Switch to: uk
23 March 2017 09:00AM

อนาคตของโลจิสติกส์ในประเทศจีน

10 Jan 12 ,  Logistics Digest
  • 0

ขณะนี้จีนกำลังทำอะไรบ้างเพื่อรับประกันประสิทธิภาพและประสิทธิผลของเครือข่ายซัพพลายเชนทั่วโลกที่ใช้ทรัพยากรของจีน และผลักดันให้จีนก้าวสู่มหาอำนาจทางโลจิสติกส์

จีนกลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมของโลกที่ผลิตเสื้อผ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนสำเร็จรูปมากมายป้อนให้อเมริกาเหนือ ยุโรป และชาติอื่นๆ แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของจีนจะรับมือกับการเติบโตที่ต่อเนื่องและรวดเร็วนี้ได้อย่างไร และคำถามที่สำคัญกว่าคือ ขณะนี้จีนกำลังทำอะไรบ้างเพื่อรับประกันประสิทธิภาพและประสิทธิผลของเครือข่ายซัพพลายเชนทั่วโลกที่ใช้ทรัพยากรของจีน และผลักดันให้จีนก้าวสู่มหาอำนาจทางโลจิสติกส์

 

ความสำเร็จอันใหญ่หลวงของจีนใช่ว่าจะได้มาโดยง่าย จากข้อมูลของสมาพันธ์โลจิสติกส์และการจัดซื้อของจีน (China Federation of Logistics and Purchasing) ต้นทุนด้านโลจิสติกส์คิดเป็นร้อยละ 18 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศในปี พ.ศ. 2553 ซึ่งสูงกว่าระดับสูงสุดของประเทศที่พัฒนาแล้วถึงสองเท่า ภาระทางภาษี ค่าผ่านทางที่แพง และการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดโลจิสติกส์ คือเหตุผลที่ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์สูงลิ่ว อันที่จริงสิ่งที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับ

อุตสาหกรรมการผลิตของประเทศคือการย้ายฐานการผลิตไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า เนื่องจากค่าใช้จ่ายของจีนโดยเฉพาะค่าแรงของคนงานกำลังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ถึงกระนั้น โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของจีนก็ได้รับการปรับปรุงขึ้นอย่างมากระหว่างแผนพัฒนาประเทศห้าปีฉบับที่ 11 (ปีพ.ศ. 2549 - 2553) จีนยอมรับว่าแรงงานทางเศรษฐกิจอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอที่จะรับประกันการเติบโตในระยะยาว จึงเพิ่มการลงทุนในการก่อสร้างสาธารณูปโภคทั้งทางด่วน ทางรถไฟ และเส้นทางคมนาคมอื่นๆ

 

อย่างไรก็ตาม ความขาดแคลนด้านโลจิสติกส์ก็ยังปรากฏให้เห็น ยกตัวอย่างเช่น ขาดสิ่งอำนวยความสะดวกในการกระจายสินค้า เครือข่ายถนนและเส้นทางรถไฟโดยเฉพาะในมณฑลทางตะวันตกที่ยังไม่พัฒนา นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่สมดุลของจีน ซึ่งเป็นผลเสียต่อความสามารถในการแข่งขันอย่างมาก

 

แนวโน้มและการพัฒนา


ในด้านโลจิสติกส์ เห็นชัดว่าจีนได้คิดวางแผนล่วงหน้าแล้ว นายกรัฐมนตรีเวินเจียเป่า ประกาศเมื่อ 18 มิถุนายน 2554 ว่า “เราต้องจัดทำนโยบายและมาตรการต่างๆ ให้เสร็จสมบูรณ์ และส่งเสริมการพัฒนาที่ดีของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์” ผลที่ได้คือแผนปรับปรุงโลจิสติกส์ที่รู้จักกันในชื่อ ข้อบังคับแห่งชาติแปดประการ (Eight State Regulations) ซึ่งเน้นเรื่อง:


- สิทธิพิเศษทางภาษี
- การสนับสนุนนโยบายเรื่องที่ดิน
- การปรับปรุงการจราจรทางบก
- การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
- การบูรณาการทรัพยากร
- นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้
- การลงทุนของรัฐบาลและการสนับสนุนทางด้านสินเชื่อของธนาคาร
- การสนับสนุนโลจิสติกส์ด้านการเกษตร

 

แผนนำร่องเหล่านี้จะช่วยรักษาประสิทธิภาพของโลจิสติกส์และการขนส่งซัพพลายเชนหลักอย่างน้อย 7 ด้านดังนี้


