Switch to: uk
18 May 2012 14:44PM

หลากความเห็นกับเส้นทาง R9

24 Mar 11 ,  Editorial, Logistics Digest
  • 0

Logistics Digest ได้สัมภาษณ์ความคิดเห็นของคณะผู้ร่วมเดินทางสำรวจเส้นทาง R9 ทั้งด้านการขนส่งและการกระจายสินค้า ซึ่งจัดโดยสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย

ในมุมมองผม ปัจจุบันการขนส่งในประเทศเวียดนามยังไม่ค่อยดี แต่สิ่งเหล่านี้สามารถพัฒนาได้ในช่วงเวลาอันสั้น จะเห็นว่าเวียดนามพัฒนารูปแบบตามแนวจีน การพัฒนาขนส่งของจีนทำได้เร็วมาก ในเมื่อเวียดนามมุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรม ความเติบโตจึงมีแนวโน้มชัดเจน ซึ่งเราควรจะติดตามอย่างต่อเนื่อง

 

เส้นทาง R9 หรือ East-West Economic Corridor จากดานัง-ลาวบาว (เวียดนาม)-แดนสะหวัน-สะหวันนะเขต (สปป.ลาว)-มุกดาหาร-แม่สอด (ไทย)-เมียวดี-มะละแหม่ง (พม่า) สำหรับการก่อสร้างเส้นทาง R9 แล้วเสร็จเกือบทั้งหมด ยกเว้นเส้นทางในพม่า

 

คุณกิจจา เกิดผล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ การท่าเรือแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นต่อเส้นทาง R9 ว่า ในภาพใหญ่ไทยกับเวียดนามมีความสัมพันธ์ด้านท่าเรือกันมานานแล้ว ที่เห็นชัดเจนแนวทางการพัฒนาท่าเรือเวียดนามไม่ได้หวังพึ่งสินค้า Transshipment แต่ต้องเกิดจากอุตสาหกรรมหลังท่าเป็นตัวหลัก ส่วนในเส้นทาง R9 ที่จะเชื่อมพม่ามาถึงเวียดนาม เป็นส่วนหนึ่งซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญนอกจากอุตสาหกรรมก็คือสินค้าสองฟากต้องมีการไหลไปมาระหว่างกัน

 

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ท่าเรือไทยจะแข่งกับเวียดนาม หรือจะเป็นอุปสรรคในอนาคต แต่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางขนส่งการผลิตและการค้า สาธารณูปโภคเราเหนือกว่า คงไม่ง่ายที่ไทยจะกลับกลายเป็นผู้ตามภายในระยะเวลา 5-10 ปี เราต้องติดตามสถานการณ์และปรับตัว

 

a_3

 

คุณสุรเชษฐ์ นัยนภาเลิศ Chief Operation Officer บริษัท เกียรติธนาขนส่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผมมองว่าเส้นทาง R9 สำหรับแง่ผู้ประกอบการขนส่งไทยยังทำได้ยาก ยังมีอุปสรรคของเรื่องวัฒนธรรม การเมือง ภาษา ไทยขนส่งสินค้ามาลาวไม่ค่อยมีปัญหา ไทยมาเวียดนามมีปัญหามากในด้านภาษาและวัฒนธรรม การควบคุมบริหารจัดการที่ทำงานข้ามสามประเทศ ระเบียบน้ำหนักบรรทุกก็ไม่เหมือนกัน

 
ผมว่างานขนส่งทางบกเป็นงานของคนพื้นที่ แต่คนไทยมีโอกาสคือเข้ามาในเวียดนามได้ เพียงเพราะว่าภาษาพอจะเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง แต่เวียดนามมาทำงานในลาวแล้วเทียบกับไทยมาทำในลาว ผมว่าเวียดนามได้ประโยชน์มากกว่าไทย ผมเชื่อว่าคนที่ได้ประโยชน์คือต้นทางและปลายทางของแลนด์บริด แต่ถ้าถามคนไทยจะได้อะไรจากการขนส่ง คนไทยได้อย่างเดียวคือเป็นฐานการผลิต

 

กัปตันอภัยพงษ์ กิตติศุภคุณ Assistant Logistics Dept. Manager บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เส้นทาง R9 เป็นเส้นทางใหม่ที่น่าสนใจสำหรับการเปิดตลาด เราทุกคนหวังว่าเป็นการเปิดตลาดจะทำให้การขนส่งเป็นไปตามรูปแบบกฎกติกา ซึ่งเราหวังว่าลักษณะการขนส่งจะเป็นแลนด์บริดจากซ้ายสุดมาขวาสุด พม่า ไทย ลาว เวียดนาม

 
การปกครองแนวคิดเป็นตัวบ่งบอกเลยว่าจะวิ่งได้หรือไม่ ทางรัฐและประชาชนลาวมองว่าเขาไม่ได้ผลประโยชน์ที่แท้จริง เป็นผลกระทบชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ลาวมีสังคมเป็นลักษณะการเกษตร จึงเป็นที่มาว่ากลางคืนไม่ให้รถวิ่ง เราจะขนส่งได้อย่างไรถ้าเกิดลักษณะเช่นนี้ ถนนของลาวแค่สองเลน การรับน้ำหนักของถนน การปล่อยปะละเลย และเก็บค่าผ่านแดน ไม่จีรังยั่งยืนเท่าไร หากถนนเกิดความเสียหาย ทางภาครัฐของลาวจะทำนุบำรุงหรือไม่ ถ้าไม่ก็จะเกิดปัญหา ความล่าช้าการขนส่งก็จะมีมากขึ้น


ด้านเวียดนาม รอยต่อจากลาวบาวเป็นลักษณะการขึ้นเขาและลงเขา ลาวบาวมีเขตเศรษฐกิจพิเศษจูงใจ น่าจะใช้ประโยชน์เป็นฐานกระจายสินค้าได้ เวียดนามเองก็มีจราจรคับคั่งประชาชนยังใช้เส้นทางเดียวกันกับรถขนส่ง ถนนมีแค่สองเลนและมีการกำหนดความเร็วของรถยนต์ จึงยังเป็นคำถามว่าเวียดนามพร้อมแล้วหรือยังที่จะใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้า


ส่วนท่าเรือดานังเตรียมพร้อมรองรับเส้นทาง R9 แต่ปัญหาอุปสรรคข้างต้นนี่เป็นแค่ปัญหากายภาพ ยังมีปัญหาด้านการเมืองการปกครองเข้ามาอีก แต่ก็ยังมีความหวังว่า R9 คงเดินต่อไปได้

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.