Switch to: uk
22 May 2012 12:34PM

เขี่ย'ชนะ'พ้นทอท. เปิดทาง'การเมือง' ฮุบทรัพย์แสนล้าน!

08 Jul 08 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0
คล้อยหลังข่าว"นกแอร์"โดนพิษน้ำมันซัดจนถลาสาหัส ตามด้วยบอร์ดการบินไทยถูก"การเมือง"เข้าแทรกกระแทกรันเวย์จนเสียหลัก พลิกมติกลับแทบไม่ทัน

วันนี้การเมือง(อีกแล้วครับท่าน) อาละวาดฟาดงวง"เขี่ย"พล.อ.ท.ชนะ อยู่สถาพร พ้นจากเก้าอี้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือทอท.ก่อนครบวาระตามสัญญาจ้าง เรียบร้อยโรงเรียนสุวรรณภูมิ

เป็นสิ่งที่วงในคาดไว้ไม่มีผิด นับตั้งแต่เปลี่ยนรัฐบาล"ขิงแก่"มาเป็น"ขี้เหร่" ถึงขนาดพนันกันเลยว่า ระหว่าง"เอ็มดีทอท.กับเอ็มดีการบินไทย" ใครจะถูกเด้งก่อนกัน เบ็ดเสร็จคนมาวินก็เป็นเอ็มดีทอท.เพราะถึงเวลาประเมินผลการปฏิบัติงาน 6 เดือน (5 พฤศจิกายน 2550-4 พฤษภาคม 2551) พอดิบพอดี

นี่แหละเมืองไทย แม้แต่คนชื่อ"ชนะ"ก็ยังพ่ายแพ้

งานนี้เจ้าตัวรู้ชะตาล่วงหน้าแล้วว่า ยังไงๆบอร์ดชุดนี้ก็คงไม่เอาไว้ แม้จะได้รับเสียงโหวตจากคนในทอท.ว่าเป็น"กรรมการผู้อำนวยการใหญ่"ที่ดีที่สุดเท่าที่ทอท.เคยมีมาก็ตาม แต่เพราะ"ชนะ"ได้รับการสรรหามาในยุค คมช.หรือ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ได้แรงหนุนเต็มร้อยจาก พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.)คนปัจจุบันนั่นเอง

เป็นธรรมดายิ่งกว่าธรรมดาเมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้ว ผลประโยชน์ก็ย่อมเปลี่ยนข้าง

และการสะสางปัญหาภายในองค์กรเริ่มคลี่คลาย ตั้งแต่การรับรู้รายได้จากคิงเพาเวอร์ การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเหมาที่ค้างจ่ายอยู่ก่อนหน้านี้ และล่าสุดกำลังผลักดัน 2 เมกะโปรเจ็กต์ มูลค่านับแสนล้านบาท อาทิ ขยายสุวรรณภูมิเฟส 2 ใช้งบลงทุนร่วม 3 หมื่นล้านบาท และการเปิดสัมปทานพื้นที่แปลงที่ 37 กว่าพันไร่ในสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อทำเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท

นาทีนี้จึงถึงเวลา"เขี่ยชนะ"ทิ้ง เพื่อดึงคนของฝ่ายการเมืองเข้าคุมผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และเปิดทางให้นักธุรกิจที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดรัฐบาลกลับฟื้นมาหากินในสนามบินได้อีกครั้งหนึ่ง

ขบวนการกดดันดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เป็นขั้นตอน โดยเฉพาะกรรมการที่บอร์ดแต่งตั้งมานับ 10 ชุด แต่ไม่มีชื่อ"ชนะ"แม้แต่บอร์ดเดียว เช่น คณะกรรมการปรับโครงสร้างองค์กร คณะกรรมการแก้ปัญหาเรื่องเสียง คณะกรรมการปรับปรุงรายได้ ฯลฯ

ทั้งๆที่บอร์ดเหล่านี้เป็นหัวใจสำหรับงานบริหาร และภารกิจการเพิ่มรายได้ 20%ของทอท.

นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งเรื่องการใช้ประโยชน์สนามบินดอนเมืองกับคนในบอร์ดบางคน และรัฐบาลอีกต่างหาก ไหนจะเรื่องคดีฟ้องร้อง ทั้งจากผู้รับเหมาช่วงที่ทอท.ค้างจ่ายเงิน ไหนจะถูกชาวบ้านรอบสนามบินสุวรรณภูมิฟ้องร้องจ่ายค่าชดเชยทางเสียง

การตัดสินใจ"ลาออก"ก่อนครบวาระการประเมินผลงาน จึงเกิดขึ้นเพื่อแลกกับการประเมิน"สอบตก" ซึ่งจะเป็นรอยด่างในประวัติและปิดประตูกลับทัพฟ้า รวมทั้งเสียเวลาพิสูจน์ฝีมืออีกนับเดือน(ซึ่งอาจจะสอบตกซ้ำซาก) บวกกับ"สัญญาใจ"จาก"บิ๊กคมช."ว่าพร้อมที่จะรับกลับโรงเรียนดอนเมือง ก่อนที่ผบ.ทอ.จะเกษียณเปลี่ยนขั้วอำนาจใหม่แล้วจะกลับยากหรืออาจไม่ได้กลับเลย

แม้อนาคตในทอท.จะดับมอดไปกับไฟการเมือง แต่โอกาสที่จะก้าวขึ้นสู่"ห้าเสือทอ."ก็ยังเปิดกว้าง ในที่สุดการต่อรองก็บรรลุข้อตกลง โดย"ชนะ"ขอลาออกโดยลงวันที่ย้อนหลังไป 27 มิถุนายน เพื่อให้มีผล 5 สิงหาคมตามเงื่อนไขในสัญญาจ้าง ข้อ 7.5 ที่ระบุว่า

"ผู้รับจ้างประสงค์จะลาออกก่อนครบระยะเวลา โดยมีเหตุอันสมควรให้ยื่นหนังสือลาออกต่อประธานคณะกรรมการของผู้ว่าจ้างล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 1 เดือน" เพื่อแลกกับมติบอร์ดเป็นเอกฉันท์ให้ผ่านการประเมิน

ส่วนเหตุผล"ปัญหาสุขภาพ"จึงลาออก ฟังแล้วก็ดูดี และสอดคล้องกับกรอบเวลาวันที่ 5 สิงหาคม ซึ่งทันเวลาที่จะกลับคืนรังลูกทัพฟ้า ก่อน"บิ๊กชลิต"จะเกษียณสิ้นกันยายน พร้อมแต่งตั้งนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการใหญ่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขึ้นมานั่งรักษาการแทนหลังวันที่ 5 สิงหาคม 2551เป็นต้นไป

วงในลือแซดทันทีว่า งานนี้"ไข่มุกดำ"วีระ มุสิกพงศ์ หัวขบวนหน่วยนปก. สายพิราบฮาร์ดคอร์ของไทยรักไทยและพลังประชาชน จองเก้าอี้เอ็มดีทอท.ไว้ให้"เสรีรัตน์"ในฐานะญาติภรรยา เรียบร้อยแล้ว
 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.