1. การขนส่งในประเทศ
ตลาดการขนส่งในประเทศแม้จะกระจัดกระจาย แต่ก็เริ่มมีความก้าวหน้าในเรื่องมาตรฐานของขั้นตอนและการควบคุมดูแล สำนักงานกฤษฎีกาแห่งชาติของจีนได้ประกาศใช้ระเบียบใหม่คือข้อบังคับแห่งชาติแปดประการ เพื่อรักษาเสถียรภาพและเสริมสร้างวินัยในการพัฒนาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ นอกจากนี้จีนยังพยายามจัดระเบียบตลาดการขนส่งเพื่อจัดการกับปัญหาค่าแรงและค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย

 

อย่างไรก็ดี ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ยังไม่บังคับใช้ ไม่ได้ส่งผลให้บริษัทขนส่งของจีนถอดใจที่จะแข่งขันในตลาดโลจิสติกส์ระดับโลก การถือกำเนิดของบริษัทผู้ให้บริการ 3PL (3rd Party Logistics Provider) ในประเทศยังถูกมองว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งที่จะก้าวไปสู่ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในตลาดการขนส่ง

 

2. การขนส่งทางเรือ
ปริมาณการลงทุนของจีนในท่าเรือต่างๆ นั้นมากกว่าประเทศใดๆ ในโลก เฉพาะแผนพัฒนาประเทศ 5 ปี จีนลงทุนในท่าเรือถึง 357 พันล้านหยวน การลงทุนเหล่านี้ทำให้จีนมีความก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกจะประสบปัญหาก็ตาม

ท่าเรือใหญ่ๆ ในประเทศต้องดูแลสินค้ามากถึง 13.5 TEU ในเดือนมกราคม 2554 หรือเติบโตร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มจำนวนของท่าเรือหลักตามชายฝั่งจากปี พ.ศ. 2544 ถึง 2553 ในช่วงนั้นเซี่ยงไฮ้กลายเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีปริมาณการส่งออกถึง 29.06 ล้าน TEU ในปี พ.ศ. 2553

 

ในตลาดสินค้าที่ไม่ใช่หีบห่อ (Bulk Cargo) กำลังการผลิตส่วนเกินมีผลทำให้อัตราค่าระวางลดลงโดยเฉพาะน้ำมันและสินค้าแห้ง ก่อให้เกิดปัญหาอุปทานไม่สมดุลกับอุปสงค์ ในแง่หนึ่ง เรือของจีนจำนวนมากได้เปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ จึงเพิ่มศักยภาพในการบรรทุกมากขึ้น แต่ในอีกด้าน วิกฤติหนี้สินในประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศได้กดให้อุปสงค์ของโลกลดลง ผลที่เกิดขึ้นคือการลงทุนในท่าเรือได้ลดลงตามแผนพัฒนาประเทศ 5 ปีของจีนฉบับก่อน แต่อย่างไรก็ดี ศักยภาพที่จีนมีในตอนนี้ก็เพียงพอที่จะจัดการกับอุปสงค์ที่ลดลงจากสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาแล้ว

 

3. การขนส่งทางรถไฟ
จีนได้ลงทุนมหาศาลกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการรถไฟทั้งเพื่อการขนส่งและการให้บริการผู้โดยสารด้วยรถไฟความเร็วสูง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของชาติ ในครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2554 จำนวนสินค้าทั้งหมดที่ขนส่งด้วยรถไฟในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 1.94 พันล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากปีก่อนหน้า

 

ก่อนสิ้นปี 2554 คาดว่าจีนจะมีความยาวของรางรถไฟทั้งหมด 99,000 กิโลเมตร ปริมาณสินค้าที่ขนส่งทางรถไฟก็น่าจะเพิ่มขึ้นด้วยจากการก่อสร้างที่รวดเร็วขึ้นและขยายตัวกว้างขึ้นของเส้นทางรถไฟความเร็วสูง การขนส่งทางรถไฟในระยะยาวก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน แม้ว่าการก่อสร้างนั้นจะทำเพื่อการขนย้ายทางทหาร การขนย้ายทรัพยากร และการบรรทุกผู้โดยสารมากกว่าเพื่อการขนส่งสินค้าก็ตาม

 

ldarticle_100112_1

 

