Switch to: uk
11 February 2012 11:44AM

โลจิสติกส์ในโลกของ Healthcare (ตอนที่ 2)

05 Jan 10 ,  รศ.ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย ศฤงคารินทร์ /คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • 0
โลกของ Healthcare คงมีอะไรต้องทำอีกมากกมาย ทีมโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้ดำเนินการต่อเพื่อสืบค้นต่อเนื่องจากตอนที่แล้วว่า "อะไรที่ต้องทำอีกมากมาย"
นั้นคืออะไร ขั้นตอนแรกทีมเราให้ความสำคัญมาก ๆ เพราะเรารู้สึกกันว่างานวิจัยในยุคนี้ เมื่อทำเสร็จแล้ว "ต้องไม่ขึ้นหิ้ง" คาถาและวิธีการที่เราเรียนรู้จากงานวิจัยที่ผ่านมา (ต้องยก credit ส่วนหนึ่งให้ สกว. ที่ปูพื้นฐานให้แนวความคิดงานวิจัยด้านโลจิสติกส์เป็นเช่นนี้ได้) เราพบว่าถ้าจะไม่ให้ขึ้นหิ้ง เราต้องใช้เวลาในการพัฒนาโจทย์อย่างรอบคอบตรงประเด็นกับความต้องการของ User และต้องมี stakeholder เข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่เริ่มเปิดโจทย์ เพื่อเป็นหลักประกันให้เราได้ว่า เรามาได้อย่างถูกทางและผลวิจัยตอบโจทย์จริง อีกทั้งมีผู้ที่จะนำไปใช้
 
ดังนั้น เราใช้เวลากับขั้นตอนนี้พอสมควรในการสืบค้นจากงานวิจัยที่ผ่านมา สัมภาษณ์สอบถามผู้รู้ในวงการ เก็บข้อมูลเบื้องต้นจากกรณีจริง ผลเบื้องต้นที่เราพบและนำมาพัฒนาโจทย์นั้น เราพบว่า
1)สถานการณ์ตอนนี้ของไทยสับสนพอสมควร (มองในมุมวิศวกรรมระบบ) มีหลายบทปฏิบัติ หลากหลายวิธีการ และที่สำคัญที่สุดอีก หลายมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านข้อมูล
2)หลักการ วิธีการ รวมถึง บทปฏิบัติที่หลากหลายนั้น ในแต่ละองค์กรต่างหาวิธีการ Survive กันเองแบบภายใน แต่ยังไม่ค่อยมองในมุมของการ Survive ทั้ง Supply Chain คือ พัฒนาพร้อมกันตั้งแต่ Supplier , Logistics provider และ healthcare provider
3)ถึงจะมีแผนนโยบายและแนวคิดการยกระดับสาธารณสุขในระดับชาติ แต่ในบทปฏิบัติยังเป็นเพียงระดับปฏิบัติการ ยังไม่มีมุมมองระดับกลยุทธ์และข้อมูลประกอบที่ชัดเจน

