ดิฉันเพิ่งจะบินกลับมาจากการเดินทางไปสำรวจ“จีนอีสาน” ที่มณฑลเหลียวหนิงและมณฑลจี๋หลินนาน 1 สัปดาห์เต็ม จึงมีข้อมูลเชิงพื้นที่มาฝากคุณผู้อ่านอีกเช่นเคยค่ะ บ่อยครั้งของการเดินทางไปเก็บข้อมูลในแต่ละมณฑลจีน ดิฉันจะหาโอกาสแวะเวียนไปถ่ายรูปเก็บภาพอาคารที่ทำการของรัฐบาลท้องถิ่นจีน เพราะช่างใหญ่โตโอ่อ่า อลังการ และก่อสร้างด้วยงบประมาณมหาศาล เสมือนกับจะแข่งขันกันอวดความมั่งคั่งมั่งมีของรัฐบาลแต่ละท้องที่แต่ละเมืองของจีน
ด้วยระบบบริหารปกครองแบบกระจายอำนาจออกจากส่วนกลาง (Decentralization) ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นจีนค่อนข้างมีอิสระในการสร้างรายได้และการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่หามาได้ในท้องถิ่นตนเอง (แม้ว่าบางส่วนจะต้องส่งไปให้รัฐบาลกลาง)
ผู้อ่านอาจจะเริ่มสงสัยว่า รัฐบาลท้องถิ่นจีนสามารถสร้างรายได้ของตนเองโดยวิธีใดได้บ้าง ก่อนอื่นต้องไม่ลืมว่า ระบบของจีนไม่เหมือนกับเมืองไทยในหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องที่นักลงทุนหรือประชาชนทั่วไปต้องจ่ายสิทธิในการใช้ที่ดินให้กับรัฐบาลท้องถิ่น จึงกลายเป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐบาลท้องถิ่นจีนจากการเรียกเก็บเงินค่าสิทธิในการใช้ที่ดิน โดยเฉพาะเก็บจากบรรดาโรงงาน หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ที่เข้าไปลงทุนในท้องถิ่นที่ตนดูแล
ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลท้องถิ่นจีนหลายแห่งยังนิยมที่จะควักเงินลงทุนพัฒนาโครงการก่อสร้างสินทรัพย์ถาวรต่างๆ ด้วยตนเอง เช่น การก่อสร้างศูนย์ธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า ตึกอาคาร อพาร์ทเมนท์ให้เช่า แหล่งรายได้อีกทางของรัฐบาลท้องถิ่นจีนจึงมาจากการคาดหวังผลกำไรจากการลงทุนโครงการก่อสร้างสินทรัพย์ถาวรและอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ
อย่างไรก็ดี แม้ว่ารัฐบาลท้องถิ่นในหลายมณฑลของจีนอาจจะหาเงินเก่ง สามารถสร้างรายได้เข้าท้องถิ่นตนได้มาก โดยเฉพาะการแข่งขันกันดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อจะได้เก็บภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ มาเป็นรายได้เข้ารัฐบาลของตน แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลท้องถิ่นจีนส่วนใหญ่ก็ใช้เงินเก่งไม่ใช่ย่อย
นอกจากจะใช้เงินไปกับการก่อสร้างอาคารที่ทำการของรัฐบาลตนเองอย่างยิ่งใหญ่อลังการดังที่กล่าวข้างต้น รัฐบาลท้องถิ่นจีนยังชอบที่จะแข่งขันกันสร้างความเจริญในทางวัตถุ เช่น การก่อสร้างสะพาน ถนน ตึกสูงระฟ้า และสัญลักษณ์ประจำเมืองต่างๆ เพื่อใช้เป็นเสมือนสิ่งสะท้อนหน้าตาและภาพลักษณ์ของมณฑล รวมไปถึงการอัดฉีดโฆษณาและสร้างจุดขายของตนผ่านสื่อโทรทัศน์ เพื่อโปรโมทและโชว์ศักยภาพของท้องถิ่นตน ท่านผู้อ่านที่เคยเดินทางไปเมืองจีนบ่อยๆคงจะรู้สึกไม่ต่างกับดิฉันเวลาเปิดดูรายการโทรทัศน์จีน เพราะจะเต็มไปด้วยโฆษณาและสโลแกนที่แข่งขันกันเน้นว่า เมืองของฉันดีอย่างนั้นดีอย่างนี้
