แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัทผู้ควบคุมงานก่อสร้างโครงการระบบขนส่งทางรถไฟ เชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link Project) ช่วงพญาไท-มักกะสัน/อโศก-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 28 กิโลเมตร เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ว่าขณะนี้ผลงานความก้าวหน้าในการก่อสร้างโครงการ ระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link Project) ช่วงพญาไท-มักกะสัน/อโศก-สุวรรณภูมิ หรือ แอร์พอร์ตลิงค์ มีผลงานความคืบหน้ารวมเพียง 38% จากแผนงานที่กำหนดไว้ที่ 56.52%
โดยแบ่งเป็นความคืบหน้าในส่วนของงานด้านโยธา ที่ทำได้จริง 24% จากแผนงานที่กำหนดว่าจะต้องมีผลงาน 40% ขณะที่งานระบบอาณัติสัญญาณ ทำได้จริงเพียง 41% จากแผนงานที่กำหนดว่าจะต้องได้ผลงานถึง 65% ส่งผลให้ภาพรวมการก่อสร้างมีความล่าช้ากว่าแผนอยู่ถึง 18.52%
อย่างไรก็ดี นี่เป็นผลงานที่เป็นไปตามผลการตรวจรับงาน ถึงเมื่อช่วงกลางเดือน มิ.ย.49 ที่ผ่านมา ยังไม่ได้นับรวมกับผลงานในช่วงปลายเดือนมิ.ย.ถึงสิ้นเดือน ก.ค.49 แต่คาดว่าเมื่อนับรวมกับผลงานที่อยู่ระหว่างรอการตรวจรับงานจากคระกรรมการตรวจรับงาน ก็คาดว่าผลงานจะคืบหน้าไม่มากนัก แหล่งข่าวกล่าวชี้แจง
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ล่าช้านั้น แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวว่า ยังคงเป็นปัญหาเดิมๆ นั้นคือปัญหาที่เกิดจากทั้งฝ่ายผู้รับเหมาก่อสร้างเอง คือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ต้องตามแก้ปัญหาเสาต่อม่อ-คาน ที่มีรอยร้าว ซึ่งในส่วนนี้เชื่อว่าส่งผลต่อสถานะทางการเงินของบริษัทพอสมควร เนื่องจากมีคานที่ติดตั้งไปแล้ว แต่ยังไม่ได้เซ็นรับงานและจะต้องทำการหล่อติดตั้งใหม่ คิดเป็นเงิน 200 ล้านบาท เมื่อรวมกับคานที่หล่อเตรียมติดตั้งอยู่ในขระนี้ กับเสาตอม่อที่ต้องปรับแก้ไข และที่ต้องทุบทิ้งและทำให้อีก 2 ต้น วงเงินที่ทางบริษัทยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้จะสูงถึงประมาณ 1 พันล้านบาท
ด้านแหล่งข่าวรายหนึ่งจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้กล่าวรับว่า ขณะนี้การรถไฟฯ เองมีส่วนทำให้โครงการล่าช้าด้วย เนื่องจากว่ายังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ทั้งหมด ที่ยังเหลืออยู่คือชุมชนคลองตัน ที่กำลังอยู่ระหว่างการรื้อบ้าย คาดว่าจะออกจากพื้นที่ได้ทั้งหมดภายในวันที่ 15 ส.ค.49 นี้ ส่วนพื้นที่ชุมชนเดชา ยังไม่สามารถกำหนดแน่นอนได้ เนื่องจากมีปัญหาเรือ่งการตกลงราคาค่าชดเชย ซึ่งโดยรวมแล้วชุมชนที่ถูกรื้อย้ายได้มีการเรียกร้องเงินค่าชดเชยจากเดิมกำหนดไว้ 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นรวมเป็นงินอีก 20 ล้านบาท ซึ่งยังไม่สามารถจัดหามาจ่ายให้ครบได้
ส่วนเรื่องการขอขยายเวลาจากที่ผู้รับเหมาก่อสร้างเสนอมานั้น ยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ว่าจะให้หรือไม่อย่างไร ซึ่งคงจะพิจารณา เป็นกรณี ดูที่เหตุและผลของความล่าช้า และอนุมัติให้ขยายเวลาเป็นกรณี จะไม่อนุมัติตามเวลาที่ผู้รับเหมาเสนอมาทั้งหมด ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาพิจารณาอีกนานพอสมควร เพราะต้องให้ทั้งฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายการทำสัญญา ร่วมกันพิจารณาให้รอบคอบ แหล่งข่าวกล่าว
ขณะที่ นายวรพันธ์ ช้อนทอง กรรมการรองผู้จัดการสายการเงินและบริหาร บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวยอมรับกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าจากปัญหาความล่าช้าที่เกิดขึ้นนั้นมีมีผลกระทบต่อการเบิกจ่ายเงินพอสมควร แต่ไม่ใช่ปัญหาหลักต่อการก่อสร้าง เนื่องจากการเบิกจ่ายยังคงเป็นไปตามงวดงาน ที่ล่าช้าก็จะมีในส่วนที่ทางผู้ตรวจรับงานตัดทอนการเบิกจ่ายให้ไปเบิกจ่ายในงวดถัดไป
ขณะที่ในส่วนของปัญหาของโครงสร้างเสาตอม่อที่ตรวจพบว่ามีรอบร้าว จำนวน 12 ต้นก็ได้มีการปรับแก้ไขแล้ว 9 ต้น คงเหลืออีกเพียง 3 ต้นที่ยังอยู่ในระหว่างการแก้ไข ซึ่งต้องใช้งบประมาณเพื่อดำเนินการรวมเพียงแค่ 3 ล้านบาทเท่านั้น จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสถานทางการเงินของโครงการแต่อย่างใด
"ทั้งจากปัญหาความล่าช้า ผลกระทบจากราคาน้ำมัน ราคาค่าขนส่งและวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น ยอมรับว่าส่งผลให้ต้นทุนของโครงการสูงขึ้นอย่างแน่นอน แต่คงไม่สามารบอกได้ว่าเพิ่มขึ้นเท่าใด อย่างไรก็ดีทางบริษัทจะพยายามเร่งการก่อสร้างให้เร็วขึ้นเพื่อควบคุมต้นทุนไม่ให้ได้รับผลกระทบมากนัก อีกทั้งเพื่อให้ก่อสร้างแล้วเสร็จได้เร็วด้วย"
กรรมการรองผู้จัดการสายการเงินและบริหาร บมจ.ซิโน-ไทย กล่าวต่อด้วยว่า จากที่ทางบริษัทฯ ได้เสนอขอขยายเวลาการก่อสร้างเพิ่มเติมนั้น ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากการรถไฟฯ เจ้าของงานว่าจะอนุมัติให้หรือไม่ ซึ่งไม่ได้รับการชี้แจงว่าเหตุใดจังยังไม่มีการพิจารณา อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่างานก่อสร้างคงจะล่าช้าจากกำหนดในสัญญาประมาณ 1 ปี แต่ก็ขอยืนยันว่าปัญหาหลักไม่ได้มาจากทางบริษัทฯ เพียงฝ่ายเดียว แต่ในส่วนของการรถไฟฯ เองก็มีส่วน เนื่องจากส่งมอบพื้นที่การก่อสร้างให้ล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องหารือร่วมกันต่อไป















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.