
ธุรกิจส่งออกของจีนสู่ทวีปยุโรปมีอัตราเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 ในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2553 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากรายงานของกรมศุลกากรของประเทศจีน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว การค้าระหว่างประเทศจีนและสหภาพยุโรปมีมูลค่าถึง 177 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 37.4 จากปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่าสหภาพยุโรปมีสถานะเป็นพันธมิตรคู่ค้าอันดับหนึ่งของประเทศจีน
“การลงทุนอย่างต่อเนื่องของเราแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระยะยาวของทีเอ็นทีที่มีต่อประเทศจีน รวมถึงความมุ่งมั่นของเราในการยกระดับประสิทธิภาพในบริการเช่นกัน” ไมเคิล เดร็ก กรรมการผู้จัดการแห่งทีเอ็นที ประจำภูมิภาคเอเชียเหนือ กล่าว “ด้วยสมรรถนะในการส่งมอบสินค้าซึ่งบูรณาการระหว่างทางบกและทางอากาศระหว่างประเทศจีนและทวีปยุโรปนี้ ทำให้เราอยู่ในสถานะที่มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดำเนินธุรกิจผ่านเส้นทางเชื่อมต่อทางการค้าอันแข็งแกร่งระหว่างภูมิภาคการค้าทั้งสองแห่งนี้”
“ทีเอ็นที ประจักษ์ถึงอุปสงค์ของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในด้านบริการขนส่งระหว่างภูมิภาคมาโดยตลอด ซึ่งยานยนต์ขนส่งสินค้าบนเส้นทางระหว่างจีนและทวีปยุโรปในปัจจุบัน ได้ให้บริการแล้วอย่างต็มสมรรถนะ” อีมาน สเตร็ทนัส กรรมการผู้จัดการแห่งทีเอ็นที ประเทศจีน กล่าว “สมรรถนะการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะในธุรกิจสาขาไฮเทคและแฟชั่นหรือไลฟ์สไตล์ ให้สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยระยะเวลาการขนส่งระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมไปสู่ตลาดที่รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ดียิ่งขึ้น”
เครื่องบินขนส่งสินค้าขนาดใหญ่รุ่นโบอิ้ง 747-400 ERF นำเสนอบริการขนส่งอันคุ้มค่ากว่าเมื่อคำนวณในระดับตันต่อไมล์เพื่อความได้เปรียบทางการแข่งขันทางธุรกิจ ทีเอ็นทีเริ่มให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศแบบ Non-stop ด้วยเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 747-400 ERF จากประเทศจีนถึงทวีปยุโรป มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2550 และแวะจอดที่สิงคโปร์ซึ่งอยู่ระหว่างจีนและยุโรปในตั้งแต่ปี 2551 ทีเอ็นทียังขยายการให้บริการทางอากาศโดยเชื่อมต่อฮ่องกงกับเมืองลิเอจในเดือนกันยายน 2552 นอกจากนี้ในส่วนของบริการขนส่งสินค้าด่วน ทีเอ็นทีกำลังพัฒนาระบบการดำเนินงานในประเทศจีน ซึ่งประกอบด้วยบริการขนส่งทางบกแบบกำหนดวันส่งมอบ ซึ่งครอบคลุมเมืองใหญ่กว่า 26 แห่ง
















Leave a comment :