ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ทางธุรกิจต้องปรับตัวใหม่ ไม่ใช่เป็นเพียง ‘สื่อรับ’ เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็น ‘สื่อรุก’ ให้บริการข้อมูลข่าวสารอย่างเร่งด่วนเพื่อตอบสนองการตัดสินใจทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ดร. รจนา โกศัยยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีไอเอส จำกัด ผู้จัดทำนิตยสาร Logistics Digest ให้สัมภาษณ์พิเศษในโอกาสที่นิตยสาร Logistics Digest ก้าวสู่ปีที่ 7 ในปีนี้ ในบทบาทของสื่อดิจิตอล พร้อมเผยความพร้อมและการขยายการให้บริการข้อมูลข่าวสารด้วยสื่อหลากหลายรูปแบบในตลาดที่กว้างขึ้น ทั้งนี้ยังตั้งข้อสังเกตสำหรับโอกาสและเครื่องมือในการพัฒนาธุรกิจการค้าระหว่างประเทศในอนาคต
Q. ในฐานะผู้ให้บริการข้อมูลเชิงธุรกิจ มองว่ารูปแบบการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ (Business Model) ในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
A. โดยปกติการใช้ข้อมูลเชิงธุรกิจ (information) และเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เป็นเรื่องพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน แต่รูปแบบของข้อมูลในอนาคตจะถูกนำเสนออย่างสร้างสรรค์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ดังนั้นผู้ที่สามารถใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศและมีการนำเสนออย่างสร้างสรรค์ได้ดีที่สุด ผู้นั้นจะสามารถนำพาธุรกิจไปได้อย่างเหนือชั้น
ฉะนั้นการทำงานทุกวันนี้เพียงแค่เสร็จไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว เจ้าของธุรกิจจะต้องคิดตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไรที่จะตอบสนองลูกค้าได้ดีขึ้น และอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ข้อมูล (information) และการให้บริการ (service) จึงเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ และที่สำคัญจะต้องก้าวให้ทันกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านไอทีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
Q. แนวคิดในการสร้างโอกาสทางการค้าสำหรับผู้ส่งออกและผู้ประกอบการโลจิสติกส์ในอนาคต
A. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะกลายเป็นเรื่องสำคัญในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้ ผู้ส่งออกและผู้ให้บริการโลจิสติกส์จำเป็นต้องให้ความสำคัญและเตรียมความพร้อมในทิศทางการดำเนินธุรกิจเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) เพราะการค้าในอนาคจจะไม่ได้รองรับเพียงแค่ 63-65 ล้านคนแล้วแต่จะรองรับมากกว่านี้อีก 10 เท่า
อย่างไรก็ดี คิดว่ากลยุทธ์สองข้อที่น่าจะนำไปปฏิบัติคือ หนึ่ง การรุก คือเตรียมธุรกิจให้พร้อมแล้วออกไปค้าขายในภูมิภาค สอง การรับ คือการรักษาพื้นที่ในประเทศไทย และอย่าให้คนภายนอกมาใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในประเทศ หลายธุรกิจอาจจะยังไม่พร้อมกับการรุก แต่อย่าได้เพิกเฉย และไม่เตรียมตัวทำอะไรจนปล่อยให้คนภายนอกมาใช้ประโยชน์จากธุรกิจในประเทศไทย
ประเทศไทยนับเป็นศูนย์กลางทางการค้าทางกายภาพ ดังนั้นควรใช้ประโยชน์จากจุดนี้ ถ้าการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น ธุรกิจจะดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่สามารถทำได้คือการรุก คิดการใหญ่ คิดนอกกรอบ และอย่ากลัวผู้แข่งขันในแถบอาเซียนเดียวกัน ผู้ประกอบการธุรกิจจะต้องตัดสินใจว่าถนัดในทางใดและทุ่มเทในทางนั้น
