้าใหม่ของบริษัท แซส ประกอบด้วยแองโกลฟาร์มา, ตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์, บริษัทคลอร็อกซ์แห่งแคนาดา จำกัด, เอฟฟิเชียนซี ยูนิต, เฟียต ออโตโมวีส์, เลโก ซิสเต็มส์ อิงค์., โลยัลตี้ นิวซีแลนด์, ไนอาการา เฮลธ์ ซิสเต็มส์, อาร์เอช ดอนเนลลี อิงค์., เทเลโฟนิกา, ทีวี2เอเอส (นอร์เวย์), เวสต์เจ็ต, เว็ต ซีล อิงค์., วิสตรอน คอร์ป. และวัตเตนฟอลล์ เป็นต้น
การปรับใช้โซลูชั่นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ ที่มีประสิทธิภาพยังคงเกิดขึ้นในองค์กรขนาดใหญ่โดยทั่วไป ซึ่งจากบริษัทที่ติดกลุ่ม 100 อันดับแรกของ 500 บริษัทชั้นนำระดับโลกจากนิตยสารฟอร์จูน (2009 FORTUNE Global 500®) พบว่า 93 รายเป็นลูกค้าปัจจุบันของบริษัท แซส โดยในสหรัฐอเมริกานั้น พบว่า 80% ของลูกค้าใหม่ คือ ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าองค์กรที่มียอดขายต่อปีไม่ถึง 500 ล้านดอลลาร์ ให้การยอมรับคุณค่าและลงทุนด้านการวิเคราะห์ธุรกิจจากบริษัท แซส
Social Network จะเป็นตัวชี้วัดความเป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจ
จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เริ่มต้นขึ้นอย่างช้าๆ หลายส่วนของโลกนั้น ในปี 2553 องค์กรต่างๆ จะยังให้ความสำคัญกับการปรับปรุงองค์กรโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพิ่มการเติบโตของรายได้ในสายผลิตภัณฑ์หลัก และปรับธุรกิจของตนให้เหมาะสม โดยบริษัท แซส จะช่วยองค์กรต่างๆ ด้วยการจัดเตรียมเฟรมเวิร์กการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ ที่สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้ลูกค้าได้ อีกทั้งยังทำให้การตัดสินใจของลูกค้าเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสามารถช่วยในด้านการวิเคราะห์ความเสี่ยงและการปรับใช้โซลูชั่นให้เหมาะสม เพื่อประหยัดงบประมาณ การปรับใช้ระบบลูกค้าอัจฉริยะ และระบบการตลาดอัตโนมัติ เพื่อผลักดันการเติบโตของรายได้ รวมทั้งการปรับใช้การวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคม เพื่อป้องกันการฉ้อโกงและภัยคุกคามจากการก่อการร้ายทางธุรกิจ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
"เราอยู่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลกเช่นเดียวกัน" นายจิม เดวิส รองประธานอาวุโส บริษัท แซส กล่าว และว่า "แต่ไม่ใช่ว่าทุกคน จะสามารถพลิกผันสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เหมือนๆ กัน โดยในปี 2553 เราต้องการให้ทุกคนรับรู้ถึงโอกาสที่มีอยู่และวิธีที่จะเข้าถึงโอกาสเหล่านั้น ในทิศทางเดียวกัน ทุกภูมิภาค"
นายทวีศักดิ์ ยังเสริมอีกว่า "สำหรับปี 2553 นี้ ในประเทศไทย การนำข้อมูลด้าน Social Network มาวิเคราะห์และใช้ประโยชน์จะเป็นตัวชี้วัดความเป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจที่ดีอีกวิธีหนึ่ง (Social Network Analysis) ทั้งการนำโซลูชั่นด้านการตลาด (Customer Intelligence) การบริหารจัดการด้านความเสี่ยง (Risk Intelligence) และระบบการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ (Business Analytic Framework) มาใช้สร้างความแตกต่างในธุรกิจ เป็นโซลูชั่นที่จำเป็น โดยแซส ประเทศไทย จะมุ่งเน้นและลงทุนด้านบุคคลากรในการนำเสนอแก่ลูกค้าด้านดังกล่าวมากยิ่งขึ้นในปีนี้ และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 50% ในปีนี้"














You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.