อย่างไรก็ดี ในช่วงวิกฤตการเงินโลกตั้งแต่ปี 2008 ภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลกลางในการอัดฉีดเศรษฐกิจจีนให้เติบโตและสั่งการให้ธนาคารของรัฐต่างๆ เร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อหนุนการลงทุนจำนวนมาก จึงเป็นเสมือนการเปิดไฟเขียวให้รัฐบาลท้องถิ่นจีนได้ไปขอกู้ยืมและใช้เงินไปกับสารพัดโครงการเพื่อตอบสนองต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภายในของจีนในช่วงวิกฤตดังกล่าว ซึ่งมีทั้งโครงการที่จำเป็นและไม่จำเป็น จนเกิดการใช้จ่ายเกินตัวและก่อหนี้สะสมมหาศาล
การเดินทางไปจีนรอบนี้ ดิฉันยังได้แวะไปที่กรุงปักกิ่งด้วย และได้เห็นตัวอย่างกรณีของการลงทุนก่อสร้างศูนย์กีฬาทางน้ำ Water Cube ที่ออกแบบทันสมัย เพื่อโชว์ความยิ่งใหญ่ของจีนช่วงเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก แต่ในขณะนี้ ศูนย์ดังกล่าวกลับกลายเป็นภาระของรัฐบาลท้องถิ่นปักกิ่งที่ต้องดูแล เนื่องจากไม่สามารถหารายได้ที่มากพอกับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่สูงมาก มีรายงานว่า ศูนย์กีฬาดังกล่าวได้สร้างภาระงบประมาณทำให้รัฐบาลปักกิ่งจนมีบัญชีติดลบถึงปีละ 11.3 ล้านหยวน
ดังนั้น ด้วยความมีอิสระในการบริหารจัดการเงินรายได้และรายจ่ายของท้องถิ่นตน ประกอบกับพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินที่ไม่เกิดดอกออกผลของรัฐบาลท้องถิ่นจีนหลายแห่ง แม้ว่าจะมีกลไกและหน่วยงานระดมทุนของรัฐบาลท้องถิ่นจีนที่เรียกว่า Local Government Financing Vehicle : LGFV แต่ในขณะนี้ได้เกิดปัญหาการก่อหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่นจีนรวมกันสะสมพอกพูนเป็นมูลค่ามหาศาล และกลายเป็น “แผล” ใหญ่ของเศรษฐกิจจีนไปแล้วค่ะ
จากรายงานตัวเลขทางการของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนในปี 2010 รัฐบาลท้องถิ่นจีนมีหนี้สินสาธารณะรวมกันทั้งหมดคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 26. 9 ของ GDP ประเทศจีน ด้วยมูลค่าสูงกว่า 10.7 ล้านล้านหยวน (1.68 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตัวเลข“อภิมหาหนี้” ของรัฐบาลท้องถิ่นจีนก้อนนี้มีมูลค่าสูงกว่า GDP ของประเทศไทยเราอยู่หลายเท่าตัว
ยิ่งไปกว่านั้น หากนำหนี้สาธารณะทั้งหมดของจีน (หนี้รัฐบาลกลางและหนี้รัฐบาลท้องถิ่นรวมกัน) ก็จะมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 68 ของ GDP ประเทศจีน
ผลจากการตรวจสอบของสำนักงานตรวจสอบบัญชีแห่งรัฐของจีน ยังระบุว่า ในจำนวนหนี้เฉพาะส่วนของรัฐบาลท้องถิ่นจีนดังกล่าว พบว่า มีเงินมากถึง 5.3 แสนล้านหยวนที่ถูกใช้ไปอย่างฉ้อฉล และไม่ชอบมาพากล เช่น การแอบนำไปลงทุนอย่างผิดกฎหมายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ตลาดหุ้น และยังพบความผิดปรกติในการรับประกันเครดิต และการหมุนเวียนที่ผิดปรกติในบัญชีของรัฐบาลท้องถิ่นจีน เป็นต้น
