Switch to: uk
06 February 2012 06:23AM

โลจิสติกส์ไทยเร่งก้าวกระโดด ถูกทางหรือไร้ทิศทาง

26 Jan 10 ,  Editorial
  • 0
ระดมกูรูโลจิสติกส์จัดวางกลยุทธ์โลจิสติกส์ไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า เล็งเชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์โลจิส ติกส์สู่ซัพพลายเชนระหว่างประเทศ ด้านภาคอุตสาหกรรมชี้เน้นลดต้นทุนสินค้าคงคลัง นำร่อง 6 กลุ่มอุตสาหกรรม

58_3.jpgจากแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ปี 2550-2554 ระบุวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนคือการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการค้าของภูมิภาคอินโดจีน แต่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ผ่านมาค่อนข้างติดขัดและซ้ำซ้อน เนื่องจากในแต่ละหน่วยงานของภาครัฐที่รับผิดชอบยังมีความรู้และความไม่เข้าใจที่ตรงกัน ประกอบกับแผนการดำเนินการยังไม่มีความเชื่อมโยงในแต่ละหน่วยงานหรือขาดการการบูรณาการ ฉะนั้นการบังเกิดผลโดยรวมจึงเป็นไปด้วยความล่าช้าและยังขาดประสิทธิภาพเท่าที่ควร

"การพัฒนาโลจิสติกส์ไทย ต้องเชื่อมโยงซัพพลายเชนระหว่างประเทศ" นี่คือความท้าทายและทิศทางของการพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ประกอบการไทยรวมถึงภาครัฐ จากงานประชุมระดมสมองวางแนวทางยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ไทย โดยกระทรวงต่างประเทศ ร่วมกับสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2552

รศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี สาขาวิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ โลจิสติกส์และการขนส่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าในโลกธุรกิจทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า ธุรกิจถูกควบคุมด้วยผู้นำเข้ารายใหญ่ และสิ่งที่ผลักดันให้เกิดเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆ ก็คือ เงื่อนไขทางการค้า เทคโนโลยี และต้นทุนรวมของผลิตภัณฑ์ ในระดับที่เรียกว่า Global Supply Chain ซึ่งไม่ได้มองต้นทุนเฉพาะผลิตภัณฑ์นั้นๆ แต่เป็นต้นทุนรวมที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมเชื่อมโยงโลจิสติกส์และซัพพลายเชนระหว่างประเทศ

"เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงบริบทซัพพลายเชนได้ ที่ส่งผลกระทบมากที่สุดคือ Global Supply Chain ที่บริษัทข้ามชาติอย่าง โตโยต้า เดล ดำเนินงานกิจกรรมต่างๆ โดยใช้ประโยชน์ของประเทศนั้นๆ ในการเชื่อมโยง Regional Supply Chain และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปิดเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) ตลาดเดียวและฐานการผลิตเดียวกันในปี 2015 สิ่งสำคัญคือการบูรณาการซัพพลายเชน ซึ่งอุตสาหกรรมไทยยังไม่มี และยังมีช่องว่าง" รศ.ดร.รุธิร์ กล่าว

โจทย์คือทำอย่างไรจึงจะลดช่องว่างเหล่านี้ การเชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ไปสู่ซัพพลายเชน หลังจากมีความเห็นพ้องกันแล้วว่านี่คือทิศทางที่ประเทศไทยกำลังจะเดินหน้าไป ลำดับแรกคงจะต้องสร้างความเข้าใจในประเด็นซัพพลายเชนให้ตรงกันก่อน เพื่อมองให้ทะลุถึงโจทย์เพื่อใช้ในการวางแผนหรือกำหนดทิศทางการพัฒนาโลจิสติกส์และซัพพลายเชนต่อไปอย่างมีทิศทาง

Leave a comment :