หากมองไปรอบๆ ประเทศเพื่อนบ้านจะพบว่าคู่แข่งหลักทางด้านโลจิสติกส์และการบริหารจัดการซัพพลายเชนคือ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ทั้งสองประเทศต้องยอมรับว่ามีก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไอทีและการบริหารจัดการ ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจึงควรใส่ใจในเรื่องIT Solution ซึ่งส่วนใหญ่มีให้บริการอยู่แล้วในท้องตลาด การใช้เว็บไซต์โฆษณาและประชาสัมพันธ์สินค้าก็สามารถสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย หรือแม้แต่การใช้สื่อด้าน Social Network ให้เป็นประโยชน์ จนทำให้หลายธุรกิจประสบความสำเร็จในต้นทุนต่ำมาแล้ว
Q. ก้าวสู่ปีที่ 7 นิตยสาร Logistics Digest มีการพัฒนาด้านการให้บริการข้อมูลเชิงธุรกิจที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกและผู้ให้บริการโลจิสติกส์อย่างไร
นิตยสาร Logistics Digest เป็นเพียงหนึ่งในสามสื่ออุตสาหกรรมของบริษัท ซึ่งในปีนี้บริษัท ทีทีไอเอส ครบรอบ 20 ปีในการก่อตั้งบริษัท มีภารกิจใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม จากในอดีตผลิตข้อมูลและเนื้อหาเฉพาะผู้อ่านในประเทศไทย แต่ในปีนี้กำลังเตรียมการสร้างฐานผู้อ่านในแถบอาเซียนซึ่งอาจจะใช้เวลา 2-3 ปีในการดำเนินการให้เสร็จสิ้น โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือไม่ว่าสินค้าและการบริการของบริษัทฯ คืออะไร ล้วนเป็นการจัดทำเพื่อเป็นฐานข้อมูลรองรับธุรกิจในระดับอาเซียนต่อไปในอนาคต
นอกจากนิตยสารและเว็บไซต์แล้ว เรายังให้บริการด้านฐานข้อมูลทางการค้าหรือรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจและธุรกิจที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม 3 สาขาคือ โลจิสติกส์ สิ่งทอ และการ์เมนท์ ซึ่งออกสู่ตลาดในวงกว้างมากว่า 10 ปีที่ผ่านมา บริษัท ทีทีไอเอสได้จัดทำ Thailand Trade Buyer’s Guide ทั้ง 3 อุตสาหกรรมในรูปแบบหนังสือและซีดี จนกระทั่งในปีนี้บริษัทฯ ได้ขยับไดเร็คทอรี่สู่สื่อออนไลน์ในชื่อเว็บไซต์ www.ttisonlinedirectory.com
สิ่งที่ปฏิบัติควบคู่ไปกับการเตรียมฐานข้อมูลผู้ประกอบการในอาเซียนคือการโปรโมทเว็บไซต์ในตลาดอาเซียน ซึ่งขณะนี้ทีทีไอเอสได้เริ่มประชาสัมพันธ์ข้อมูลธุรกิจของไทยไปสู่ตลาดอาเซียน เช่น การเข้าร่วมงานเทรดแฟร์ และหลังจากที่บริษัทได้เตรียมพร้อมจัดทำฐานข้อมูลอาเซียนในอีก 2 ปีหน้านี้ เว็บไซต์ www.ttisonlinedirectory.com จะเป็นเว็บไซต์ ASEAN online directory ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียนในการค้นหาและจับคู่ทางการธุรกิจในอนาคต
ปัจจุบันนอกจากนิตยสาร Logistics Digest แล้วเว็บไซต์ www.logisticsdigest.com เป็นสื่อที่ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการด้วยจำนวนผู้เข้าชมต่อเดือนกว่า 15,000 คน ด้วยข้อมูลข่าวสารที่ฉับไว อัพเดททุกวัน นอกจากนี้ยังมี e-newsletter ที่ส่งไปยังอีเมล์ของสมาชิกสองครั้งต่อเดือนทั้งฉบับภาษาไทยและอังกฤษ ซึ่ง e-newsletter ในอนาคตจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งข้อมูลเข้าถึงตลาดอาเซียนได้ง่ายขึ้น และเมื่อเรามีข้อมูลต่างๆ ครอบคลุมตลาดอาเซียนแล้ว Logistic Digest จะไม่หยุดอยู่แค่ตลาดในประเทศไทยแน่นอน
