Switch to: uk
18 May 2012 14:09PM

การบริหารซัพพลายเชนกองเรือขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมขนาดใหญ่

08 Dec 11 ,  Logistics Digest
  • 0

เพราะเครื่องยนต์เรือเดินสมุทรหากเกิดความเสียหายต้องซ่อมกลางทะเล ทำให้เกิดความล่าช้าในการขนส่ง หรืออาจต้องเสียเวลาทอดสมอเพื่อรออะไหล่ ซึ่งจะทำให้ซัพพลายเชนเสียหายเป็นอย่างมาก ความปลอดภัยของเครื่องยนต์จึงสำคัญที่สุดในการบริหารกองเรือให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

 

ถ้าจะกล่าวถึงธุรกิจเรือเดินสมุทรเพื่อขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางทะเลคงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่รู้จัก นทลิน กรุ๊ป ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นที่น่าจับตามอง เพราะนอกจากจะเติบโตอย่างต่อเนื่องยาวนาน มีกองเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่กว่า 20 ลำแล้ว ยังมี Sea Oil ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือนทลินกรุ๊ป กำลังเตรียมตัวเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ MAI ในช่วงปลายปี 2554 นี้

 

ปัจจุบัน นทลินกรุ๊ป เป็นกลุ่มบริษัทผู้นำธุรกิจด้านการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางทะเลประกอบด้วย เรือบรรทุกน้ำมัน, แก๊ส, สารเคมี และน้ำมันดิบ ให้บริการทั้งในและต่างประเทศ มีเรือขนาดตั้งแต่ 2,000-80,000 DWT 

 

106_th_2_001

 

คุณสุรพล มีเสถียร รองประธานกรรมการบริหาร นทลินกรุ๊ป เล่าถึงความเป็นมาของบริษัทฯ ให้ Logistics Digest ฟังว่า นทลินกรุ๊ปเริ่มต้นธุรกิจให้บริการด้านการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางทะเล เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2530 จากเรือบรรทุกน้ำมันขนาด 1,000 DWT จำนวน 2 ลำ หลังจากนั้นได้ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้จัดซื้อเรือบรรทุกน้ำมันและเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นอีกหลายลำเพื่อรองรับการให้บริการขนส่งที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น เป็นบริษัทเอกชนผู้ให้บริการขนส่งน้ำมันให้แก่ปตท. มาโดยตลอดกว่า 24 ปี

 

เมื่อเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ การจัดการซัพพลายเชนให้มีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก การทำงานทุกอย่างต้องสอดประสานกันอย่างลงตัวจึงจะสามารถบริหารกองเรือขนาดใหญ่ให้มีศักยภาพสูงสุดได้

 

“เดิมนทลินกรุ๊ปเคยสั่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากผู้ค้าน้ำมันรายอื่น แต่มักเกิดปัญหาว่าเมื่อเรือของนทลินบรรทุกสินค้าลงเรือเสร็จแล้วแต่เรือยังไม่สามารถออกเดินทางได้เพราะผู้ให้บริการมาส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ตรงเวลา เมื่อเกิดความล่าช้าขึ้นบ่อยครั้งเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว นทลินจึงตั้งบริษัท Sea Oil ขึ้นเพื่อทำหน้าที่จัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงส่งให้เรือของบริษัทในกลุ่มนทลินและพันธมิตร ทั้งหมด” คุณสุรพล กล่าว

 

Sea Oil บริษัทลูกในเครือนทลินกรุ๊ปวางเป้าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ MAI ในปลายปี 2554 ซึ่ง Sea Oil เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจไม่เหมือนบริษัทอื่นในกลุ่มซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจเดินเรือหรือบริหารเรือ แต่ Sea Oil เป็นบริษัทจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นให้แก่บริษัทในกลุ่มและพันธมิตรทั้งหมด และขณะนี้ Sea Oil ก็กำลังเข้าไปทำธุรกิจบริการ Offshore

 

คุณสุรพล กล่าวต่อไปว่า “ปัจจุบันเรามีเรือ Offshore ให้ปตท.สผ. เช่าอยู่ 1 ลำเป็นเรือ Accommodation Barge สำหรับให้คนงานที่ทำงานบนแท่นขุดเจาะมาพักประมาณ 250 คน เปรียบเสมือนโรงแรมลอยน้ำ โดยบริษัท Sea Oil เป็นผู้ซัพพลายเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง, น้ำมันหล่อลื่น อาหาร, อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ บนเรือ ให้ด้วย และหากมีงานบริการด้าน Offshore อื่นๆ เพิ่มขึ้นอีกก็จะเป็นหน้าที่ของ Sea Oil ที่จะเข้าไปดูแล”

