ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยี RFID สามารถเพิ่มขีดความสามารถบันทึกสินค้าได้ตลอดซัพพลายเชน
นักวิเคราะห์กล่าวว่าในสหรัฐอเมริกาความต้องการเรื่องการปลอดเชื้อโรคและการวินิจฉัยผลิตภัณฑ์สำหรับความปลอดภัยของอาหารเพิ่มสูงขึ้น 6.7% ต่อปี และในปี 2557 จะมีมูลค่า 2.29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้น RFID tags ที่เกี่ยวข้องคาดการณ์ว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 9.2% ต่อปี ทำให้ในอีก 4 ปีหน้าจะมีมูลค่าทั้งสิ้น 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การวิเคราะห์จาก Freedonia เป็นการคาดการณ์โดยพิจารณาจากการใช้แท็กติด RFID ที่เพิ่มขึ้นในการจัดการสินค้าคงคลัง และยังรายงานว่าตลาดป้ายบาร์โค้ดและแท็กอื่นๆ มียอดขายคงตัว เพราะจะสูญเสียตลาดไปให้กับ RFID tags

ผู้ผลิตกำลังพัฒนาเรื่องอุณหภูมิเพื่อให้แท็กสามารถนำไปใช้ในห้องเย็นได้ หลังจากมีมาตรการเข้มงวดเรื่องการจัดเก็บอาหาร ทางด้านฝั่งผู้บริโภคมีความตื่นตัวเรื่องการควบคุมคุณภาพ ถิ่นกำเนิด และกระบวนการผลิต เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตต้องใส่ใจเพื่อการผลิตอุปกรณ์ให้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทุกสายงานการผลิต
นอกจากนี้ ในสหรัฐอเมริกามีโรคภัยที่เกิดจากอาหารเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จึงถูกตรวจสอบด้านความปลอดภัย และจะยังคงเพิ่มมาตรการความปลอดภัยทางด้านอาหารมากขึ้น จึงคาดว่า RFID tags จะได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าในกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมผลิตเนื้อสัตว์เป็นภาคอุตสาหกรรมที่ต้องเข้มงวดมากที่สุด อย่างเช่นที่ได้เคยได้ตรวจสอบกับเชื้อแบคทีเรียซาโมเนลลาและอีโคไล สารฆ่าเชื้อโรค และเครื่องมือปลอดเชื้ออื่นๆ
ISO 17367:2009 มาตรฐาน RFID
ในเดือนกุมภาพันธ์ มาตรฐานสากลเรื่อง RFID หรือ ISO 17367:2009 ถูกกำหนดขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นการนำ RFID ไปใช้ในซัพพลายเชน การติดแท็กในผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งที่จะสามารถพัฒนาการบันทึกและการค้นหากระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์ตลอดซัพพลายเชน
มาตรฐานนี้ใช้ได้กับทุกภาคอุตสาหกรรมรวมทั้งอุตสาหกรรรมอาหารและเครื่องดื่ม ผู้ผลิตและผู้กระจายสินค้าจะสามารถบันทึกข้อมูลและค้นหากระบวนการผลิตได้ตามมาตรฐาน ISO กำหนด
ผู้เชี่ยวชาญมาตรฐานโลกกล่าวว่าการค้นหากระบวนการผลิตเป็นสิ่งจำเป็นและการพัฒนา RFID รวมทั้งอุปกรณ์และซอฟท์แวร์ที่เกี่ยวข้องจะสามารถเพิ่มความปลอดภัยในอาหารและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคได้ การตรวจหากระบวนการผลิตคือการบันทึกและค้นหาผลิตภัณฑ์และข้อมูลที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนตั้งแต่กับการผลิต การจัดการ การกระจาย และการขาย
RFID ลดต้นทุนการจัดการสินค้าคงคลัง
งานวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยี RFID ขณะนี้มีการศึกษาที่มหาวิทยาลัยแมนเซสเตอร์ในประเทศอังกฤษ ผลของการวิจัยจะนำมาใช้ประโยชน์ในการลดต้นทุนอาหารและลดการสูญเสียโดยการใช้ตัวเซนเซอร์ที่ติดอยู่ในอุปกรณ์ RFID
นักวิทยาศาสตร์และนักวิศวกรที่ Syngenta Sensors University Innovation Centre (SSUIC) กำลังพัฒนาตัวเซนเซอร์แท็กติด RFID ซึ่งไม่ต้องใช้แบตตอรี่ และกำลังอยู่ในขั้นพัฒนาก่อนที่จะออกสู่ตลาด
ตัวเซนเซอร์ใช้ในการบันทึกและเก็บข้อมูลระยะเวลาที่สินค้าจะเน่าเปื่อยตั้งแต่ออกมาจากฟาร์มจนถึงชั้นวางสินค้าในเวลาตามจริง สำหรับแท็กกำลังพัฒนาและจะนำไปใช้ในอีกสามปีข้างหน้านี้
Dr Bruce Grive ผู้อำนวยการ SSUIC กล่าวว่าเมื่อโครงการนี้พัฒนาเสร็จแล้วจะทำให้ลดการสูญเสียของผลิตภัณฑ์ลง และยังลดต้นทุนการจัดการสินค้าคลงคลังตามเวลาจริง การคาดการณ์อายุของผลิตภัณฑ์จะแม่นยำมากขึ้น สำหรับผู้บริโภคจะซื้อผักและผลไม้ได้ในราคาถูกลง และบริษัทที่นำเทคโนโลยีนี้ไปลงทุนจะได้รับความคุ้มค่ากลับคืนมา
















Leave a comment :