Switch to: uk
18 May 2012 14:24PM

Carbon Footprint ช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าของสินค้า

05 Sep 11 ,  Logistics Digest
  • 0

TÜV SÜD เผยแนวทางการปรับปรุงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการทำ Carbon Footprint ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าให้แก่องค์กร

100_th_5_002

 

เรื่องของสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องหนึ่งที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญมาก ดังจะเห็นได้จากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีให้เห็นมากขึ้น ทั้งหมดเป็นผลกระทบที่เกิดจากภาวะโลกร้อน ซึ่งทุกคนล้วนแต่มีส่วนทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน ทั้งจากกิจกรรมการทำงานและใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน จึงทำให้ทุกคนต่างช่วยกันหันมารณรงค์ลดแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนนี้ ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ประกอบการผลิตและส่งออก รวมทั้งผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยลดภาวะโลกร้อนนี้ได้ไม่ยาก

 

ทูฟ ซูด กรุ๊ป (TÜV SÜD Group) เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้าน technical solution ระดับโลกที่เล็งเห็นถึงความสำคัญถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่มีผลมาจากภาวะโลกร้อนอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดเป็นนวัตกรรมการให้บริการด้านการประเมิน ทดสอบ และนำไปปรับปรุงในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยอ้างอิงจากมาตรฐานสากลเพื่อการคำนวณหา Carbon Footprint ดังที่ได้มีการลงนามทำพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) และสามารถออกใบรับรอง

 

100_th_5_001

 

Dr. Lim Chooi Seng ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจเชิงกลยุทธ์ บริษัท TÜV SÜD PSB Pte ประจำประเทศสิงค์โปร์ ได้เปิดเผยถึงประโยชน์จากการทำ Carbon Footprint ที่นำไปสู่การลดต้นทุน การทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเพิ่มมูลค่าให้แก่องค์กรได้ง่ายๆ

 

บริษัท ทูฟ ซูด พีเอสบี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นหนึ่งใน 160 สาขาของบริษัทแม่ ทูฟ ซูด กรุ๊ป จากประเทศเยอรมัน ผู้เชี่ยวชาญในการทำ technical solution มานานถึง 140 ปี นอกจากการทำเรื่อง Carbon Footprint บริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านตรวจสอบ และการออกใบรับรองมาตรฐานคุณภาพให้แก่บริษัทที่ต้องการปรับปรุงด้านคุณภาพการทำงานและในส่วนของผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น

 

Carbon Footprint คืออะไร

การวัดปริมาณรวมของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศ ที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน หรือเรียกว่า การคำนวณหา Carbon Footprint (รอยเท้าคาร์บอน) โดยสามารถวัดออกมาได้จากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากแต่ละกิจกรรม โดยใช้หลักการการประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA) สำหรับการคำนวณหาปริมาณก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการการผลิต ทางทูฟ ซูด พีเอสบี ใช้เพียง 2 หลักการตามมาตรฐานสากล ได้แก่ ISO 14064 และ PAS 2050

 

Dr. Lim Chooi Seng ได้อธิบายว่า มาตรฐาน ISO 14064 จะบอกวิธีการเก็บข้อมูลการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ว่า มีวิธีการคำนวณออกมาได้ในแต่ละขั้นตอนอย่างไร โดยใช้ประกอบกันกับมาตรฐานตัวที่สองคือ PAS 2050 ซึ่งออกโดยประเทศอังกฤษ ที่จะเป็นตัวชี้วัดถึงข้อปฎิบัติว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง

 

การคำนวณหา Carbon Footprint 

การทำ Carbon Footprint ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า องค์กรนั้นๆ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร ทั้งยังช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการให้แก่องค์กรได้

 

ขั้นตอนแรกในการทำ Carbon Footprint เริ่มจากการเก็บข้อมูลของการปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของวัตถุดิบ ซึ่ง Dr. Lim Chooi Seng กล่าวว่า “เมื่อมีการจัดซื้อวัตถุดิบมาจากซัพพลายเออร์ เราสามารถเช็คกับทางซัพพลายเออร์ได้ว่า วัตถุดิบนั้นๆ ว่าสามารถปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาได้มากแค่ไหน”

 

ในส่วนของผู้ผลิตเอง ควรทราบว่า แต่ละกิจกรรมภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานด้านการขนส่ง การกระจายสินค้า เป็นต้น มีการใช้พลังงานมากน้อยเท่าไร โดย Dr. Lim Chooi Seng แนะนำว่า ควรมีการเก็บข้อมูลดังกล่าวอย่างน้อยเป็นเวลา 6 เดือนในการคิดคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดภายในองค์กร