Q. สื่อด้าน Social Network และ Multimedia นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจการค้าได้อย่างไร
A. ถึงแม้ว่า Social Network อย่าง Facebook จะถูกมองว่าเป็นเรื่องของสังคมมากกว่าเป็นเรื่องของธุรกิจ แต่ Logistics Digest ไม่เคยมองข้ามสื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้ว่าจะเป็นสื่อที่ตรวจสอบความต้องการและความเห็นของผู้อ่านได้อย่างที่ไม่มีสื่อประเภทใดทำได้รวดเร็วเท่านี้มาก่อน
โดยในขณะนี้ Logistics Digest เป็น ‘friend’ คนหนึ่งใน Facebook และยังเป็นบุคคลหนึ่งที่ให้ follow ได้ใน twitter ประโยชน์จากการใช้ Social Network เหล่านี้คือผู้จัดทำนิตยสารสามารถรู้จักผู้อ่าน ติดต่อกับผู้อ่าน โต้ตอบกันได้ อีกทั้งยังสามารถรู้ว่าผู้อ่านต้องการบริโภคข่าวสารอะไรบ้าง รวมทั้งรับรู้ความคิดเห็นของผู้อ่าน เหล่านี้กลายเป็นชุมชนข่าวสารที่สนใจทางด้านโลจิสติกส์เหมือนกัน ซึ่งสื่อประเภทสิ่งพิมพ์ทำไม่ได้ การใช้งานถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพียงแต่ใช้เวลาและการมีส่วนร่วมเท่านั้น
การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ VDO เป็นอีกเครื่องมือที่ทีทีไอเอสนำเสนอบนเว็บไซต์ www.logisticsdigest.com มากขึ้น เพราะเชื่อว่าผู้ชมชอบที่จะบริโภคข่าวสารในรูปแบบมัลติมีเดียมากกว่าการอ่านจากสิ่งพิมพ์อย่างเดียว ดังนั้น Logistics Digest จึงจะนำเสนอบทความและการสัมภาษณ์ในรูปแบบวีดิโอมากขึ้น และกำลังฝึกฝนพนักงานให้รายงานข่าวสารในรูปแบบมัลติมีเดียได้แทนที่จะเขียนรายงานข่าวสารอย่างเดียว
นอกจากนี้ยังเชื่อว่านอกเหนือไปจากข้อมูล (content) ฐานข้อมูล (database) แล้วการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจ (networking) จะเป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสาร (trade communication) และชุมชนธุรกิจการค้า (trade community) เราจึงได้วางแผนจัดสัมมนาให้มากขึ้น โดยในปีนี้นับเป็นครั้งแรกในการจัดสัมมนาสัญจร 5 จังหวัด โดยแต่ละแห่งมีการนำเสนอเนื้อหาที่เหมือนและแตกต่างกันไปตามลักษณะอุตสาหกรรม การจัดสัมมนาใช้เวลา 1วัน จัดใน 5 จังหวัดเป็นเวลา 5 สัปดาห์ ซึ่งเป็นงานที่ท้าทาย
นอกจากนี้ ทีทีไอเอสยังมีแนวคิดที่จะจัดทำ webminar หรือการสัมมนาบนเว็บไซต์ ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งใหม่ในประเทศไทย แต่เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกา รวมถึงบริษัทที่มีสาขาข้ามชาติ การใช้ webminar เหมือนกับการใช้ video conferencing ซึ่งสมาชิกสามารถร่วมงานสัมมนาได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ทีทีไอเอสจะนำมาประยุกต์ใช้ในการสัมมนา โดยไม่ต้องเสียค่าเดินทางเข้ามาฟังสัมมนา แต่ใช้อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีแทน ผู้เข้าร่วมการสัมมนาสามารถถามคำถามผ่านเสียงหรือใช้การพิมพ์โต้ตอบกับผู้ร่วมสัมมนา หรือจะนำการสัมมนาไปใช้เพื่อการฝึกอบรมพนักงานต่อไปได้
โดยในขณะนี้บริษัทฯ กำลังทดลองใช้และมีแผนที่จะนำเสนอให้กับผู้ประกอบการที่สนใจใช้ webminar เป็นสื่ออีกด้านหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลโดยสามารถใช้สื่อประเภทมัลติมีเดียร่วมแสดงพร้อมกับการโต้ตอบผู้ชมแบบรีลทาม (real time)
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.