Switch to: uk
23 March 2017 09:01AM

กองทัพทุนจีน “เดินออกไป”: กรณีศึกษากวางสี

18 Oct 11 ,  **ดร.อักษรศรี (อติสุธาโภชน์) พานิชสาส์น
  • 0

ในยุคนี้สมัยนี้  จีนได้ปรับบทบาทตนเองจากประเทศที่เคยรอรับการลงทุนจากต่างประเทศ กลับกลายมาเป็นพญามังกรที่ทะยานบินออกไปขยายการลงทุนและสร้างอาณาจักรจีนในเกือบจะทั่วทุกมุมโลกแล้วค่ะ

investment_01

 

จากเดิมที่รัฐบาลจีนเคยใช้นโยบาย “เชิญเข้ามา” (Qing Jin Lai) เพื่อดึงดูดและส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่แดนมังกรมานานร่วม 30 ปี  หากแต่ในบัดนี้ ด้วยสถานการณ์และสถานะเศรษฐกิจของจีนที่เปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลจีนกลับหันไปเน้นนโยบาย “เดินออกไป”  (Zou Chu Qu)  เพื่อส่งเสริมและผลักดันการออกไปลงทุนในต่างแดนของธุรกิจจีน ส่งผลให้กองทัพทุนจีนต่างตบเท้าเข้าแถวออกไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด

 

จากรายงานของกระทรวงพาณิชย์จีน (MOFCOM) ในปี 2010 มูลค่าของการลงทุนของจีนในต่างประเทศ (ไม่รวมภาคการเงิน) สูงถึง 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ  36.3 จากปีก่อนหน้า  ทั้งรัฐวิสาหกิจและเอกชนจีนได้ออกไปลงทุนตั้งบริษัทในต่างประเทศประมาณ 3,125 แห่ง กระจายการลงทุนใน  129 ประเทศ / เขตเศรษฐกิจทั่วโลก และถ้านับมูลค่าการลงทุนสะสมของทุนจีนในต่างประเทศจนถึงปี 2010 พบว่า มีมูลค่าสูงถึง 258,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ที่สำคัญ คือ ภูมิภาคอาเซียนของเราเป็นแหล่งเป้าหมายการลงทุนในอันดับต้นๆ ของทุนจีนด้วยค่ะ

 

เป้าหมายการออกไปลงทุนในต่างประเทศของจีน 

ประเทศ/ภูมิภาคที่จีนออกไปลงทุน     มูลค่าการลงทุนปี 2010

                                                      (ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

ฮ่องกง                                                  33,770

ออสเตรเลีย                                           2,930

อาเซียน                                                2,570

สหภาพยุโรป (ไม่รวมลักเซมเบิร์ก)            2,130

สหรัฐอเมริกา                                         1,393

ญี่ปุ่น                                                      207

Source: China’s MOFCOM, Jan 2011

 

บทความในวันนี้ จะขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาของ “กวางสี” ดินแดนที่เป็นประตูสู่อาเซียนของจีน และมีนโยบายที่ชัดเจนในการเดินออกไปลงทุนในอาเซียน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ดิฉันได้รับรู้รับทราบมาจากการเดินทางไปเยือนกวางสีเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา  รอบนี้ดิฉันและคณะจากประเทศไทยยังได้มีโอกาสร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับผู้บริหารระดับ “รองนายกเทศมนตรี” ของเมืองเศรษฐกิจสำคัญของกวางสีที่อยู่รายรอบอ่าวเป่ยปู้ (อ่าวตังเกี๋ย) ได้แก่  เมืองชินโจว เมืองเป่ยไห่ และนครหนานหนิงด้วยค่ะ

 

ในขณะนี้  กวางสีได้ดำเนินมาตรการที่สอดคล้องกับนโยบาย “เดินออกไป” ของรัฐบาลกลาง ด้วยการส่งเสริมผลักดันทุนจีนและรัฐวิสาหกิจในกวางสีให้ออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของกวางสีมาตั้งแต่ปีกลาย รัฐบาลกวางสีได้ประกาศ “ข้อคิดเห็นว่าด้วยการเร่งดำเนินยุทธศาสตร์เดินออกไป” ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญและเป็นทิศทางชัดเจนในการสนับสนุนรัฐวิสาหกิจกวางสีทั้งด้านนโยบาย เงินทุน และบุคลากรในการออกไปลงทุนต่างแดน

 