 

Carbon Footprint นำไปสู่การลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าให้แก่องค์กร 

เมื่อทราบว่า กิจกรรมหรือแผนกใดในองค์กรที่มีการใช้พลังงานมากที่สุด ก็จะทำให้มองเห็นถึงปัญหาและสาเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมากในกระบวนการทำงานนั้นๆ แล้วจึงสามารถคิดค้นหาวิธีแก้ปัญหานั้นๆ ซึ่งในทางปฎิบัติแล้วถือได้ว่า เป็นการช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของบริษัท ที่ช่วยให้นำไปสู่การปรับปรุงการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะการปรับปรุงกระบวนการทำงานนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงแผนกที่มีการใช้พลังงานมากที่สุด แต่รวมถึงทุกกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) นั้นอีกด้วย

 

“หากคุณสามารถช่วยลดปริมาณการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตได้ นั่นหมายความว่า คุณได้ช่วยลดการใช้พลังงานแล้ว เป็นการลดความใช้จ่ายด้านพลังงานออกไป” คุณศยามาลย์ มติกรกุล Marketing Executive, Sales and Marketing, บริษัท ทูฟ ซูด พีเอสบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริม

 

ยกตัวอย่างบริษัทแห่งหนึ่ง พบว่าแผนกขนส่งมีการใช้พลังงานที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุด โดยมีการวิ่งรถเที่ยวเปล่าเป็นจำนวนมาก ทำให้เห็นถึงปัญหาดังกล่าว และวางแผนคิดค้นการลดการวิ่งรถเที่ยวเปล่าที่ส่งผลให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากตามไปด้วย บริษัทสามารถหาวิธีบรรทุกสินค้ากลับมา ทำให้ต้องมีการประสานงานกันในส่วนของฝ่ายวางแผนเที่ยวรถ ฝ่ายขายที่ต้องหาลูกค้าเพิ่ม เป็นต้น เมื่อสามารถแก้ปัญหาการวิ่งเที่ยวเปล่าได้ จะเห็นถึงมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในส่วนของปริมาณสินค้าต่อเที่ยวรถทั้งหมด รวมทั้งการปล่อยก๊าซคาร์บอนด้วย หากคำนวณจากปริมาณก๊าซที่ปล่อยสู่บรรยากาศ หารด้วยน้ำหนักของสินค้า ก็จะได้ผลลัพธ์ปริมาณ Carbon Footprint ที่น้อยลง

 

ฉลาก Carbon Footprint ช่วยสร้างมูลค่าแก่อุตสาหกรรม

นอกจากการทำ Carbon Footprint จะช่วยการลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานภายในองค์กรแล้ว ผู้ประกอบการยังสามารถนำฉลาก Carbon Footprint ไปติดบนผลิตภัณฑ์ เพราะนอกจากจะเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม แล้วยังเป็นการบอกถึงปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ที่ผลิตภัณฑ์นั้นได้ปล่อยออกมา ซึ่งในความเป็นจริง จะเห็นได้ว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นตัวที่ผลักดันให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าประเภทนั้นได้มากกว่าสินค้าที่ไม่มีฉลาก ซึ่งตรงนี้ถือว่าการเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าหรือบริการนั้น

 

“ถ้าให้เลือกสินค้าประเภทเดียวกันในราคาไม่แตกต่างกันมาก แต่หากสินค้าชิ้นหนึ่งมีฉลาก Carbon Footprint ติดอยู่ ลูกค้าจะเลือกสินค้าชิ้นนั้นมากกว่า เพราะจ่ายเงินเท่ากัน แต่ยังช่วยลดโลกร้อนได้ ลูกค้าเองก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดโลกร้อน” Dr. Lim Chooi Seng อธิบาย

 

สำหรับฉลาก Carbon Footprint ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นรูปรอยเท้า (Footprint) หรือสัญลักษณ์เครื่องหมาย CO2 พร้อมกับตัวเลขของปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ของผลิตภัณฑ์หรือสินค้าประเภทนั้นๆ ซึ่งหากมีตัวเลขบนฉลากยิ่งน้อยมากเท่าไร หมายความว่า มีความสามารถในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ได้มากเท่านั้น การติดฉลาก Carbon Footprint นี้จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กรว่า มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรมและงานบริการ ไม่ได้จำกัดแค่สินค้าอุปโภคและบริโภคเท่านั้น

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.