จากสถานการณ์ที่ทีมโลจิสติกส์ประมวลข้างต้น เราจึงทำการ re-arrange โครงสร้างความคิดและองค์ความรู้ที่เรามีบนพื้นฐานของการประมวลถึงทรัพยากรที่ทีมเรามีทั้งเวลา งบประมาณและกำลังคน ทีมเราจึงนำเสนอหลักการของการจัดการโลจิสติกส์ในโลกของ healthcare ตอบปัญหาข้างต้นว่าคงจะต้อง 1) ตรวจสอบประเมินสถานการณ์ และ 2) พัฒนาปรับปรุงในเรื่องที่ต้องลงมือทั้งอย่างเร่งด่วนใน 3 core themes คือ
education05.jpg
1)Standardization and ICT Readiness Capability
แนวคิดของ theme นี้เกิดจากการที่ทีมวิจัยพบว่า มีหลากหลายมาตรฐานและวิธีการในสิ่งแวดล้อมของ Healthcare ทีมวิจัยจึงนำเสนอว่า แนวคิดการใช้มาตรฐานเดียวสำหรับประเทศ จะนำมาซึ่งประโยชน์ที่จะตกแก่ผู้รับบริการและการเพิ่มประสิทธิภาพในโซ่อุปทาน หากแต่ทีมวิจัยพบว่าถึงแม้แนวคิดนี้จะนำสู่ประโยชน์ในวงกว้างแต่การลงมือปฏิบัติให้เกิดนั้นยากยิ่งกว่า (หากใครยังจำได้สมัยที่ barcode เกิดในประเทศใหม่ ๆ ) จึงขอเสนอแนวคิดในการ
1.1)ทบทวน standard ที่ใช้ในโลกของ healthcare ทั้งหมดเพื่อนำมาซึ่งการวิเคราะห์หาความเหมาะสม ปัญหาและอุปสรรคและจัดการพัฒนา ผังกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อความพร้อมในการสวม Standard ใด ๆ เข้ามา
1.2)จากนั้นคงจะต้องเลือก 1 Supply Chain ขึ้นมา และทดลอง Implement บน Standard เดียวกัน supply chain ที่เลือกนี้ต้องครอบคลุมตั้งแต่ ผู้ผลิต ผู้กระจาย/ผู้ขนส่ง ผู้ให้บริการ healthcare
1.3) ขยายผล standard นั้นให้ generalize สำหรับวงกว้างรวมถึงการวิเคราะห์ในระดับการให้บริการ international ด้วย
ในการจัดทำ standard นี้โครงการภายใต้ theme นี้อีกส่วนคือ การสำรวจความพร้อมของ ICT ของผู้ให้บริการ healthcare ในประเทศเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการ Implement standard

2)Healthcare Supply Chain
แนวคิดของ Theme นี้คือ Operational Improvement ซึ่งประกอบด้วยโครงการย่อยที่จะเพิ่มขีดความสามารถของทั้งองค์กรและทั้งสายโซ่คือ
2.1) การวัดประเมินความสามารถของโซ่อุปทานของ healthcare
2.2) การวัดต้นทุนโลจิสติกส์ของ Healthcare
2.3) การประยุกต์ Lean ในโซ่อุปทานของ Healthcare
2.4) การประยุกต์ใช้ VMI (Vendor Manage Inventory) บน standard ในโซ่อุปทานของ Healthcare
2.5) การวิเคราะห์เหมืองข้อมูลเพื่อประโยชน์กับการปรับปรุงการทำงาน (Healthcare Informatics)
ทั้ง 5 โครงการย่อยนี้จะจัดทำในทั้งระดับปฏิบัติการและระดับนโยบายบนโซ่อุปทานต้นแบบของทั้งภาครัฐและเอกชน

3)Patient Supply Chain
แนวคิดของ theme นี้คือ ศึกษาการไหลของผู้ป่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กรรวมถึงการขนย้าย เคลื่อนย้ายและส่งต่อผู้ป่วยระหว่างสถานบริการ โครงการย่อยจึงแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ
3.1) การศึกษาการเคลื่อนย้ายและส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน
3.2) การศึกษาการไหลของผู้ป่วยในโรงพยาบาล
ทั้ง 3 Themes รวมถึงโครงการย่อยต่าง ๆ ในแต่ละข้อนั้น จะผนวกรวมกันและนำส่งภายใต้โครงการวิจัยมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ภายใต้งบประมาณของโครงการไทยเข้มแข็ง ดังนั้น ทีมวิจัยหวังเป็นอย่างยิ่ง (มากๆ ) ว่าภายใน 3 ปีนี้จะเกิดผลกระทบระดับหนึ่งขึ้นในโลกของ healthcare เพื่อทำให้ไทยนั้นเข้มแข็งขึ้นมาได้ ภายใต้ความร่วมมือของทั้งภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชนอย่างแท้จริง

Leave a comment :