Switch to: uk
18 May 2012 14:40PM

ยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ GMS-BIMSTEC-EUโอกาสทองของประเทศไทย

11 Dec 09 ,  Editorial
  • 0
ไทยมีแต้มต่อเชื่อมโยงโลจิสติกส์ไปยังกลุ่มประเทศ GMS BIMSTEC และ EU

57_trade2_001.jpgเมื่อระบบการค้าก้าวสู่ยุดเปิดเสรีอย่างเต็มตัว ทำให้การเชื่อมโยงเส้นทางการค้าเพื่อเชื่อมระบบการค้าไร้พรมแดนมีบทบาทความสำคัญ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ตามกรอบความร่วมมือ GMS เชื่อมระบบการค้ากับกลุ่มตลาดใหม่ที่มีศักยภาพอย่างกลุ่มประเทศ BIMSTEC รวมถึงสหภาพยุโรป (European Union: EU) ประเทศคู่ค้าหลักของไทย
 ในงานสัมมนา "ยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ GMS-BIMSTEC-EU โอกาสทองของประเทศไทย" ผู้คร่ำหวอดในวงการโลจิสติกส์ไทยได้ให้มุมมองในทิศทางเดียวกันว่า ในกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงการเปิดเสรีทางการค้า เป็นกระแสที่ไม่สามารถต่อต้านและหลีกเลี่ยงได้ อย่างไรก็ดีโอกาสทางการค้าย่อมมาพร้อมภัยคุกคาม และการแข่งขันที่เข้มข้น ดังนั้นประเทศไทยควรมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนทั้งในการรุกและรับ ต่อยอดความได้เปรียบจากจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นต่อเพื่อช่วงชิงชัยชนะในสังเวียนการค้า

ภาครัฐชี้ไทยมีแต้มต่อ
เกี่ยวกับศักยภาพ ขีดความสามารถทางการแข่งขัน และโอกาสของประเทศไทยในกลุ่มประเทศ GMS กลุ่มประเทศ BIMSTEC และ EU คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แสดงทัศนะว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมาก โดยเฉพาะในแง่จุดยุทธศาสตร์ เพราะมีที่ตั้งเหมาะสำหรับการผลิตและการค้า แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า ประเทศไทยต่อยอด-ใช้โอกาสและความได้เปรียบที่มีให้เป็นประโยชน์อย่างไรบ้าง
 ที่ผ่านมา ภาครัฐเล็งเห็นแนวโน้มทางการค้า และความสำคัญของการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้พัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในทุกมิติ ทุกระดับ สร้างกรอบความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค อาทิ กรอบความร่วมมือ GMS: Greater Mekong Sub-region ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือระหว่าง 6 ประเทศ คือ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีนตอนใต้ กรอบความร่วมมือ BIMSTEC ประกอบด้วยประเทศบังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย พม่า เนปาลและศรีลังกา ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ระหว่างกัมพูชา ลาว พม่า ไทย เวียดนาม (ACMECS: Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy) กรอบความร่วมมือ ASEAN ฯลฯ
57_trade2_002.jpg
คุณอาคม กล่าวต่อไปว่า เมื่อระบบการค้าเป็นเสรีมากขึ้น การแข่งขันย่อมทวีความรุนแรงเป็นเงาตามตัว ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องเร่งปรับตัว พัฒนาศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ทั้งนี้ คุณอาคมได้เสนอแนะแนวทางในการปรับตัวของประเทศไทย สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างให้เกิด National Supply Chain Competitiveness ดังนี้
 1. สร้างความเชื่อมโยงของธุรกิจเพื่อพัฒนา Productivity และ Competitiveness ของสินค้าไทยที่มีศักยภาพในตลาดเอเชียใต้และยุโรป เช่น ผลิตภัณฑ์ฮาลาล สินค้าเกษตร
 2. พัฒนาระบบโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ภายในประเทศให้เชื่อมต่อ และใช้ประโยชน์จากการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของภูมิภาคได้เต็มศักยภาพ
 3. ปรับปรุงกฎระเบียบ ขั้นตอนเอกสาร และจัดตั้งระบบ National Single Window ในการอำนวยความสะดวกทางการค้า และสนับสนุน Information Flow ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดแก่ผู้นำเข้า-ส่งออก
 4. สร้างความเป็นมืออาชีพในทุกระดับของกำลังคนด้านโลจิสติกส์ อาทิ พนักงานขับรถบรรทุก ผู้ให้บริการโล
จิสติกส์ กำลังคนภาคเกษตร เป็นต้น
 5. สร้างพันธมิตรระหว่างผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน และสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจผู้ให้บริการโลจิสติกส์
 6. สร้าง Forum ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนทั้งในระดับปฏิบัติการ และระดับนโยบาย เพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม  
57_trade2_003.jpg
ขนส่งทางรถไฟ ความหวังลดต้นทุนโลจิสติกส์
สำหรับการขนส่งสินค้าทางรถไฟ ซึ่งเป็นรูปแบบการขนส่งที่ประหยัดต้นทุนที่สุดนั้น คุณวิโรจน์ เตรียมพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ ฝ่ายการพาณิชย์ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในภาพรวมเกี่ยวกับระบบขนส่งสินค้าทางรถไฟเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคนั้น หากมองในเรื่องเส้นทางรถไฟสามารถเชื่อมโยงกันได้หมดทั้งในเอเชีย และยุโรป เพียงแต่มีขนาดรางที่แตกต่างกันตั้งแต่ขนาด 1 เมตร 1.4 เมตร และ 1.5 เมตร และมีจุดที่เป็น Missing Link หลายจุด
 
