Switch to: uk
25 July 2014 14:37PM

เปิด “แผล” เศรษฐกิจแดนมังกร : หนี้รัฐบาลท้องถิ่นจีน

28 May 12 ,  ดร.อักษรศรี (อติสุธาโภชน์) พานิชสาส์น
  • 0

ปัญหาการก่อหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่นจีนรวมกันสะสมพอกพูนเป็นมูลค่ามหาศาล จนกลายเป็น "แผล" ใหญ่ของเศรษฐกิจจีนไปแล้ว

ดิฉันเพิ่งจะบินกลับมาจากการเดินทางไปสำรวจ“จีนอีสาน” ที่มณฑลเหลียวหนิงและมณฑลจี๋หลินนาน 1 สัปดาห์เต็ม จึงมีข้อมูลเชิงพื้นที่มาฝากคุณผู้อ่านอีกเช่นเคยค่ะ  บ่อยครั้งของการเดินทางไปเก็บข้อมูลในแต่ละมณฑลจีน  ดิฉันจะหาโอกาสแวะเวียนไปถ่ายรูปเก็บภาพอาคารที่ทำการของรัฐบาลท้องถิ่นจีน เพราะช่างใหญ่โตโอ่อ่า อลังการ และก่อสร้างด้วยงบประมาณมหาศาล เสมือนกับจะแข่งขันกันอวดความมั่งคั่งมั่งมีของรัฐบาลแต่ละท้องที่แต่ละเมืองของจีน

ด้วยระบบบริหารปกครองแบบกระจายอำนาจออกจากส่วนกลาง (Decentralization) ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นจีนค่อนข้างมีอิสระในการสร้างรายได้และการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่หามาได้ในท้องถิ่นตนเอง (แม้ว่าบางส่วนจะต้องส่งไปให้รัฐบาลกลาง)  

ผู้อ่านอาจจะเริ่มสงสัยว่า รัฐบาลท้องถิ่นจีนสามารถสร้างรายได้ของตนเองโดยวิธีใดได้บ้าง  ก่อนอื่นต้องไม่ลืมว่า  ระบบของจีนไม่เหมือนกับเมืองไทยในหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องที่นักลงทุนหรือประชาชนทั่วไปต้องจ่ายสิทธิในการใช้ที่ดินให้กับรัฐบาลท้องถิ่น  จึงกลายเป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐบาลท้องถิ่นจีนจากการเรียกเก็บเงินค่าสิทธิในการใช้ที่ดิน โดยเฉพาะเก็บจากบรรดาโรงงาน หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ที่เข้าไปลงทุนในท้องถิ่นที่ตนดูแล

ยิ่งไปกว่านั้น  รัฐบาลท้องถิ่นจีนหลายแห่งยังนิยมที่จะควักเงินลงทุนพัฒนาโครงการก่อสร้างสินทรัพย์ถาวรต่างๆ ด้วยตนเอง  เช่น การก่อสร้างศูนย์ธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า ตึกอาคาร อพาร์ทเมนท์ให้เช่า   แหล่งรายได้อีกทางของรัฐบาลท้องถิ่นจีนจึงมาจากการคาดหวังผลกำไรจากการลงทุนโครงการก่อสร้างสินทรัพย์ถาวรและอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ

อย่างไรก็ดี  แม้ว่ารัฐบาลท้องถิ่นในหลายมณฑลของจีนอาจจะหาเงินเก่ง สามารถสร้างรายได้เข้าท้องถิ่นตนได้มาก  โดยเฉพาะการแข่งขันกันดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อจะได้เก็บภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ มาเป็นรายได้เข้ารัฐบาลของตน   แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลท้องถิ่นจีนส่วนใหญ่ก็ใช้เงินเก่งไม่ใช่ย่อย  


นอกจากจะใช้เงินไปกับการก่อสร้างอาคารที่ทำการของรัฐบาลตนเองอย่างยิ่งใหญ่อลังการดังที่กล่าวข้างต้น รัฐบาลท้องถิ่นจีนยังชอบที่จะแข่งขันกันสร้างความเจริญในทางวัตถุ เช่น การก่อสร้างสะพาน  ถนน  ตึกสูงระฟ้า และสัญลักษณ์ประจำเมืองต่างๆ เพื่อใช้เป็นเสมือนสิ่งสะท้อนหน้าตาและภาพลักษณ์ของมณฑล รวมไปถึงการอัดฉีดโฆษณาและสร้างจุดขายของตนผ่านสื่อโทรทัศน์  เพื่อโปรโมทและโชว์ศักยภาพของท้องถิ่นตน  ท่านผู้อ่านที่เคยเดินทางไปเมืองจีนบ่อยๆคงจะรู้สึกไม่ต่างกับดิฉันเวลาเปิดดูรายการโทรทัศน์จีน  เพราะจะเต็มไปด้วยโฆษณาและสโลแกนที่แข่งขันกันเน้นว่า  เมืองของฉันดีอย่างนั้นดีอย่างนี้   

