Switch to: uk
23 March 2017 09:03AM

Interroll เปิดตัวลูกกลิ้งประหยัดพลังงาน

03 Oct 11 ,  Logistics Digest
  • 0

Interroll เปิดตัว Roller Driver รุ่น EC310 ประหยัดพลังงาน70% เพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน 2-3 เท่าตัว พร้อมต่อยอดธุรกิจด้วยการจับคู่การค้าสร้าง Dynamic Storage เตรียมบุกตลาด Automation ในปีนี้

หัวใจหลักของสายการผลิตในอุตสาหกรรมคือ ประสิทธิภาพ ความเร็วในการผลิต ประหยัดพลังงาน และลดแรงงานคน จากจุดนี้เองที่ทำให้ Interroll Thailandสร้างอุปกรณ์ Roller หรือลูกกลิ้ง เพื่อตอบสนองกับความต้องการอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายในกระบวนการผลิต จากความแข็งแกร่งของบริษัทแม่ที่ตั้งอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ และความเชื่อมั่นของลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม ทำให้ขณะนี้กลุ่มสินค้าประเภท Roller ครองอันดับหนึ่ง คิดเป็นสัดส่วนการตลาด 50-60% ของกลุ่มสินค้าชนิดเดียวกัน

 

102_th_2_001

 

คุณไกรสร นาคะพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Interroll Thailandกล่าวว่า “ถึงแม้ว่าเราจะมีคู่แข่งเป็นผู้ผลิตภายในประเทศและต่างประเทศ แต่ด้วยความหลากหลายของสินค้าที่มีมากกว่า 1,000 ชนิด รวมถึงคุณภาพ เทคโนโลยีและมาตรฐานของสินค้ารวมทั้ง การจัดส่งสินค้าที่ไว้ใจได้ ทำให้เราสามารถตอบสนองลูกค้าได้ทั้งในกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ผลิตเครื่องจักร (OEM) และ ผู้ใช้งานโดยตรง (End user)”

 

สินค้าของบริษัทแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ Drive andRoller, Dynamic Storage และ Automation ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการทำหน้าที่ในระบบ Internal Logistics ให้กับทุกๆ อุตสาหกรรม

 

Rollerประหยัดพลังงาน และเพิ่มความรวดเร็ว

 

Interroll ผลิต Roller 2 ประเภท คือ แบบธรรมดาแ ละชนิดมอเตอร์ในตัว เพื่อรองรับความต้องการให้กับ OEM ที่เป็นผู้ผลิตเครื่องจักรอุปกรณ์ลำเลียง ลูกกลิ้งแบบธรรมดาใช้หลักการทำงานตามแรงโน้มถ่วงเพื่อช่วยผ่อนแรงเวลาพนักงานผลักสินค้าบนเครื่องลำเลียง สำหรับชนิดที่มีมอเตอร์ในตัวจะมีอุปกรณ์กลไกและมอเตอร์เพื่อขับเคลื่อนสินค้าไปยังตำแหน่งที่ต้องการ การเลือกใช้อุปกรณ์แต่ประเภทขึ้นอยู่กับสินค้าที่ต้องการลำเลียง สภาพแวดล้อมในการใช้งาน รูปแบบการใช้งานรวมทั้งชนิดของอุตสาหกรรมนั้น  โดยบริษัทจะทำงานควบคู่กับ OEM เพื่อที่จะได้แนะนำและเลือกใช้อุปกรณ์ได้ถูกต้องเหมาะสมตามความต้องการของ OEM แลของผู้ใช้งานโดยตรง (End User)  ด้วย

 

ในปีนี้บริษัทมีแผนการขยายตลาดสินค้า Drum Motor ลูกกลิ้งที่มีมอเตอร์ภายในเพื่อใช้ขับสายพานลำเลียง ซึ่งเหมาะสำหรับอุตสาหกรรมอาหารที่ต้องการสุขอนามัย (HACCP) Drum Motorที่ใช้เป็นชุดขับของสายพานลำเลียงสามารถที่จะฉีดน้ำแรงดันเพื่อทำความสะอาดอุปกรณ์สอดคล้องกับระบบสุขอนามัยของอุตสาหกรรมนั้นๆ

 

“ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารอันดับสามของโลก เราจึงมองเห็นโอกาสที่จะนำเสนอสินค้า Drum Motor ให้กับลูกค้าโดยประโยชน์ที่ได้จากการใช้สินค้าประเภทนี้คือ การประหยัดพลังงาน เพราะDrum Motorที่เลือกใช้จะมีขนาดของ แรงม้าลดลงกว่าชุดขับแบบทั่วๆไป ทำให้ใช้พลังงานลดลงด้วย รวมถึงการทำความสะอาดได้ง่าย” คุณไกรสร กล่าว นอกจากอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมการผลิตทั่วไปแล้ว ยังนิยมใช้กับสายพานลำเลียงสัมภาระภายในสนามบินอีกด้วย

 

Roller Driver รุ่น EC310 เป็นลูกกลิ้งมอเตอร์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 มิลลิเมตรทำงานควบคู่กับการ์ดควบคุม (Control card) มีลักษณะเด่นคือ เมื่ออยู่ในสายพานการผลิตเดียวกัน จะสามารถกำหนดให้ทำงานแยกเป็นโซนๆได้ เมื่อมอเตอร์ตัวแรกขับเคลื่อนสินค้าไปเสร็จสิ้นแล้วจะส่งต่อไปยังมอเตอร์ตัวที่สองให้เป็นแรงขับเคลื่อนสินค้าต่อไป จนกว่าจะมีสินค้าใหม่เข้ามามอเตอร์ตัวแรกจึงจะทำงานต่อ การทำงานในลักษณะนี้จะทำให้ผุ้ใช้งานสามารถประหยัดพลังงานได้ 70% และช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน 2-3 เท่าตัว และลดจำนวนแรงงานคนได้

 

102_th_2_002

 

ร่วมกับคู่ค้าธุรกิจ ทำระบบ Dynamic Storage

 

ระบบคลังสินค้าในปัจจุบันเน้นที่ความรวดเร็ว พื้นที่ที่อำนวยความสะดวกในการใช้สอย ประหยัดเวลา ลดแรงงานคน ซึ่งบริษัท Interroll Thailand สามารถต่อยอดการทำธุรกิจร่วมกับคู่ค้า เช่น Rack Maker ร่วมกันออกแบบระบบ Dynamic Storage ซึ่งมีแนวคิดอยู่ที่ลดการเคลื่อนที่ของFolkliftโดยสินค้าวิ่งเข้ามาหาพนักงานเองโดยการนำโครงสร้าง ของRack และนำชุด Roller ตามที่ได้ออกแบบให้เหมาะสม วิธีการจัดเก็บพาเลทโดยพาเลทจะเคลื่อนที่ด้วยกฏแรงโน้มถ่วง พาเลทจะถูกนำเข้าไปใน Rack โดย Folklift ป้อนเข้าไป แล้วพาเลทจะเคลื่อนที่ออกมาอีกด้านหนึ่งโดยน้ำหนักของพาเลทเอง บริษัทฯ มีสินค้าหลักในกลุ่มนี้อยู่ทั้งหมด 3 ชนิด คือ Pallet Flow, Carton Flow และ Push Back

 

ตลาดหลักสำหรับธุรกิจ Dynamic Storage ได้แก่ อุตสาหกรรมด้านอาหาร เครื่องดื่ม ยานยนต์ อีกทั้งศูนย์กระจายสินค้า

 

สำหรับสินค้าในกลุ่ม Pallet Flow เหมาะกับสินค้าที่มีการเข้าเร็วออกเร็ว (Fast Moving) สามารถรับน้ำหนักมากตั้งแต่ 100 กิโลกรัม ถึง 1000 กิโลกรัม ส่วน Carton Flow เหมาะกับการจัดเก็บกล่องสินค้าที่มีน้ำหนักน้อยในคลังสินค้าที่มีการ Picking  ส่วนกลุ่ม Push Back ออกแบบสำหรับการจัดเก็บพาเลทสินค้าลักษณะ Last In First Out โดยจะเหมาะกับสินค้าเข้าออกเป็นล็อด

 

การลงทุนในระบบจัดเก็บสินค้าถึงแม้จะใช้การลงทุนที่สูง แต่จะได้ผลตอบแทนในระยะสั้นประมาณ2-3ปี เช่น ระบบ Pallet Flow ทั้งโครงเหล็กและลูกกลิ้งมีการลงทุนที่สูงกว่าระบบการจัดเก็บแบบทั่วไปถึง 7-10 เท่า แต่เมื่อเปรียบเทียบในระยะยาวทั้งเรื่องประหยัดพื้นที่ในการเก็บสินค้ามากขึ้น 40-60% ทำให้ไม่ต้องเสียค่าเช่าคลังเก็บสินค้า ประหยัดการใช้ Folk Lift ประหยัดแรงงานคน ทำให้การคืนทุนได้ภายใน 2-3 ปี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของโรงงานอุตสาหกรรมแต่ละแห่งด้วย

