Switch to: uk
11 February 2012 13:30PM

บริหารอุปสงค์สร้างประสิทธิผลห่วงโซ่อุปทาน

19 Apr 07 ,  โกศล ดีศีลธรรม
  • 0

 

การบริหารอุปสงค์ (Demand management) เป็นกระบวนการเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมการผลิตกับการ

ตลาด ซึ่งครอบคลุมทรัพยากรที่เป็นปัจจัยนำเข้า (Input) และผลิตผล (Output) แต่เนื่องจากการบริหาร

อุปสงค์เป็นปัจจัยภายนอกที่ขึ้นกับสภาวะตลาดและความต้องการของลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่นอกเหนือการ

บริหารควบคุม

 

 

ดังนั้นการบริหารอุปสงค์จึงเป็นปัจจัยที่มีบทบาทสนับสนุนการสร้างประสิทธิผลห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะ

การตอบสนองระดับการให้บริการกับลูกค้า (Service level) และสร้างความหลากหลายในผลิตภัณฑ์

(Product customization) โดยทั่วไปกระบวนการกระจายสินค้าได้เริ่มจากลูกค้าออกคำสั่งซื้อเข้ามา

และจบลงหลังจากได้จัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้า ดังนั้นระบบวางแผนความต้องการกระจายสินค้า

(Distribution requirement planning) หรือ DRP จึงแสดงข้อมูลความต้องการสินค้าแต่ละรายการ ซึ่งผู้

จำหน่ายสามารถจัดเก็บวัตถุดิบในระดับต้นทุนที่ยอมรับได้พร้อมๆ กับการตอบสนองอุปสงค์ทั้งในส่วนรูป

แบบและคุณภาพผลิตภัณฑ์ หากเกิดคำสั่งซื้อจากคลังสินค้าสาขาก็จะมีการสร้างแผนจัดส่งไปยังคลัง

สินค้าย่อย โดยที่ข้อมูลคำสั่งซื้อจากคลังสินค้าสาขาเป็นส่วนหนึ่งของตารางการผลิตหลัก (Master

production schedule) หรือ MPS ที่ศูนย์จัดส่งสินค้า

 

สำหรับองค์กรที่มีการเชื่อมโยงกับโรงงานหลายแห่งได้ใช้ระบบการวางแผนวัสดุ (MRP) เพื่อสร้างแผนคำ

สั่งซื้อในรายการหรือชิ้นส่วนที่มีความต้องการ ณ โรงงานหนึ่งและผลิตที่โรงงานอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งคำสั่งซื้อ

ได้ปรากฎในตารางการผลิตหลักของโรงงานที่จัดส่งสินค้า เพื่อสร้างความสอดคล้องกับแผนกำหนดการ

กระจายสินค้า และมั่นใจได้ว่ามีของพร้อมเมื่อต้องการใช้งาน 

tarang.1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดังนั้นการบริหารอุปสงค์จึงเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการจัดทำตารางการผลิตหลักที่เป็นเสมือนประตูเชื่อม

โยงระหว่างระบบวางแผนและควบคุมการผลิต (Production planning & control) กับอุปสงค์หรือความ

ต้องการตลาด แต่อุปสงค์อาจเกิดความผันผวนในบางฤดูกาล หรืออาจไม่มีความต้องการสินค้าเลยในบาง

ช่วง เช่น เสื้อกันหนาว ไอศกรีม ขนมเทียน เป็นต้น โดยบางรายการอาจมีความจำเป็นต้องมีการสต็อก

สำรองไว้สำหรับเบิกใช้งานอย่างชิ้นส่วนหรืออะไหล่สำรอง เพราะฉะนั้นการพยากรณ์อุปสงค์จึงได้มี

บทบาทสนับสนุนกระบวนการวางแผนและควบคุมการผลิต ซึ่งข้อมูลการพยากรณ์ได้ถูกใช้เป็นข้อมูล

สำหรับวางแผนธุรกิจ รวมทั้งการกำหนดตารางการผลิตหลักและการวางแผนการขายและปฏิบัติการ

(S&OP)

 

สำหรับการพยากรณ์ได้ใช้ปัจจัยสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็น

ตัวแปรสำหรับคาดการณ์แนวโน้มอนาคต เช่น ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ข้อมูลคู่แข่งขัน

และการพัฒนาทางเทคโนโลยี เป็นต้น ส่วนข้อมูลปัจจัยภายในประกอบด้วย การปรับเวลาในกระบวนการ

ผลิต อัตราการเกิดของเสีย ผลิตภาพการทำงาน และแนวโน้มต้นทุนการผลิต เป็นต้น ด้วยเหตุนี้

ประสิทธิผลจากการพยากรณ์จึงเกิดจากความพร้อมข้อมูลที่มีความแม่นยำและเครื่องมือสนับสนุนการ

ตัดสินใจอย่างดีเยี่ยม ดังตัวย่างผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้ารายหนึ่งที่มักเกิดปัญหาภาระงานล้นในช่วงปลาย

เดือน ทำให้ต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อให้ผลิตได้ทันกับเวลาการส่งมอบ ดังนั้นฝ่ายวางแผนจึงใช้เทคนิคการ

พยากรณ์ความต้องการล่วงหน้าและดำเนินการผลิตเพื่อจัดเก็บ (Make-to-stock) ส่งผลให้ระดับสต็อกสูง

ขึ้นและปัญหาการจัดการคลังสินค้าเนื่องจากสินค้าเกิดการเสื่อมสภาพ ด้วยเหตุดังกล่าวผู้บริหารจึงได้

ปรึกษาร่วมกันระหว่างฝ่ายวางแผนกับฝ่ายผลิตเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นและดำเนินการยกเลิกกลยุทธ์การ

ผลิตเพื่อจัดเก็บแล้วดำเนินกลยุทธ์การผลิตตามคำสั่งซื้อ (Make-to-order) ด้วยการเชื่อมโยงระบบการ

วางแผนการผลิตล่วงหน้า (Advanced planning & scheduling) หรือ APS กับระบบ ERP เพื่อจัดทำแผน

งานที่มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับตารางกำหนดการจัดซื้อ การผลิต และการกระจายสินค้า  

 

ทั้งนี้ การบริหารอุปสงค์จึงมุ่งการพยากรณ์คำสั่งซื้อล่วงหน้า (Forecasting future orders) ด้วยการ

ติดตามข้อมูลสำคัญ เช่น คำสั่งซื้อ กำหนดการกระจายสินค้า และอุปสงค์ตลาด โดยข้อมูลเหล่านี้ได้ถูก

เชื่อมโยงกับระบบวางแผนการผลิตเพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับจัดเตรียมทรัพยากรและตัดสินใจขยายการลง

ทุนระยะยาว เช่น การลงทุนสร้างคลังกระจายสินค้า การจัดซื้อเครื่องจักรเพื่อขยายกำลังการผลิต แต่การ

บริหารอุปสงค์จะเกิดประสิทธิผลก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองอุปสงค์ให้กับลูกค้าและเกิดการพัฒนา

ผลิตภาพจากการดำเนินธุรกิจ

 

 

 

 

 

 

Leave a comment :