ที่สำคัญ หนี้รัฐบาลท้องถิ่นจีนส่วนใหญ่เป็นการกู้ยืมมาจากธนาคารของรัฐในจีน และจะถึงกำหนดต้องชำระคืนภายในปี 2015 สูงถึงประมาณร้อยละ 70 ของยอดหนี้ดังกล่าว จึงเกิดการตั้งคำถามถึงความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่นจีนเหล่านั้น โดยเฉพาะโอกาสที่รัฐบาลท้องถิ่นจีนหลายแห่งจะผิดนัดชำระหนี้ ไม่สามารถจ่ายคืนหนี้ตามกำหนดเวลา
ประกอบกับในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลกลางหันมาเข้มงวดกับโครงการอสังหาริมทรัพย์และควบคุมการเกิดภาวะฟองสบู่ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลง จึงส่งผลต่อเนื่องให้รัฐบาลท้องถิ่นจีนหลายแห่งต้องสูญเสียรายได้หลักจากการเรียกเก็บสิทธิในการใช้ที่ดินเพื่อระดมเงิน เป็นต้น
ดังนั้น หากปัญหาภาระหนี้สินก้อนมหาศาลของรัฐบาลท้องถิ่นรุงรังบานปลายและไม่สามารถจัดการได้ ในที่สุด ก็ย่อมจะส่งผลด้านลบต่อระบบการธนาคารและการเงินโดยรวมของประเทศจีน
ในขณะนี้ หลังจากที่ได้เริ่มมีการรายงานและแสดงตัวเลขมูลค่าหนี้มหาศาลของรัฐบาลท้องถิ่นจีนผ่านสื่อต่างๆ ทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ รัฐบาลกลางจีนได้เริ่มขยับตัวเพื่อแก้ปัญหาภาระหนี้ก้อนใหญ่ดังกล่าว โดยเฉพาะความพยายามหาหนทางให้รัฐบาลท้องถิ่นลดการพึ่งพาภาคอสังหาริมทรัพย์ และมีการทดลองอนุญาตให้รัฐบาลท้องถิ่นจีนบางแห่ง เช่น เซี่ยงไฮ้ สามารถออกพันธบัตรของตนเองเพื่อระดมทุน อย่างไรก็ดี พันธบัตรดังกล่าวให้ผลตอบแทนต่ำ และส่วนใหญ่ขายให้กับธนาคารพาณิชย์จีน
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายเวินเจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีนพยายามออกมาสร้างความมั่นใจในเรื่องนี้ในระหว่างการประชุม NPC สภาประชาชนจีน โดยการรายงานตัวเลขต่างๆ เพื่อยืนยันว่า “รัฐบาลจีนสามารถควบคุมความเสี่ยงและจัดการปัญหาหนี้สาธารณะของรัฐบาลท้องถิ่น” ได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี เราคงต้องจับตาเกาะติดประเด็นนี้ต่อไป
โดยสรุป ตัวเลขภาระหนี้มหาศาลของรัฐบาลท้องถิ่นจีนสะท้อนให้เห็นว่า แม้ประเทศจีนจะสามารถผงาดและขยายตัวจนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ใช่ว่าเศรษฐกิจแดนมังกรจะสวยงามและดูดีไปหมด หากแท้จริงแล้ว ยังคงมี “แผล” หรือปัญหาหลายด้าน และต้องลุ้นจนตัวโก่ง เพื่อดูว่า รัฐบาลกลางของจีนจะสามารถโชว์ฝีมือในการบริหารจัดการเพื่อรักษาแผลหรือขจัดจุดอ่อนดังกล่าวได้หรือไม่
ดิฉันจะมาทยอยเปิด “แผล”เศรษฐกิจแดนมังกรในด้านอื่นๆ อีก เช่น ปัญหาช่องว่างทางรายได้ ปัญหาCorruption ในจีน หากสนใจ โปรดติดตามได้ในคอลัมน์ “มองจีน มองไทย” กรุงเทพธุรกิจ http://www.bangkokbiznews.com/home/news/politics/opinion/aksornsri/news-list-1.php
ทีวี Nation Channel เกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน
ในรายการ "มองเรามองโลก" ออกอากาศ 20 พค.ค่ะ
หากสนใจ คลิก link ชมรายการได้ค่ะ
ช่วงที่ 1
http://www.youtube.com/watch?v=z_EEAOVnEO0&feature=g-upl
ช่วงที่ 2
http://www.youtube.com/watch?v=bP5dBO3vIuo&feature=relmfu
ช่วงที่ 3
http://www.youtube.com/watch?v=6cE9WOfFtwk&feature=relmfu











