Switch to: uk
18 May 2012 15:14PM

"เมื่อคลาวด์ยังอาจไกลเกินจริงสำหรับข้อมูลของคุณ...?"

28 Dec 09 ,  โจนาธาน บริดจ์ส และ กรีน ฟิทซ์เจอรัล จาก ฟูจิตสึ สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์
  • 0
บริการคลาวด์ (cloud) ได้รับการกล่าวถึงไปทั่วในปัจจุบัน ตั้งแต่ในวารสารของหน่วยงานรัฐบาล ไปจนถึงสื่อสิ่งพิมพ์ด้านไอที และบล็อกเกอร์บนโลกออนไลน์
 หลายคนเชื่อว่าคลาวด์โมเดลเป็นความหวังของการขับเคลื่อนแอพพลิเคชั่นและข้อมูลในรูปแบบบริการบนอินเทอร์เน็ต และถูกยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะอนาคตของโลกไอที

อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าการประมวลผลของคลาวด์แบบสาธารณะนั้นยังเป็นเรื่องที่ยาวไกล เพราะองค์กรธุรกิจนั้นต้องการทราบถึงสถานที่และระดับความปลอดภัยของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้สำหรับรองรับ ประมวลผล และขับเคลื่อนบริการด้านไอที อีกทั้งยังต้องการดึงเอาประโยชน์จากระบบไอทีได้มากกว่าบริการทั่วไป จึงไม่แปลกที่องค์กรเหล่านี้ต้องการบริการที่สามารถเติมเต็มช่องว่างระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนตัวกับบริการคลาวด์แบบสาธารณะที่ไม่ระบุตัวตน ซึ่งเราเรียกสิ่งดังกล่าวว่า "Infrastructure as a Service (IaaS)" อันถือเป็นทางเลือกที่น่าเชื่อถือมากกว่าสำหรับธุรกิจ

ความโดดเด่นของคลาวด์
คงไม่มีใครปฏิเสธว่าคลาวด์สาธารณะจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคตต่อโลกไอที คลาวด์โมเดลจะนำไปสู่ประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและต้นทุนที่ต่ำลงสำหรับบริการระบบไอทีมาตรฐานต่างๆ แต่ความกังวลหนึ่งที่จะทำให้หลายองค์กรต้องหลีกเลี่ยงการนำแอพพลิเคชั่นหรือข้อมูลสำคัญขึ้นไปไว้บนคลาวด์ก็คือการขาดความไว้วางใจ
 
เราเชื่อว่าคลาวด์สาธารณะพร้อมช่วยขับเคลื่อนระบบไอทีในลักษณะแบบพร้อมใช้ในหลายๆ ด้าน อาทิ การจัดการกับระบบจัดเก็บข้อมูลของข้อมูลสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นข่าวประชาสัมพันธ์ หรือข้อมูลทั่วไปขององค์กร ซึ่งไม่มีประเด็นเรื่องความปลอดภัยหรือความลับของข้อมูลเข้ามาเกี่ยวข้อง ตรงกันข้ามกับข้อมูลของลูกค้าหรือพนักงาน หรือข้อมูลธุรกรรมต่างๆ ที่คงต้องอาศัยความกล้าหาญของซีไอโออย่างมากในการตัดสินใจนำข้อมูลเหล่านี้ขึ้นสู่คลาวด์สาธารณะ ไม่ใช่เพียงเพราะเรื่องของการที่ต้องไว้เนื้อเชื่อใจต่อโครงสร้างระบบของผู้ให้บริการ แต่ยังรวมไปถึงการที่ไม่สามารถควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลได้โดยตรง ทั้งนี้ก็เพราะด้วยธรรมชาติของคลาวด์ อาจเป็นเรื่องยากที่จะต้องระบุว่าข้อมูลต่างๆ นั้นถูกจัดเก็บหรือถูกประมวลผล ณ ที่ใดในโลกนี้

