Switch to: uk
11 February 2012 13:33PM

GMS เส้นทางเศรษฐกิจอินโดจีน โอกาสหรือภัยคุกคาม

03 Dec 07 ,  Logistic Digest Editorial
  • 0

 piccoverld33

จับตาเส้นทางการค้าภูมิภาคอินโดจีน ถนนเชื่อมต่อเกือบสมบูรณ์แล้ว แต่การค้าการลงทุนยังไม่เกิด เหตุติดปัญหา เรื่องกฎระเบียบระหว่างประเทศ รัฐและเอกชนไทยเร่งผนึกกำลังดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ระบุเป็นทั้งโอกาสและภัยคุกคาม ไทยต้องเตรียมพร้อมทั้งรุก-รับ ก่อนบังคับใช้ความตกลงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงว่าด้วยการขนส่งสินค้าข้ามแดน ภายในสิ้นปี 2553

 
เมื่อวิวัฒนาการของระบบการค้าโลกมุ่งเน้นสู่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจหรือการลงทุนแบบตลาดเดียว (Single Market) มากขึ้น เห็นได้จากความพยายามในการทำข้อตกลง FTA (Free Trade Agreement) ของประเทศต่างๆ รวมถึงประเด็นร้อนใกล้ตัวของประเทศไทยในโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงหรือ GMS (Greater Mekong Sub region: GMS) ของประเทศไทยร่วมกับอีก 5 ประเทศ คือ ราชอาณาจักรกัมพูชา สหภาพพม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เห็นภาพชัดเจนในการเชื่อมโยงเส้นทางระหว่างกันแล้ว โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ความตกลงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงว่าด้วยการขนส่งสินค้าข้ามแดน (GMS Cross Border Transport Agreement: GMS CBTA) อย่างเต็มรูปแบบภายในสิ้นปี 2553 นี้ด้วย ขณะนี้จึงเป็นประเด็นท้าทายว่าประเทศสมาชิก GMS จะร่วมผลักดันอย่างไรเพื่อให้เกิดเป็นเส้นทางการค้าที่แท้จริง และได้ประโยชน์ร่วมกันแบบ win-win situation

ดังนั้นในฐานะที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ (Geographical Advantage) ในเรื่องสถานที่ตั้ง ทำให้สามารถวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการค้าของภูมิภาคอินโดจีน และประตูการค้าสู่อาเซียน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเดินหน้าให้เกิดการพัฒนาความร่วมมือทางการค้า การลงทุน การบริการโลจิสติกส์แบบบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรมในกลุ่ม GMS ก่อนจะขยายผลความร่วมมือไปสู่ระดับอาเซียน ซึ่งกลุ่มประเทศอาเซียนได้กำหนดเป้าหมายชัดเจนที่จะมีการรวมกลุ่มเป็นหนึ่งเดียว (Single Market) เพื่อสร้างประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ภายในปี 2558

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเส้นทางขนส่งตามแนวพื้นที่เศรษฐกิจ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ประกอบด้วย

  • แนวพื้นที่เศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) เชื่อมโยงไทย-พม่า/ลาว-จีน
  • แนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) เชื่อมโยงพม่า-ไทย-ลาว-เวียดนาม
  • แนวพื้นที่เศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor) เชื่อมโยง ไทย-กัมพูชา-เวียดนาม

จุดเด่นของเส้นทางดังกล่าวคือเป็นเส้นทางการค้าใหม่ที่เชื่อมมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิกด้วยการขนส่งทางบกที่มีระยะทางเชื่อมต่อสั้นที่สุด ขณะนี้การขนส่งทางบกในภูมิภาคเป็นที่จับตามองว่าจะมีบทบาทสูงมากในอนาคต

อย่างไรก็ดีการเชื่อมโยงของโครงสร้างพื้นฐานทางถนนไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะผลักดันให้เกิดการค้า การลงทุน แต่ต้องมีปัจจัยสนับสนุนอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายและความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าข้ามแดน ได้แก่ ความตกลงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงว่าด้วยการขนส่งสินค้าข้ามแดน (GMS Cross Border Transport Agreement: GMS CBTA) และกรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดน ซึ่งครอบคลุมกฎเกณฑ์ด้านยานพาหนะ คนประจำพาหนะ เส้นทางการขนส่ง กฎระเบียบการจราจร ขนาดและน้ำหนักของยานพาหนะ และภาษีอากร เป็นต้น รวมถึงระบบไอที การบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ ซึ่งพบว่ายังเป็นอุปสรรคสำคัญอยู่

นอกจากนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรุก-รับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น เพราะเส้นทางที่เชื่อมโยงกันย่อมเป็นทั้งโอกาสทางการค้า และภัยคุกคามได้ในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะกับจีนตอนใต้ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามโรงงานโลก แหล่งผลิตสินค้าราคาถูก และตลาดบริโภคขนาดใหญ่

แม้การค้า การลงทุนในเส้นทางสายเศรษฐกิจที่พูดถึงมานานกว่า 15 ปี ยังไม่ปรากฎผลเด่นชัดนัก แต่อย่างน้อยการเดินหน้าเพื่อเร่งรัดการดำเนินงานที่จะทำให้มีการลดปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้นของภาครัฐและเอกชนไทยถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่ดี สำหรับผู้ประกอบการไทยที่จำเป็นต้องเร่งศึกษารายละเอียดและพัฒนาตนเองอย่างรวดเร็วเพื่อหาช่องทางธุรกิจและใช้ประโยชน์จากความร่วมมือ GMS เพราะหากช้าไปเส้นทางที่ประเทศไทยคาดหวังว่าจะเป็นโอกาสทางการค้า อาจจะกลับกลายเป็นการเปิดประตูให้สินค้าราคาถูกจากจีนเพียงฝ่ายเดียวก็เป็นได้

 


ศักยภาพของประเทศไทยภายใต้กรอบความร่วมมือ
GMS

จุดแข็ง
- ที่ตั้งของไทยเอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคอินโดจีน และจีนตอนใต้

- จีนตอนใต้ต้องการแสวงหาเส้นทางขนส่งทางทะเลสู่กลุ่มประเทศยุโรป และตะวันออกกลาง

- ในกลุ่ม GMS ไทยมีความพร้อมที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากกว่าประเทศอื่นๆ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ การเมือง ทรัพยากร
   มนุษย์ และไอที

- ไทยอยู่ในเส้นทางการขนส่ง East-West Economic Corridor และ North-South Economic Corridor ระหว่างกลุ่มประเทศ

จุดอ่อน
- การขนส่งจากจีนตอนใต้มายังไทยต้องผ่านลาว หรือพม่า

- ไทยขาดหน่วยงานหลักในการนำและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่จะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

โอกาส
- ความร่วมมือ GMS เป็นโอกาสสำคัญที่จะผลักดันให้อินโดจีนพัฒนาเศรษฐกิจแบบรวมกลุ่ม โดยมีจีน และไทยเป็นผู้นำในการผลักดัน

- มีพม่า และลาวเป็นฐานการผลิตวัตถุดิบทางการเกษตร Contract Farming

ข้อจำกัด
- ความแตกต่างของรากฐานการปกครอง และพื้นที่ทางเศรษฐกิจ

- ความหวาดระแวงระหว่างกัน

นานาทัศนะ

pitsunu

คุณพิษณุ เหรียญมหาสาร รองปลัดกระทรวงพาณิชย์

"GMS มีบทบาทสำคัญต่อการเชื่อมโยงทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมแต่ละประเทศค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ปัญหายังเป็นเรื่องการเตรียมพร้อม"

 mitri   

ดร. ไมตรี ศรีนราวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร
(สนข.)

"ขณะนี้เราได้เปรียบและเข้มแข็งกว่าประเทศอื่นในกลุ่ม GMS ต้องใช้กลยุทธ์เชิงรุกโดยมียุทธศาสตร์ในเชิงบูรณาการของประเทศที่ชัดเจนที่จะทำให้มีการขับเคลื่อนอย่างมีระบบ"

 thanit    

คุณธนิต โสรัตน์ รองเลขาธิการ สายงานเศรษฐกิจ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

"การขนส่งสินค้าในภูมิภาคอินโดจนีและจีนตอนใต้โดยทางถนนจะเป็นเส้นทางสำคัญ ถนนทุกเส้นจะมุ่งสู่ไทยเป็น Land Bridge ไปสู่ประเทศในอาเซียนทางใต้"

 jakkrit  

ดร. จักรกฤษณ์ ดวงพัสตรา หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมธุรกิจบริการโลจิสติกส์
สำนักโลจิสติกส์การค้า กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์

"เราพยายามพัฒนาเครือข่ายทางการค้าให้กับผู้ส่งออกและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ โดยการจัดกิจกรรม B2B matching เป็นการปูทางให้กับผู้ส่งออก และผู้ให้บริการโลจิสติกส์อีกทางหนึ่ง"

 krekkra

คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย
"สิ่งที่สมาพันธ์ฯต้องการทำคือโครงการนำร่องให้เอกชนสามารถไปทำงานได้จริง เพราไม่อย่างนั้น เราก็ต้องสำรวจเส้นทางอยู่ตลอด และเป็นการศึกษาที่อยู่บนกระดาษเท่านั้น


 

Click here to read more aticles


    

Leave a comment :