สำหรับภาพรวมการออกไปลงทุนในอาเซียนของกวางสี  จากรายงานในปี 2010 พบว่า  รัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมาธิการตรวจสอบและบริหารทรัพย์สินแห่งรัฐของกวางสี (Guangxi State-owned Assets Supervision and Administration Commission of the State Council) ได้ออกไปลงทุนในภูมิภาคอาเซียนราว 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 30 ต่อปี  กิจการของกวางสีที่ออกไปลงทุนในอาเซียนครอบคลุมหลากหลาย  ทั้งงานรับเหมาก่อสร้าง  การสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การพัฒนาเหมืองแร่และการแปรรูปสินแร่ การแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตร ไฟฟ้าพลังความร้อน และการบริการด้านเทคโนโลยี เป็นต้น

 

สำหรับแผนฯ ปี 2011 ตั้งเป้าหมายไว้ว่า  รัฐวิสาหกิจกวางสีจะมีเม็ดเงินออกไปลงทุนในอาเซียนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 520 ล้านหยวน โดยจะเน้นการพัฒนาเหมืองแร่ และการสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน

 

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนของ“ทุนกวางสีรุกอาเซียน” ดิฉันขอยกกรณีตัวอย่างทุนจีนจากกวางสีในเมืองไทยของเรานะคะ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับทราบมาจากการสัมภาษณ์รองอธิบดีกรมการพาณิชย์ของกวางสีเมื่อกลางเดือนที่แล้ว ท่านรองอธิบดีเล่าให้ฟังว่า “ในขณะนี้ บริษัท Guangxi Construction Engineering Group ของกวางสีได้ออกไปลงทุนสร้างโรงงานน้ำตาลในจังหวัดอุทัยธานี ในลักษณะ Turnkey และจะใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ส่งตรงจากจีนมาทำการก่อสร้างในเมืองไทย โดยมีเม็ดเงินลงทุนเฉพาะโครงการในจังหวัดอุทัยธานีนี้ มูลค่าสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ”  ซึ่งถือว่าเป็นโครงการลงทุนในต่างประเทศของกวางสีที่มีมูลค่าสัญญาสูงที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2011 นี้เลยค่ะ

 

มาถึงตรงนี้ ผู้อ่านอาจจะอยากทราบว่า  ยังมีทุนจีนจากกวางสีกลุ่มไหนบ้างที่น่าจะ“เดินออกไป”ลงทุนในไทยและอาเซียน  เท่าที่ดิฉันได้ติดตามและลงพื้นที่เก็บข้อมูลในกวางสีอย่างต่อเนื่องมาหลายปี  พบว่า มีรัฐวิสาหกิจและบริษัทจากกวางสีหลายแห่งที่มีทุนหนาและมีศักยภาพในการเดินออกไปลงทุนในอาเซียน ตัวอย่างเช่น บริษัท Liuzhou Wuling Motors ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของกวางสียี่ห้อ “หวู่หลิง”  บริษัทน้ำตาล Guangxi Huanan Sugar Group  บริษัทด้านเกษตร Guangxi State Farms  และบริษัท YuChai Group  เป็นต้น ซึ่งบริษัทเหล่านี้มีชื่อติดอยู่ในการจัดอันดับ China's Top 500 Manufacturers  2010 ในระดับประเทศจีนด้วยค่ะ

 

นอกจากนี้ ยังมีรัฐวิสาหกิจและบริษัทจากกวางสีที่ประกอบธุรกิจด้านบริการ ซึ่งมีศักยภาพในการออกไปลงทุนในอาเซียน โดยมีผลประกอบการดีจนติดโผการจัดอันดับ China’s Top 500 Service Companies  2010  ตัวอย่างเช่น  บริษัท Guangxi Investment Group  ซึ่งมียอดรายได้ในปีที่แล้วประมาณ 22,219 ล้านหยวน  และบริษัท Guangxi Beibu Gulf International Port Group  เป็นต้น

 

โดยสรุป กรณีของทุนจีนจากกวางสีในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของกระแสกองทัพทุนจีนที่โบยบินออกไปลงทุนเพื่อปักธงจีนในต่างแดนค่ะ

 

ผู้อ่านท่านใดที่สนใจเรื่องราวการออกไปลงทุนในต่างประเทศของทุนจีน โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนของเรา สามารถหาอ่านได้จากหนังสือ "ทุนจีนรุกอาเซียน" เล่มใหม่ของดิฉัน ซึ่งเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่หนังสือเล่มนี้ได้รับเกียรติเขียนคำนิยมโดยท่านโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี  ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ  เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ และท่านพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ผู้บริหารคนเก่งของมาม่า หนังสือวางแผงในเดือนตุลาคมนี้แล้วนะคะ

 

**ดร.อักษรศรี  (อติสุธาโภชน์) พานิชสาส์น คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในคอลัมน์การเมือง: ทัศนะวิจารณ์ จากกรุงเทพธุรกิจ


ภาพ: ศูนยบริการข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ThaiBizChina.com