4. การขนส่งทางบก
ภาคการขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอาศัยทางหลวงเป็นหลักซึ่งเหมือนกับในอเมริกาเหนือและยุโรป เครือข่ายการขนส่งทางบกของจีนได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มปริมาณการขนส่ง โดยเฉพาะในเมืองชั้นสองและสาม การขยายเครือข่ายการขนส่งทางบกเป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลท้องถิ่น มีการพัฒนาคุณภาพของบริการทางบกตามการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดโลจิสติกส์ บริษัทข้ามชาติรวมทั้งบริษัทร่วมทุนของสหรัฐฯ ในจีนเริ่มใช้บริการโลจิสติกส์ในระดับท้องถิ่นมากขึ้น

 

แม้ว่าการขนส่งทางบกจะได้รับความนิยมและมีอุปสงค์มากขึ้น แต่ก็มีประเด็นเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าขนส่งทางรถไฟถูกกว่าทางถนนร้อยละ 20 ถึง 30 ถ้าใช้เรือลำเลียงจะถูกกว่าประมาณร้อยละ 50 ด้วยเหตุนี้หลายฝ่ายจึงเชื่อว่าเครือข่ายการขนส่งที่บูรณาการเส้นทางแบบต่างๆ จะเป็นแนวโน้มใหม่ที่ครองตลาดการขนส่งในจีน

 

5. การขนส่งทางอากาศ
ขณะที่ปริมาณสินค้าทางอากาศเพิ่มขึ้นต่อเนื่องประมาณร้อยละ 6 ทุกปี แต่ก็ไม่อาจเทียบกับตลาดโลจิสติกส์ทั้งหมดของจีนได้  เพราะการขนส่งทางอากาศในจีนใช้เพื่อขนส่งสินค้ามูลค่าสูงหรือขนาดกะทัดรัดเท่านั้น

 

ในภาคการขนส่งนี้ บริษัทโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่ระหว่างประเทศกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากสายการบินท้องถิ่นของจีน China Southern ซึ่งเป็นผู้นำด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศของจีน มีรายได้สูงถึง 42.4 พันล้านหยวนในครึ่งปีแรกของปี 2554 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 22.3 จากปีที่แล้ว ขณะที่บริษัทข้ามชาติอย่าง UPS มีรายได้เติบโตเพียงร้อยละ 10 ในตลาดการขนส่งทางอากาศ

 

6. การขนส่งสินค้าทางน้ำในประเทศและเส้นทางทะเลระยะสั้น
การขนส่งทางน้ำระยะสั้นเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในเขตตะวันตกตอนกลางของจีน เหตุผลหลักคืออุตสาหกรรมการผลิตแบบเดิมได้ย้ายไปทางตะวันตก เนื่องจากเมืองทางตะวันออกมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น และผู้ตัดสินใจด้านซัพพลายเชนพยายามบุกเบิกช่องทางใหม่ในประเทศ

 

7. การฟอร์เวิร์ด
บริการฟอร์เวิร์ดและนายหน้าก็ได้อานิสงส์จากการเติบโตที่สม่ำเสมอเช่นกัน ฟอร์เวิร์ดเดอร์ของจีนให้บริการซัพพลายเชนที่ครบถ้วนและกำหนดตามใจชอบได้สำหรับลูกค้าระหว่างประเทศ ดังนั้นจึงได้ประโยชน์อย่างเต็มที่

 

ฟอร์เวิร์ดเดอร์เหล่านี้ยังเปิดสาขาในสหรัฐฯ ยุโรป และประเทศอื่นๆ เพื่อช่วยบริษัทต่างชาติให้ทำการค้ากับจีนได้อย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิผลมากขึ้น Kerry Logistics ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในฮ่องกงเป็นตัวอย่างหนึ่งของการขยายตัวการให้บริการ 3PL ของจีนในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกและในยุโรป

 

ldarticle_100112_2

 

เส้นทางแห่งอนาคต


อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของจีนเผชิญกับโอกาสและความท้าทายมากมาย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังสนับสนุนอย่างเข้มแข็ง และอาจยอมให้เปิดลู่ทางใหม่ๆ ในประเทศเพื่อให้แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้นกับบริษัทโลจิสติกส์เดิมในระดับชาติหรือแม้กระทั่งในระดับโลก

 

แต่บริษัทที่ตั้งมานานแล้วก็อาจได้รับประโยชน์จากความสำเร็จนี้เช่นกัน ดังเห็นได้จากกลุ่มบริษัท China Ocean Shipping ซึ่งเป็นผู้ส่งสินค้าและโลจิสติกส์ระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดของจีน และใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลกเมื่อต้นปี พ.ศ. 2554 และภายใน 6 เดือนก็สามารถขึ้นสู่อันดับที่ 4 ของโลกโดยมีปริมาณการขนส่งถึง 650,000 TEU