อย่างไรก็ดี  ในช่วงวิกฤตการเงินโลกตั้งแต่ปี 2008  ภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลกลางในการอัดฉีดเศรษฐกิจจีนให้เติบโตและสั่งการให้ธนาคารของรัฐต่างๆ เร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อหนุนการลงทุนจำนวนมาก จึงเป็นเสมือนการเปิดไฟเขียวให้รัฐบาลท้องถิ่นจีนได้ไปขอกู้ยืมและใช้เงินไปกับสารพัดโครงการเพื่อตอบสนองต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภายในของจีนในช่วงวิกฤตดังกล่าว  ซึ่งมีทั้งโครงการที่จำเป็นและไม่จำเป็น จนเกิดการใช้จ่ายเกินตัวและก่อหนี้สะสมมหาศาล


การเดินทางไปจีนรอบนี้ ดิฉันยังได้แวะไปที่กรุงปักกิ่งด้วย และได้เห็นตัวอย่างกรณีของการลงทุนก่อสร้างศูนย์กีฬาทางน้ำ Water Cube ที่ออกแบบทันสมัย เพื่อโชว์ความยิ่งใหญ่ของจีนช่วงเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก  แต่ในขณะนี้ ศูนย์ดังกล่าวกลับกลายเป็นภาระของรัฐบาลท้องถิ่นปักกิ่งที่ต้องดูแล เนื่องจากไม่สามารถหารายได้ที่มากพอกับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่สูงมาก  มีรายงานว่า ศูนย์กีฬาดังกล่าวได้สร้างภาระงบประมาณทำให้รัฐบาลปักกิ่งจนมีบัญชีติดลบถึงปีละ 11.3 ล้านหยวน


ดังนั้น ด้วยความมีอิสระในการบริหารจัดการเงินรายได้และรายจ่ายของท้องถิ่นตน ประกอบกับพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินที่ไม่เกิดดอกออกผลของรัฐบาลท้องถิ่นจีนหลายแห่ง  แม้ว่าจะมีกลไกและหน่วยงานระดมทุนของรัฐบาลท้องถิ่นจีนที่เรียกว่า  Local Government Financing Vehicle : LGFV  แต่ในขณะนี้ได้เกิดปัญหาการก่อหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่นจีนรวมกันสะสมพอกพูนเป็นมูลค่ามหาศาล และกลายเป็น “แผล” ใหญ่ของเศรษฐกิจจีนไปแล้วค่ะ

จากรายงานตัวเลขทางการของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนในปี 2010  รัฐบาลท้องถิ่นจีนมีหนี้สินสาธารณะรวมกันทั้งหมดคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 26. 9 ของ GDP ประเทศจีน ด้วยมูลค่าสูงกว่า 10.7 ล้านล้านหยวน  (1.68 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ)  ตัวเลข“อภิมหาหนี้” ของรัฐบาลท้องถิ่นจีนก้อนนี้มีมูลค่าสูงกว่า GDP ของประเทศไทยเราอยู่หลายเท่าตัว

ยิ่งไปกว่านั้น หากนำหนี้สาธารณะทั้งหมดของจีน (หนี้รัฐบาลกลางและหนี้รัฐบาลท้องถิ่นรวมกัน) ก็จะมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ  68  ของ GDP ประเทศจีน


ผลจากการตรวจสอบของสำนักงานตรวจสอบบัญชีแห่งรัฐของจีน ยังระบุว่า ในจำนวนหนี้เฉพาะส่วนของรัฐบาลท้องถิ่นจีนดังกล่าว พบว่า มีเงินมากถึง 5.3 แสนล้านหยวนที่ถูกใช้ไปอย่างฉ้อฉล และไม่ชอบมาพากล  เช่น การแอบนำไปลงทุนอย่างผิดกฎหมายในตลาดอสังหาริมทรัพย์  ตลาดหุ้น  และยังพบความผิดปรกติในการรับประกันเครดิต และการหมุนเวียนที่ผิดปรกติในบัญชีของรัฐบาลท้องถิ่นจีน  เป็นต้น

