
จากเดิมที่รัฐบาลจีนเคยใช้นโยบาย “เชิญเข้ามา” (Qing Jin Lai) เพื่อดึงดูดและส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่แดนมังกรมานานร่วม 30 ปี หากแต่ในบัดนี้ ด้วยสถานการณ์และสถานะเศรษฐกิจของจีนที่เปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลจีนกลับหันไปเน้นนโยบาย “เดินออกไป” (Zou Chu Qu) เพื่อส่งเสริมและผลักดันการออกไปลงทุนในต่างแดนของธุรกิจจีน ส่งผลให้กองทัพทุนจีนต่างตบเท้าเข้าแถวออกไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด
จากรายงานของกระทรวงพาณิชย์จีน (MOFCOM) ในปี 2010 มูลค่าของการลงทุนของจีนในต่างประเทศ (ไม่รวมภาคการเงิน) สูงถึง 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.3 จากปีก่อนหน้า ทั้งรัฐวิสาหกิจและเอกชนจีนได้ออกไปลงทุนตั้งบริษัทในต่างประเทศประมาณ 3,125 แห่ง กระจายการลงทุนใน 129 ประเทศ / เขตเศรษฐกิจทั่วโลก และถ้านับมูลค่าการลงทุนสะสมของทุนจีนในต่างประเทศจนถึงปี 2010 พบว่า มีมูลค่าสูงถึง 258,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่สำคัญ คือ ภูมิภาคอาเซียนของเราเป็นแหล่งเป้าหมายการลงทุนในอันดับต้นๆ ของทุนจีนด้วยค่ะ
เป้าหมายการออกไปลงทุนในต่างประเทศของจีน
ประเทศ/ภูมิภาคที่จีนออกไปลงทุน มูลค่าการลงทุนปี 2010
(ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
ฮ่องกง 33,770
ออสเตรเลีย 2,930
อาเซียน 2,570
สหภาพยุโรป (ไม่รวมลักเซมเบิร์ก) 2,130
สหรัฐอเมริกา 1,393
ญี่ปุ่น 207
Source: China’s MOFCOM, Jan 2011
บทความในวันนี้ จะขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาของ “กวางสี” ดินแดนที่เป็นประตูสู่อาเซียนของจีน และมีนโยบายที่ชัดเจนในการเดินออกไปลงทุนในอาเซียน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ดิฉันได้รับรู้รับทราบมาจากการเดินทางไปเยือนกวางสีเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา รอบนี้ดิฉันและคณะจากประเทศไทยยังได้มีโอกาสร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับผู้บริหารระดับ “รองนายกเทศมนตรี” ของเมืองเศรษฐกิจสำคัญของกวางสีที่อยู่รายรอบอ่าวเป่ยปู้ (อ่าวตังเกี๋ย) ได้แก่ เมืองชินโจว เมืองเป่ยไห่ และนครหนานหนิงด้วยค่ะ
ในขณะนี้ กวางสีได้ดำเนินมาตรการที่สอดคล้องกับนโยบาย “เดินออกไป” ของรัฐบาลกลาง ด้วยการส่งเสริมผลักดันทุนจีนและรัฐวิสาหกิจในกวางสีให้ออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของกวางสีมาตั้งแต่ปีกลาย รัฐบาลกวางสีได้ประกาศ “ข้อคิดเห็นว่าด้วยการเร่งดำเนินยุทธศาสตร์เดินออกไป” ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญและเป็นทิศทางชัดเจนในการสนับสนุนรัฐวิสาหกิจกวางสีทั้งด้านนโยบาย เงินทุน และบุคลากรในการออกไปลงทุนต่างแดน
สำหรับภาพรวมการออกไปลงทุนในอาเซียนของกวางสี จากรายงานในปี 2010 พบว่า รัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมาธิการตรวจสอบและบริหารทรัพย์สินแห่งรัฐของกวางสี (Guangxi State-owned Assets Supervision and Administration Commission of the State Council) ได้ออกไปลงทุนในภูมิภาคอาเซียนราว 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 30 ต่อปี กิจการของกวางสีที่ออกไปลงทุนในอาเซียนครอบคลุมหลากหลาย ทั้งงานรับเหมาก่อสร้าง การสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การพัฒนาเหมืองแร่และการแปรรูปสินแร่ การแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตร ไฟฟ้าพลังความร้อน และการบริการด้านเทคโนโลยี เป็นต้น
