
ท่านี้ซึ่งเดิมสามารถจุหรือบรรทุกสินค้าได้ถึง 1.1 ล้าน teu ต่อปี กำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงและคาดว่าจะเปิดให้บริการอีกครั้งในเดือนมกราคม ปี 2011 อย่างไรก็ตาม นายเกรกอรี่ ให้แนวความเห็นถึงประเด็นนี้ โดยอธิบายว่าการหลั่งไหลเข้ามาของเรือบรรทุกมีส่วนทำให้ท่าเรือนี้ไม่สามารถให้เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าโครงการพัฒนาถนนสายต่างๆ ยังไม่เสร็จทันเวลา
หนึ่งใน 5 แห่งของท่าเรือน้ำลึกในเขตท่าเรือ Thi Vai-Cai Map ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่แห่งใหม่ของ CMIT ตั้งอยู่ห่างจากเส้นทางการขนส่งหลักเพียง 15 ไมล์ตามระยะทางทะเล สามารถใช้ประโยชน์จากการที่ท่ายาว 600 เมตรและมีเครน STS ถึง 6 เครนด้วยกัน ทำให้สามารถขนส่งได้ถึง 30 หรือมากกว่านั้นต่อชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม เพราะการขาดถนนที่มีคุณภาพ ทันสมัย สินค้าประมาณ 90% กลับต้องถูกขนส่งโดยเรือบรรทุกสินค้าขนาดเล็กแทน นายเกรกอรี่ ชี้ให้เห็นว่า หากมีเรือหลักบรรทุกสินค้าเพียง 4 ลำ อาจทำให้จำเป็นต้องเพิ่มเรือบรรทุกสินค้าขนาดเล็กอีก 55 ลำต่อสัปดาห์ นี่หมายความว่าความสามารถในการบรรทุกสินค้าที่มีอยู่ของเรือหลักถูกทำให้ลดประสิทธิภาพลงถึง 45%
“บางคนอาจคิดว่าเป็นการคาดการณ์ที่เกินไปของระบบ แต่ถ้าคุณลองมองไปที่การบรรทุกสินค้าไปในเขตดินแดนน้ำลึก อาจจะไม่ได้เป็นการกล่าวเกินไปก็ได้” นายเกรกอรี่ กล่าวโดยเสริมว่า โครงสร้างสาธารณูปโภคของเวียดนามกำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนา แต่อาจจะไม่เร็วนัก เขากล่าวโดยอ้างถึงปัญหา Route 51 ซึ่งถึงแม้ว่ามี 4 เลนแล้วในตอนนี้ แต่ก็ยังประสบกับปัญหาความแออัดที่เกิดจากมีเลนเพียง 1 เลนที่ถูกบล็อกไว้ด้วยบรรดามอตอร์ไซค์และสกูตเตอร์
อย่างไรก็ตาม เขากล่าวย้ำอีกว่า “โครงการที่เกี่ยวกับโครงสร้างสาธารณูปโภคจำนวนมากอยู่ในช่วงพัฒนาปรับปรุง และกำลังวางแผนอยู่ ซึ่งโครงการเหล่านี้มีความสำคัญมากถ้าเราต้องการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าเรือน้ำลึกเวลาที่มีเรือบรรทุกสินค้ามา” ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจนักเพราะว่าหลายๆ โครงการยังไม่รู้เลยว่าจะเสร็จเมื่อไร
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า มันถือเป็นการสูญเสียจริงๆ ถ้าประเทศไม่มีโครงสร้างทางสาธารณูปโภคที่ทันสมัยมารองรับ ซึ่งมีส่วนทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของเวียดนามในอนาคตเป็นไปอย่างช้าๆ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงปริมาณของสินค้าของเวียดนามที่เติบโต 2% ในปี 2009 ในขณะที่ของทั่วโลกลดลงกว่า 10%
ที่มา: บทความจาก Port Strategy
















Leave a comment :