ที่สำคัญ   หนี้รัฐบาลท้องถิ่นจีนส่วนใหญ่เป็นการกู้ยืมมาจากธนาคารของรัฐในจีน และจะถึงกำหนดต้องชำระคืนภายในปี 2015   สูงถึงประมาณร้อยละ 70 ของยอดหนี้ดังกล่าว จึงเกิดการตั้งคำถามถึงความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่นจีนเหล่านั้น โดยเฉพาะโอกาสที่รัฐบาลท้องถิ่นจีนหลายแห่งจะผิดนัดชำระหนี้ ไม่สามารถจ่ายคืนหนี้ตามกำหนดเวลา

ประกอบกับในช่วงปีที่ผ่านมา  รัฐบาลกลางหันมาเข้มงวดกับโครงการอสังหาริมทรัพย์และควบคุมการเกิดภาวะฟองสบู่ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลง จึงส่งผลต่อเนื่องให้รัฐบาลท้องถิ่นจีนหลายแห่งต้องสูญเสียรายได้หลักจากการเรียกเก็บสิทธิในการใช้ที่ดินเพื่อระดมเงิน  เป็นต้น

ดังนั้น   หากปัญหาภาระหนี้สินก้อนมหาศาลของรัฐบาลท้องถิ่นรุงรังบานปลายและไม่สามารถจัดการได้ ในที่สุด  ก็ย่อมจะส่งผลด้านลบต่อระบบการธนาคารและการเงินโดยรวมของประเทศจีน

ในขณะนี้ หลังจากที่ได้เริ่มมีการรายงานและแสดงตัวเลขมูลค่าหนี้มหาศาลของรัฐบาลท้องถิ่นจีนผ่านสื่อต่างๆ ทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ  รัฐบาลกลางจีนได้เริ่มขยับตัวเพื่อแก้ปัญหาภาระหนี้ก้อนใหญ่ดังกล่าว  โดยเฉพาะความพยายามหาหนทางให้รัฐบาลท้องถิ่นลดการพึ่งพาภาคอสังหาริมทรัพย์  และมีการทดลองอนุญาตให้รัฐบาลท้องถิ่นจีนบางแห่ง เช่น เซี่ยงไฮ้  สามารถออกพันธบัตรของตนเองเพื่อระดมทุน อย่างไรก็ดี พันธบัตรดังกล่าวให้ผลตอบแทนต่ำ และส่วนใหญ่ขายให้กับธนาคารพาณิชย์จีน  

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายเวินเจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีนพยายามออกมาสร้างความมั่นใจในเรื่องนี้ในระหว่างการประชุม NPC สภาประชาชนจีน โดยการรายงานตัวเลขต่างๆ เพื่อยืนยันว่า  “รัฐบาลจีนสามารถควบคุมความเสี่ยงและจัดการปัญหาหนี้สาธารณะของรัฐบาลท้องถิ่น” ได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี  เราคงต้องจับตาเกาะติดประเด็นนี้ต่อไป

โดยสรุป ตัวเลขภาระหนี้มหาศาลของรัฐบาลท้องถิ่นจีนสะท้อนให้เห็นว่า  แม้ประเทศจีนจะสามารถผงาดและขยายตัวจนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกได้อย่างรวดเร็ว  แต่ก็ใช่ว่าเศรษฐกิจแดนมังกรจะสวยงามและดูดีไปหมด หากแท้จริงแล้ว ยังคงมี “แผล” หรือปัญหาหลายด้าน และต้องลุ้นจนตัวโก่ง เพื่อดูว่า  รัฐบาลกลางของจีนจะสามารถโชว์ฝีมือในการบริหารจัดการเพื่อรักษาแผลหรือขจัดจุดอ่อนดังกล่าวได้หรือไม่

ดิฉันจะมาทยอยเปิด “แผล”เศรษฐกิจแดนมังกรในด้านอื่นๆ อีก เช่น ปัญหาช่องว่างทางรายได้ ปัญหาCorruption ในจีน   หากสนใจ โปรดติดตามได้ในคอลัมน์ “มองจีน มองไทย” กรุงเทพธุรกิจ http://www.bangkokbiznews.com/home/news/politics/opinion/aksornsri/news-list-1.php

ทีวี Nation Channel เกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน
ในรายการ "มองเรามองโลก" ออกอากาศ 20 พค.ค่ะ
หากสนใจ คลิก link ชมรายการได้ค่ะ

ช่วงที่ 1
http://www.youtube.com/watch?v=z_EEAOVnEO0&feature=g-upl


ช่วงที่ 2
http://www.youtube.com/watch?v=bP5dBO3vIuo&feature=relmfu

ช่วงที่ 3
http://www.youtube.com/watch?v=6cE9WOfFtwk&feature=relmfu