
การบริการจัดการคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับบริษัทค้าปลีกที่มีปริมาณการหมุนเวียนของสินค้าในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการขนส่งและกระจายสินค้าไปยังลูกค้าในที่ต่างๆ หลายครั้งที่ต้องมีการหันมาใช้บริการคลังสินค้าของ 3PLs (Third party logistics providers) เพื่อช่วยการกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
The Billennium Corporation เป็นบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2540 ให้บริการและดูแลเรื่องคลังสินค้าในส่วนที่เป็นบัฟเฟอร์ มีลูกค้าหลักที่สำคัญได้แก่ กลุ่มลูกค้า FMCG (Fast Moving Consumer Goods) และกลุ่มค้าปลีก (Retailers) เช่น เทสโก้ โลตัส, อเมริกันสแตนดาร์ด, น้ำแร่เนสท์เล่ และ F&N Dairiesฯลฯ
บริษัท The Billennium Corporation ถือเป็นหนึ่งในบริษัท 3PLs รายหนึ่งที่บริหารงานเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ ซึ่งมีลูกค้าอย่าง F&N Dairies ได้ให้ความไว้วางใจและใช้บริการ คุณณัฏฐา ศรีปราบ Sales Director บริษัท The Billennium Corporation ได้เปิดเผยถึงเคล็ดลับการบริหารจัดการคลังสินค้าที่สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าตลอดมา
บริการครบวงจรตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า
คุณณัฏฐา เปิดเผยว่า Billennium พร้อมให้บริการด้านคลังสินค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การรับและจัดเก็บสินค้า หรือแม้กระทั่งในบางครั้งที่จำเป็นที่ต้องมีการบรรจุสินค้าใหม่ (re-pack) เนื่องจากลูกค้าอาจมีโปรโมชั่นต่างๆ เช่น การแถมสินค้าเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ครบตามเงื่อนไข ซึ่งโดยปกติของแถมและตัวสินค้าจะไม่ได้ส่งมาด้วยกัน ทำให้ต้องมีการนำมาบรรจุร่วมกันใหม่ เพื่อที่จะสามารถพร้อมส่งต่อไปให้กับลูกค้าได้
คลังสินค้าที่ออกแบบตามประเภทของสินค้า
Billennium มีคลังสินค้าที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กระจายสินค้าหลักอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะและที่นวนคร โดยยึดการออกแบบคลังสินค้าตามความต้องการของลูกค้า (customized) เป็นหลัก ในส่วนของคลังสินค้าที่โรจนะ Billennium ให้บริการกระจายสินค้าให้กับ F&N Dairies ซึ่งมีการจัดวางสินค้าในรูปแบบแร็กทั้งหมด และสามารถรองรับสินค้าที่มีน้ำหนักมาก โดยมีการแบ่งแยกโซนสำหรับการบรรจุสินค้าที่ต้องใช้แรงงานออกไปต่างหาก ส่วนการจัดวางสินค้าบนชั้น มีการจัดวางสินค้าที่มีการหมุนเวียนเร็วในส่วนของด้านหน้าที่ติดกับลานวางสินค้า และเก็บสินค้าที่มีการไหลเวียนช้าไว้ในสต็อกสินค้าด้านหลัง สำหรับคลังสินค้าที่นวนคร เป็นการจัดเก็บวางสินค้าไว้กับพื้นธรรมดา
มั่นใจผู้ให้บริการระบบคลังสินค้า SSI Schaefer
ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ Billennium ในการเลือกผู้ให้บริการระบบคลังสินค้าที่เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานของบริษัทฯ คุณณัฏฐา ได้ให้ความเห็นว่า “การที่จะเลือกใช้บริการบริษัทใด จำเป็นต้องดูองค์ประกอบในหลายๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นในด้านการเสนอราคา การแนะนำรูปแบบและการให้คำแนะนำว่า ควรมีการใช้ระบบแบบไหนจึงจะเหมาะสมกับประเภทของสินค้าที่แตกต่างกัน สาเหตุที่เราเลือก SSI Schaefer เพราะเห็นถึงความเป็นมืออาชีพด้านข้อมูลระบบจัดเก็บสินค้า และความสามารถในการให้คำแนะนำการออกแบบรูปแบบคลังสินค้าได้”