สำหรับแผนฯ ปี 2011 ตั้งเป้าหมายไว้ว่า รัฐวิสาหกิจกวางสีจะมีเม็ดเงินออกไปลงทุนในอาเซียนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 520 ล้านหยวน โดยจะเน้นการพัฒนาเหมืองแร่ และการสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนของ“ทุนกวางสีรุกอาเซียน” ดิฉันขอยกกรณีตัวอย่างทุนจีนจากกวางสีในเมืองไทยของเรานะคะ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับทราบมาจากการสัมภาษณ์รองอธิบดีกรมการพาณิชย์ของกวางสีเมื่อกลางเดือนที่แล้ว ท่านรองอธิบดีเล่าให้ฟังว่า “ในขณะนี้ บริษัท Guangxi Construction Engineering Group ของกวางสีได้ออกไปลงทุนสร้างโรงงานน้ำตาลในจังหวัดอุทัยธานี ในลักษณะ Turnkey และจะใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ส่งตรงจากจีนมาทำการก่อสร้างในเมืองไทย โดยมีเม็ดเงินลงทุนเฉพาะโครงการในจังหวัดอุทัยธานีนี้ มูลค่าสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ” ซึ่งถือว่าเป็นโครงการลงทุนในต่างประเทศของกวางสีที่มีมูลค่าสัญญาสูงที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2011 นี้เลยค่ะ
มาถึงตรงนี้ ผู้อ่านอาจจะอยากทราบว่า ยังมีทุนจีนจากกวางสีกลุ่มไหนบ้างที่น่าจะ“เดินออกไป”ลงทุนในไทยและอาเซียน เท่าที่ดิฉันได้ติดตามและลงพื้นที่เก็บข้อมูลในกวางสีอย่างต่อเนื่องมาหลายปี พบว่า มีรัฐวิสาหกิจและบริษัทจากกวางสีหลายแห่งที่มีทุนหนาและมีศักยภาพในการเดินออกไปลงทุนในอาเซียน ตัวอย่างเช่น บริษัท Liuzhou Wuling Motors ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของกวางสียี่ห้อ “หวู่หลิง” บริษัทน้ำตาล Guangxi Huanan Sugar Group บริษัทด้านเกษตร Guangxi State Farms และบริษัท YuChai Group เป็นต้น ซึ่งบริษัทเหล่านี้มีชื่อติดอยู่ในการจัดอันดับ China's Top 500 Manufacturers 2010 ในระดับประเทศจีนด้วยค่ะ
นอกจากนี้ ยังมีรัฐวิสาหกิจและบริษัทจากกวางสีที่ประกอบธุรกิจด้านบริการ ซึ่งมีศักยภาพในการออกไปลงทุนในอาเซียน โดยมีผลประกอบการดีจนติดโผการจัดอันดับ China’s Top 500 Service Companies 2010 ตัวอย่างเช่น บริษัท Guangxi Investment Group ซึ่งมียอดรายได้ในปีที่แล้วประมาณ 22,219 ล้านหยวน และบริษัท Guangxi Beibu Gulf International Port Group เป็นต้น
โดยสรุป กรณีของทุนจีนจากกวางสีในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของกระแสกองทัพทุนจีนที่โบยบินออกไปลงทุนเพื่อปักธงจีนในต่างแดนค่ะ
ผู้อ่านท่านใดที่สนใจเรื่องราวการออกไปลงทุนในต่างประเทศของทุนจีน โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนของเรา สามารถหาอ่านได้จากหนังสือ "ทุนจีนรุกอาเซียน" เล่มใหม่ของดิฉัน ซึ่งเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่หนังสือเล่มนี้ได้รับเกียรติเขียนคำนิยมโดยท่านโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ และท่านพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ผู้บริหารคนเก่งของมาม่า หนังสือวางแผงในเดือนตุลาคมนี้แล้วนะคะ
**ดร.อักษรศรี (อติสุธาโภชน์) พานิชสาส์น คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในคอลัมน์การเมือง: ทัศนะวิจารณ์ จากกรุงเทพธุรกิจ
ภาพ: ศูนยบริการข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ThaiBizChina.com
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.