เศรษฐศาสตร์ด้านบริการ
 เป็นที่รับรู้กันว่า บริษัทจำนวนมากกำลังสนใจต่อต้นทุนที่เกิดขึ้น มีการลดรายจ่ายเมื่อเป็นไปได้ และก็พยายามค้นหาจุดที่ด้อยประสิทธิภาพ แนวปฏิบัติในการรับมือกับการขยายตัวของทรัพยากรด้านข้อมูลนั้นถูกพิจารณาใหม่อย่างถี่ถ้วน ทั้งบรรดาข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้น ได้รับเข้ามา การจัดเก็บ ทำสำเนา การสำรอง การเก็บบันทึกข้อมูลระบบยาว และการสืบค้น ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นแรงผลักดันที่ทำให้หลายบริษัทหันไปพึ่งพาบริการจากบริษัทอื่นๆ มากขึ้น

แต่ปัญหาก็คือ ในขณะที่บริการคลาวด์นั้นอาจไกลเกินปฏิบัติได้จริง บริการระบบสตอเรจ (Storage) แบบดั้งเดิมก็ธรรมดาเกินไป มองลูกค้าทั้งหมดแบบไม่แตกต่างกัน คิดค่าบริการแบบอัตราคงที่ตายตัว และให้ความสำคัญกับข้อมูลทุกชนิดเท่ากัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก และนั่นทำให้เกิดความต้องการของทางสายกลาง โมเดลสำหรับบริการด้านระบบจัดเก็บข้อมูลแบบที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างด้านประสิทธิภาพได้อย่างดี เป็นช่องว่างระหว่างคลาวด์โมเดล และการลงทุนในโครงสร้างระบบในองค์กรด้วยตัวเอง

 ลดค่าใช้จ่ายไม่กระทบระบบ
 IaaS ช่วยตอบโจทย์เมื่อจำเป็นต้องจัดหาสมรรถนะบนระบบไอทีในยามที่การใช้งานเพิ่มสูงขึ้น หรือเมื่อการเติบโตของระบบเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยาก ทำให้บริการดังกล่าวนำไปปฏิบัติได้จริงและประหยัดค่าใช้จ่ายได้คุ้มค่ากว่า ขณะเดียวกันก็ยังยืดหยุ่นพอที่จะตอบรับความต้องการของลูกค้า ต่างจากบริการประมวลผลอรรถประโยชน์แบบพร้อมใช้งานที่ธรรมชาติของบริการนั้นมักแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความยืดหยุ่นของระบบนั่นเอง

ภายใต้ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ IaaS บริการระดับองค์กรอาจประกอบไปด้วยความสามารถในการตอบสนองข้อมูลที่รวดเร็วสูงผ่านการใช้ระบบดิสก์ที่มีความเร็วสูงสุดหรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบโซลิดสเตท (solid state storage devices) หรืออาจเป็นการขับเคลื่อนข้อมูลด้วยระบบดิสก์แบบทั่วไปที่ให้ทำงานเสถียรและเชื่อถือได้ ซึ่งให้อัตราการตอบสนองที่รวดเร็ว แม้จะไม่เร็วที่สุดก็ตาม ทางด้านบริการเก็บบันทึกข้อมูลระยะยาวหรืออาไคฟ์ (archiving services) อาจใช้ระยะเวลาระดับนาทีหรือชั่วโมงในการเรียกใช้ข้อมูลที่ต้องการ ซึ่งไม่ได้มีความจำเป็นบ่อยนัก

สำหรับค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้มากขึ้นนั้น เราเชื่อว่ามากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ด้วยการเอาต์ซอร์สระบบจัดเก็บข้อมูลไปยังบริการแบบ IaaS โดยจากนักวิเคราะห์หลายรายเชื่อว่า ด้วยผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ทำให้อัตราการเติบโตของข้อมูลนั้นลดลงเหลืออยู่ที่ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ต่อปี (ลดลงจาก 60-70 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงปีก่อนๆ หน้านี้) และแม้ต้นทุนการจัดเก็บข้อมูลต่อเมกะไบต์จะลดลงด้วยเช่นกัน แต่ค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวเนื่องกับสินทรัพย์ด้านสารสนเทศกลับยังคงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้เองทำให้ผู้ใช้ระบบไอทีมีความต้องการทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย โดยยังคงสามารถขับเคลื่อนข้อมูลในองค์กรได้อย่างยืดหยุ่นที่สุด
 
บริการคลาวด์อาจยังคงอยู่ในความสนใจในแวดวงไอทีต่อไป แต่เราเชื่อว่ายังมีทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่าซึ่งนำไปใช้งานได้จริงทั้งกับภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐต่างๆ

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.