 

“ยกตัวอย่างลูกค้าของบริษัทแห่งหนึ่ง ใช้ระบบ Pallet Flow กับเรา ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนกลับคืนมาภายในเวลาปีครึ่งเท่านั้นเอง มีพื้นที่จัดเก็บมากขึ้น 3 เท่า แรงงานที่เคยใช้ 50 คนเหลือ 20 คน รวมถึงการลดการใช้ Folk Lift ซึ่งการใช้ระบบนี้จะเน้นเรื่องวิศวกรรมเป็นหลัก เพราะการไหลของสินค้าขึ้นอยู่กับน้ำหนักสินค้า ดังนั้นเราจะต้องมีการทดสอบการทำงานก่อนจะส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าทุกๆราย” คุณไกรสร กล่าว

 

สร้างระบบ Automation พร้อมเตรียมบุกตลาดเวียดนาม

 

ในเมื่อ Interroll มีความเชี่ยวชาญด้านการขับเคลื่อนเทคโนโลยีลูกกลิ้งอยู่แล้ว จึงนำความรู้ที่ได้มาสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าAutomation เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าใหม่ System Integrator ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบระบบโดยรวมและด้านซอฟท์แวร์ และต้องการเลือกใช้conveyorแต่ละชนิดตามการออกแบบระบบ สินค้าAutomation เป็นแผนงานที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ ชึ่งประกอบด้วย Conveyor ModuleBelt Curve และระบบแยกประเภทสินค้า (Sorter) เช่น การแยกจดหมายพัสดุ การแยกสินค้าในศูนย์กระจายสินค้าใหญ่ๆ

 

ด้านแนวโน้มการเติบโตของบริษัท คุณไกรสร เพิ่มเติมว่า ขณะนี้กลุ่มสินค้า Drive and Rollerบรษัทเป็นผู้นำอันดับหนึ่ง ถึงแม้จะมีคู่แข่งที่เป็นผู้ผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่บริษัทฯ มีข้อได้เปรียบคือการบริการลูกค้าได้รวดเร็วกว่า สำหรับสินค้าที่ผลิตในไทย ลูกค้าจะได้รับสินค้าภายใน 3-5 วัน รวมทั้งเรื่องคำปรึกษาวิศวกรรมที่มีมากกว่าคู่แข่ง ส่วนในกลุ่มธุรกิจ Dynamic Storage การเติบโตยังต้องอาศัยการทำงานร่วมกันกับคู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งโดยเฉลี่ยมีรายได้ของกลุ่มธุรกิจประเภทนี้ประมาณ 100-150 ล้านต่อปี

 

เนื่องจาก Interroll ประเทศไทย มีสินค้า หลากหลายชนิด และมีกลุ่มลูกค้าหลายประเภท การตลาดต้องทำควบคู่กันไประหว่าง OEM และ End User ในส่วนของ End User บริษัทจะให้ความรู้กับลูกค้าว่า เช่น อัพเพทเทคโนโลยีใหม่ เทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงาน รวมถึงการจัดเก็บอย่างไร ส่วนทางด้าน OEM ฝ่ายขายและฝ่ายวิศวกรรมของบริษัทจะทำงานอย่างใกล้ชิดโดยจะให้คำปรึกษา การเลือกสินค้าที่เหมาะสมกับการใช้งาน

 

ทั้งนี้ในเอเชีย นอกจากประเทศไทยแล้ว Interroll ยังมีโรงงานผลิตสินค้าทั้งหมดอยู่ที่เมืองซูโจว ประเทศจีน โดยในขณะนี้ได้ขยายโรงงานจากเดิม 3,000 ตารางเมตรเป็น 10,000 ตารางเมตรโดยโรงงานผลิตในประเทศจีนจะเป็นCenter of Excellence สำหรับกลุ่มบริษัทInterroll ในเอเชียรวมทั้งด้านวิศวกรรม

 

นอกจากนี้ Interroll ประเทศไทยยังได้รับมอบหมายให้ดูแลตลาดในกลุ่มประเทศอินโดจีน โดยจะเน้นการทำตลาดในประเทศเวียดนามเป็นอันดับแรก เพราะเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ โดยบริษัทฯ เตรียมแผนที่จะขยายตลาดในเวียดนามให้ได้ภายใน 2-3 ข้างหน้าปีนี้