สำหรับการพัฒนาระบบขนส่งทางรถไฟเพื่อเป็นโครงข่ายคมนาคมในเส้นทางเด่นชัย เชียงราย เชียงของนั้น ความคืบหน้าอยู่ระหว่างขั้นตอนการออกแบบรายละเอียด เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี 

ทั้งนี้ คุณวิโรจน์ ได้แสดงมุมมองแนวทางในการพัฒนาระบบขนส่งทางรถไฟด้วยว่า ประเทศไทยต้องมีนโยบาย ยุทธศาสตร์ และผนงานที่ชัดเจน ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถพัฒนาได้
 ยกตัวอย่างการพัฒนาระบบขนส่งทางรถไฟของประเทศมาเลเซีย ซึ่งภาครัฐมีการสนับสนุนและมีนโยบายชัดเจน ซึ่งรถไฟของมาเลเซียในเส้นทางภาคเหนือถึงภาคใต้ของประเทศนั้น ภายใน 2 ปีข้างหน้ามีแผนจะพัฒนาให้เป็นรถไฟทางคู่ทั้งหมด ส่วนหนึ่งเพื่อดึงสินค้าจากประเทศไทยนั่นเอง
57_trade2_004.jpg
กรมส่งเสริมการส่งออกแนะ ตลาดอินเดียมีศักยภาพสูง
กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่สำคัญในการดูแลเรื่องโลจิสติกส์การค้า (Trade Logistics) ได้จัดตั้งคณะกรรมการโลจิสติกส์การค้า โดยมีคุณอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ดูแลเรื่องปัญหา-อุปสรรคด้านโลจิสติกส์โดยเฉพาะกับผู้ส่งออก รวมถึงดูแลผู้ให้บริการโลจิสติกส์คนไทย (LSP) ให้มีศักยภาพ สามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะการแข่งขันกับบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาหลังจากการเปิดเสรีในกรอบ AEC มีผลบังคับ คุณปณต บุณยะโหตระ ผู้อำนวยการสำนักโลจิสติกส์การค้า กรมส่งเสริมการส่งออก กล่าว สำหรับโอกาส และศักยภาพของตลาดในกลุ่มประเทศ GMS กลุ่มประเทศ BIMSTEC และ EU ที่น่าสนใจนั้น คุณปณต กล่าวว่า เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะประเทศอินเดีย และบังกลาเทศ
ประเทศอินเดียเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากร 1,130 ล้านคน ซึ่ง 5% ของประชากรทั้งหมดมีฐานะดีระดับเศรษฐี และสินค้าไทยเป็นที่นิยม และมีภาพพจน์ที่ดีมากในสายตาของชาวอินเดีย อย่างไรก็ดี ปัญหาอุปสรรคในการลงทุนในอินเดียคือระบบภาษีซ้ำซ้อน และมีข้อกีดกันทางการค้าที่นอกเหนือจากภาษี (NTB) มาก
 
ส่วนตลาดบังกลาเทศมีศักยภาพค่อนข้างสูงเช่นเดียวกับประเทศอินเดีย เพียงแต่ประชากรที่อยู่ในระดับฐานะดีมีจำนวนน้อยกว่า 
ทั้งนี้ คุณปณต ได้กล่าวถึง นโยบายของกรมส่งเสริมการส่งออกด้วยว่า ในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการส่งออก ได้ปรับนโยบายใหม่ให้ความสำคัญกับตลาดใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้ามากขึ้น เช่น จีน อินเดีย แตกต่างจากเดิมที่มุ่งเน้นตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป ทั้งนี้เพื่อป้องกันผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย
    
โดยนโยบาย 6-7 ปีที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการส่งออกตั้งเป้าว่า ต้องมีสัดส่วนการค้าระหว่างตลาดใหม่และตลาดเดิมเป็น 50% ต่อ 50% ซึ่งในปี 2552 นี้ มีสัดส่วนการค้าในตลาดใหม่เป็น 51% และตลาดเดิม 49% แล้ว
    
เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว และระบบการค้าเริ่มกลายเป็นเสรีมากขึ้น ทำให้การแข่งขันยิ่งทวีความรุนแรง ประเด็นเร่งด่วนของประเทศไทยจึงหนีไม่พ้นการปรับตัว เพิ่มศักยภาพ และต่อยอดขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยใช้แต้มต่อที่มีอยู่เป็นรากฐานเสริมความแข็งแกร่ง

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.