เนื่องจากสินค้าที่จัดเก็บในคลังสินค้าของ Billennium ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่มีขนาดใหญ่ ทาง SSI Schaefer จึงได้ออกแบบรูปแบบของคลังสินค้าให้เหมาะสมกับพื้นที่ ทำให้สามารถใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด นอกจากนี้ SSI Schaefer ยังได้ให้คำปรึกษาตั้งแต่เริ่มการทำโครงการร่วมกัน คุณณัฏฐา ยังเปิดเผยอีกว่า “ประทับใจในความเป็นมืออาชีพของ SSI Schaefer ที่สามารถส่งมอบได้ตรงตามเวลาที่กำหนด ทั้งยังคอยเข้ามาดูแลระบบอยู่ตลอดเวลา สำหรับโครงการในอนาคตอาจต้องพิจารณาดูความเหมาะสม แต่คาดว่า SSI Schaefer น่าเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่ Billennium ให้ความมั่นใจในคุณภาพงานบริการและผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้”
SSI Schaefer ผู้นำตลาดด้านระบบจัดเก็บสินค้าในประเทศไทยมากว่า 21 ปี โดยบริษัทฯ เน้นด้านการให้บริการ แนะนำปรึกษาและวางแผนให้กับลูกค้าผู้ที่มีความต้องการพัฒนาการจัดการระบบจัดเก็บสินค้า โดย SSI Schaefer เน้นการนำเสนอด้านการออกแบบระบบที่สามารถรองรับการทำงานของลูกค้าแต่ละราย และสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับผลประโยชน์สูงสุด
หลักการบริหารคลังสินค้าที่ดีของ Billennium
การที่จะประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการคลังสินค้านั้น จำเป็นต้องรู้ข้อมูลพื้นฐานของลูกค้าและสินค้า ทั้งนี้ จำเป็นที่ต้องมีการบริหารเรื่องเวลา และการจัดลำดับความสำคัญของสินค้า เช่น ในกรณีที่สินค้าบางชนิดมีการไหลเวียนของสินค้ามากกว่าสินค้าประเภทอื่น ก็ควรที่มีการจัดวางให้อยู่ในบริเวณที่หยิบออกได้ง่าย
คุณณัฏฐา เปิดเผยว่า “การไหลเวียนของสินค้า ลูกค้าส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่คล้ายกันคือ จะไปหนาแน่นในช่วงปลายเดือน เพราะเป็นช่วงที่มีการปิดยอดขายแต่ละบริษัท การกำหนดตารางเวลาการทำงานให้เสร็จทันตามที่ลูกค้าต้องการเป็นเรื่องที่ต้องทำเป็นอันดับแรก แล้วจึงพิจารณาถึงลำดับของสินค้าที่จำเป็นต้องส่งออกก่อน เช่น สินค้าที่ต้องส่งไปยังภาคใต้ควรมีการส่งออกไปก่อน เนื่องจากมีระยะทางไกล ถ้าจัดลำดับของสินค้าไม่ถูกต้อง จะทำให้เกิดการใช้พื้นที่เพิ่มและก่อให้เกิดความล่าช้าได้ นอกจากนี้การว่าจ้างแรงงานเผื่อไว้ในกรณีที่มีปริมาณไหลเข้ามามากเป็นอีกหนึ่งวิธี Billennium นำมาปฏิบัติ เพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้าได้ตรงเวลา โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) ที่ต้องได้รับสินค้าตรงตามกำหนดเวลา
การเข้าใจความต้องการของลูกค้าคือหัวใจหลัก
จากมุมมองในฐานะผู้บริหารของ Billennium คุณณัฏฐามองว่า “การทำงานให้ประสบความสำเร็จได้นั้น จำเป็นที่ต้องมีการพูดคุยประสานงานกับทางลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเข้าใจในสินค้า และทราบว่าเรื่องใดเป็นเรื่องที่ลูกค้าให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะการที่เราจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ เราต้องรู้และเข้าใจกุญแจสำคัญของลูกค้า”
คุณณัฏฐา กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า Billennium มีความสามารถเทียบเท่าได้กับบริษัทต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นในด้านความสามารถของบุคลากรในองค์กร และความสามารถที่จะรองรับและสนองความต้องการของลูกค้า อันจะเห็นได้จากการที่ลูกค้าหลายรายเปลี่ยนจากการใช้บริการบริษัทโลจิสติกส์ต่างชาติยักษ์ใหญ่ หันมาใช้บริการของ Billennium แทน
















Leave a comment :