Switch to: uk
24 October 2014 10:30AM

BIG C เดินหน้า Green Logistics ”ขนส่งสีเขียว”

04 Aug 11 ,  Logistics Digest
  • 0

บี๊กซี ตอบรับกระแส Green Logistics จับมือพันธมิตร กลุ่มสยามมิชลิน และโทลล์ โลจิสติคส์ สร้างระบบขนส่งสีเขียว ทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท พัฒนารถบรรทุกสินค้าอนุรักษ์พลังงาน ลดเที่ยวการขนส่ง ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ จำนวน 1.8 ล้านกิโลกรัม ภายใน 3 ปี

big_c_01

 

นายเกรก โอเชียร์ รองประธานฝ่ายการจัดการซัพพลายเชน บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ถึงโครงการในการพัฒนาระบบขนส่งสีเขียวว่า ระบบการขนส่งถือเป็นหัวใจหลักอย่างหนึ่งของความสำเร็จของบิ๊กซี เนื่องจากได้มีการใช้ระบบขนส่ง 24 ชั่วโมง จึงได้มีการคิดค้นระบบขนส่งสีเขียวขึ้น เพื่อให้กับการขนส่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยประหยัดพลังงานและลดภาวะโลกร้อนได้มากที่สุด

 

ทั้งนี้ บิ๊กซี ได้จับมือพันธมิตรทางธุรกิจ 2 ราย คือกลุ่มสยามมิชลลิน และบริษัท โทลล์ โลจิสติคส์ จำกัด ในการลงนามบันทึกวามเข้าใจร่วมมือสร้างระบบขนส่งสีเขียว ด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ด้านการขนส่งที่ไม่เคยมีการใช้ในประเทศไทยมาก่อน และการจัดการระบบขนส่งที่ดีมาพัฒนาให้ระบบขนส่งของบิ๊กซี มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากที่สุด ตามคอนเซ็ปต์ “บิ๊กซี..ใหญ่ขึ้น และให้คุณได้มากกว่า” โดยมีเป้าหมายที่จะลดจำนวนการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 1 ล้าน 8 แสนกิโลกรัม ภายในสิ้นปี 2557 เพื่อสนับสนุนโครงการรณรงค์ลดคาร์บอน 84 กิดลกรัม เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา

 

นายเกรก กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี 2557 บิ๊กซีจะใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท ในการนำความคิดและเทคโนโลยีสมัยใหม่ๆ ของการขนส่งไปพัฒนาระบบขนส่งสีเขียวของบิ๊กซี ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากที่สุด โดยในปี 2554 ซึ่งเป็นการดำเนินการขั้นแรก บิ๊กซีจะนำนวัตกรรมขนส่งที่ไม่เคยใช้มาก่อนในประเทศไทย มาพัฒนารถขนส่งของบิ๊กซี ให้มีความสามารถในการบบรรจุของและรับน้ำหนักได้มากขึ้น และช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 47 % นอกจากนั้น จะใช้ยางประหยัดพลังงานของกลุ่มมิชลิน เพื่อลดการใช้พลังงานเพิ่มเติมอีก 4 % และจะมี บริษัท โทลล์ โลจิสติคส์ เป็นผู้ดูแลฟลีทรถ ให้มีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานให้มากที่สุด

 

รถขนส่งสีเขียวของบิ๊กซี จะมีนวัตกรรมใหม่ได้แก่ 1.ระบบพื้นที่วางสินค้าในรถแบบเคลื่อนที่ได้ ซึ่งจะทำให้สามารถบรรจุสินค้าขนาดต่างๆ บนแท่นวางของขนาดต่างกัน เข้าในตัวรถได้เต็ม 100% ของพื้นที่บรรจุ โดยจะสามารถบรรจุถึง 44 แท่นบรรจุ และรับน้ำหนักรวมได้ถึง 57 ตัน  2. ระบบฝาข้างรถแบบพับได้ ทำให้การขนส่งของขึ้น ลงง่ายและรวดเร็วขึ้น 3. ยางรถที่ช่วยลดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมิชลินได้พัฒนายางรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพช่วยประหยัดน้ำมันและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ซึ่งจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการลดปริมาณการใช้วัตถุดิบและลดจำนวนการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย 4. รถรับส่งสินค้าแบบเฉพาะที่ ซึ่งเป็นการศึกษาของบิ๊กซีว่า เมื่อบิ๊กซีมีสาขาเพิ่มและมีความต้องการสั่งสินค้าล็อตใหญ่ขึ้น หากมีการใช้รถขนส่งเพื่อรับขนส่งสินค้า ทำให้การขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างตรง รวดเร็ว ทันต่อความต้องการ และช่วยลดการเก็บสต๊อคสินค้าด้วย

 

“ในปี 2555 บิ๊กซี ได้เตรียมงบประมาณอีกกว่า 200 ล้านบาท ในการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบขนส่งสีเขียว ให้ครอบคลุมด้านต่างๆมากขึ้น ตามคอนเซ็ปต์ บิ๊กซี ..ใหญ่ขึ้น และคุณได้มากกว่า” นายเกรก กล่าว

 

นายเสกสรรค์ ไตรอุโฆษ กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่ม สยามมิชลิน กล่าวว่า มิชลินให้ความสำคัญกับการค้นคว้าวิจัยนวตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ยางมีประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีทีมงานวิจัยกว่า 6,000 คนทั่วโลก และงบประมาณกว่า 500 ล้านยูโรต่อปี เพื่อพัฒนายางที่มีความสมดุลย์ในทุกๆด้าน โดยเฉพาะด้านการประหยัดพลังงาน โดยตั้งแต่ปี 1992  มิชลินได้พัฒนายางประหยัดน้ำมันของมิชลินที่ติดตั้งอยู่กับรถยนต์และรถบรรทุก สามารถประหยัดการใช้น้ำมันไปได้แล้วกว่า 1.4 หมื่นล้านลิตร และลดปริมาณก๊าชคาร์บอนไดอ็อกไซด์ไปแล้วกว่า 35 ล้านกิโลกรัมทั่วโลก