 

การขนส่งแบบบูรณาการ (Integrated Transport) เป็นกระแสที่กำลังมาแรงในจีน มีการผสมผสานเส้นทางทางทะเลและทางบกเพื่อขนถ่ายสินค้าไปยังมณฑลที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน การขนส่งจากใจกลางประเทศไปสู่เมืองท่าสำคัญก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน ต้องขอบคุณการก่อสร้างเครือข่ายถนน การขุดลอกแม่น้ำ และการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ นอกจากนี้ การบูรณาการเส้นทางแบบอื่นๆ ก็เริ่มมีให้เห็นเด่นชัดขึ้น ในเมืองชายฝั่งของจีนบางแห่งเริ่มมีการรวมกลุ่มผู้ซื้อโดยบริษัทโลจิสติกส์ใหญ่ๆ เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมที่สุดและเพิ่มประสิทธิภาพ

วิธีการขนส่งแบบดั้งเดิมเช่นทางรถไฟหรือทางน้ำกำลังฟื้นคืนชีพในฐานะทางเลือกที่สำคัญ โดยมีการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อปรับปรุงและขยายเส้นทาง อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขนส่งทางรถไฟอาจเติบโตเร็วกว่าเดิมเนื่องจากการขยายระบบรางรถไฟอย่างรวดเร็วและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รัฐบาลจีนออกนโยบายที่สนับสนุนมากขึ้นรวมทั้งมาตรการเชิงบวกเพื่อการพัฒนาการขนส่งทางรถไฟ

 

ข้อบังคับแห่งชาติ 8 ประการของจีนที่เพิ่งประกาศไม่นานมานี้ให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการจัดเก็บภาษีตามความเป็นจริง สิ่งนี้อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงที่น่ายินดีต่ออุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ซึ่งอัตราภาษีแบบคงที่เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

 

บริษัทโลจิสติกส์ยังอาจได้รับแรงจูงใจทางภาษีมากขึ้นจากการปรับนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล และหากมีการให้อัตราพิกัดศุลกากรแบบพิเศษโดยรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการส่งออก บริษัทต่างๆ จึงต้องมีความรู้และมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับท้องถิ่น เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบและมาตรการจูงใจต่างๆ
 
เป็นความจริงที่ว่า ทิศทางของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในจีนถูกผลักดันจากปัจจัยที่ชาติตะวันตกไม่คุ้นเคยหรืออาจไม่ยอมรับ เช่น การแทรกแซงหรือการชี้นำโดยรัฐบาล แต่เป็นไปได้อย่างยิ่งว่านโยบายและการควบคุมดูแลของรัฐบาลจีนนั้นจะสนับสนุนกิจกรรมโลจิสติกส์อย่างเข้มแข็ง

 

การก่อสร้างเขตอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ทางรถไฟ และท่าเรือถือเป็นงานสำคัญเร่งด่วน มีการให้ทุนสนับสนุน ให้เครดิตและการออกใบอนุญาตจึงไม่แปลกใจที่บริษัทในประเทศจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทต่างชาติก็มีโอกาสมากที่จะได้ประโยชน์จากการสนับสนุนโลจิสติกส์ของจีน เห็นชัดว่าจีนเล็งเห็นศักยภาพในการเติบโตและต้องการโครงสร้างพื้นฐานทางการขนส่งและโลจิสติกส์ระดับโลกเพื่อสนับสนุนความเจริญของประเทศ

 

เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เงินลงทุน 700 พันล้านหยวนจะถูกจัดสรรในแต่ละปีในโครงการรถไฟตามแผนพัฒนาประเทศ 5 ปีฉบับที่ 12 ก่อนสิ้นปี พ.ศ. 2558 เครือข่ายถนนจะเชื่อมต่อเทศบาลทั้งหมดได้ถึงร้อยละ 90 และเงินลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านหยวนจะถูกใช้ไปกับการพัฒนาการบิน ผลที่ตามมาคือโอกาสอันมหาศาลสำหรับบริษัทที่มีความทะเยอทะยาน มีกลยุทธ์ และมีขีดความสามารถในการดำเนินการที่แข็งแกร่งรวมทั้งมีไหวพริบในเรื่องซัพพลายเชน

 

ที่มา: แปลและเรียบเรียงจาก Logistics in China: Thinking ahead
http://www.logisticsmgmt.com/