 

Sea Oil จึงเป็นบริษัทน้องใหม่ในเครือนทลินกรุ๊ปที่โดดเด่น และมีแนวโน้มในการเติบโตและทำกำไรจนเป็นที่น่าจับตามอง

 

น้ำมันหล่อลื่นคือหัวใจของการเดินเรือ 

เครื่องยนต์ของเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่นั้นทำงานเหมือนรถยนต์ที่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น แต่น้ำมันเครื่องของเรือที่อยู่ใน Sump Tank ซึ่งสามารถบรรจุได้ถึง 6,000 – 10,000 ลิตรตามขนาดของเครื่องยนต์เรือ เมื่อการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นของเรือเดินสมุทรมีค่าใช้จ่ายสูง การเลือกผลิตภัณฑ์หล่อลื่น เราจึงต้องเน้นที่มีคุณภาพ สารที่ช่วยปกป้องเครื่องยนต์ ซึ่งนทลินกรุ๊ปเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นของปตท. ตั้งแต่ปตท.เริ่มผลิตผลิตภัณฑ์หล่อลื่นสำหรับเรือเดินสมุทร และเปลี่ยนมาใช้กับเรือทุกลำของนทลิน

 

“น้ำมันหล่อลื่นคือหัวใจของเครื่องยนต์เรือ เครื่องจะเสียหายหรือไม่จึงขึ้นอยู่กับน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้ ที่นทลินเราจึงให้ความสำคัญกับน้ำมันหล่อลื่นมาก สิ่งที่เราพิจารณานอกจากเรื่องคุณภาพและราคาแล้วก็คือเรื่องความสามารถในการส่งของได้ตรงตามเวลาและสถานที่ที่กำหนด รวมทั้งบริการหลังการขาย ซึ่งปตท. สามารถตอบสนองนทลินได้เป็นอย่างดี” คุณสุรพลกล่าว

 

เรือเดินสมุทรมีระบบ Purify น้ำมันมันหล่อลื่นขณะใช้งาน เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่น้ำมันหล่อลื่นชะล้างออกมาจากเครื่องยนต์ส่วนหนึ่ง และน้ำมันหล่อลื่นยังเป็นปัจจัยสำคัญในการตรวจสอบการทำงานของเครื่องยนต์โดยการเก็บตัวอย่างน้ำมันหล่อลื่นจากในเครื่องยนต์แล้วส่งไปทดสอบ ซึ่งทางปตท. มีห้องแล็บที่ทันสมัยที่ให้บริการทดสอบน้ำมันหล่อลื่น ช่วยตรวจวิเคราะห์ว่าสภาพของน้ำมันหล่อลื่นปัจจุบันที่เรือของนทลินใช้งานอยู่มีค่าความเป็นกรด เป็นด่าง มีสิ่งแปลกปลอม มีค่าซัลเฟอร์สูงเกินไปหรือไม่ ทางปตท.จะเข้ามาช่วยเก็บตัวอย่างน้ำมันหล่อลื่นในทุก 3 เดือน และส่งไปทดสอบยังแล็บที่มีมาตรฐานสูงของปตท. ใช้เวลาตรวจประมาณ 3-5 วันก็ทราบผล ซึ่งนทลินจะติดตามผลแล็บอยู่เสมอจึงรู้สภาวะการทำงานของเครื่องยนต์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแล็บอย่างเคร่งครัด เช่น จะต้อง Top up น้ำมันใหม่ลงไปอีกเท่าไร จะต้อง Purify อย่างไร หรือจะต้องเปลี่ยนถ่ายใหม่เมื่อใด

 

คุณสุรพล ให้ความเห็นว่า “มั่นใจในมาตรฐานคุณภาพ PTT Lubmarine ของ ปตท. ที่มีมาตรฐานเท่าเทียมกับ Marine Lube ของต่างชาติ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่นแล้วก็พบว่าน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเรือเดินสมุทรของปตท.นั้นดีกว่าจริงๆ ไม่เคยสร้างปัญหาให้เราเลย เมื่อเครื่องยนต์ของเรือไม่เสีย กองเรือของเราก็ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้การให้บริการเรือเดินสมุทรของนทลินมีคุณภาพและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเป็นอย่างสูงเสมอมา”

 

ธุรกิจเรือบรรทุกน้ำมันมีแนวโน้มน่าจะอยู่ในภาวะทรงตัว ไม่ดีมาก แต่ก็ไม่ดิ่งลง เพราะน้ำมันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการใช้ทุกวัน แม้ปัจจุบันจะเริ่มหันไปใช้พลังงานทางเลือกกันมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถเลิกใช้น้ำมันได้โดยเด็ดขาด

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.