30 พ.ค.นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายการบริหารสนามบิน 28 แห่งในความรับผิดชอบของกรมการบินพลเรือน (บพ.) ซึ่งได้มอบนโยบายไปแล้วกว่า 15 เดือน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการบริหารจัดการเพื่อให้ท่าอากาศยานมีกำไร จึงได้เร่งรัดให้นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการพัฒนาสนามบิน 28 แห่ง เร่งประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางการพัฒนาให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเคยมีผลศึกษาแนวทางการพัฒนาสนามบิน 28 แห่ง ในหลายแนวทาง เช่น การเปิดให้เอกชนเข้ามาบริหารทั้งหมด การจ้างเอกชนบริหาร การจัดกลุ่มสนามบินเป็นโซนนิ่งเพื่อให้เอกชนเข้ามาบริหาร ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวจะต้องพิจารณาแนวทางที่รัฐจะได้รับประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ได้จัดส่งเสริมการขนส่งทางอากาศเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางภูมิภาค โดยไม่กำหนดให้กรุงเทพฯเป็นจุดศูนย์กลาง เช่น จัดเส้นทางบินเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ-ใต้ โดยระยะแรกอาจไม่จัดเก็บค่าธรรมเนียมการบินสำหรับสายการบินที่ให้บริการใน เส้นทางดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมา บพ. มีแนวคิดจะปรับปรุงการบริหารงานสนามบิน 28 แห่ง โดยจะเปิดให้เอกชนมีส่วนร่วม ซึ่งจะแยกภาระการลงทุนในการบริหารท่าอากาศยานภูมิภาคออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.กรม ฯ รับภาระการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการซ่อมบำรุง 2. เอกชนทำหน้าที่บริหารงาน และรับผิดชอบการลงทุนด้านการบริหารจัดการ ซึ่งแยกการลงทุนลักษณะนี้ จะเหมือนกรณีที่รัฐบาลลงทุนสร้างถนน โดยกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทเป็นผู้ดำเนินการ และให้เอกชนเดินรถบริการประชาชน ซึ่งเห็นว่าแนวทางนี้มีความเป็นไปได้มากกว่าการจัดกลุ่มท่าอากาศยาน และเปิดให้เอกชนมาบริหาร โดยเอกชนรับภาระการลงทุนและซ่อมบำรุงทั้งหมด สำหรับสนามบินที่มีกำไร คือ สนามบินกระบี่ อุดรธานี ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช ขณะที่อีก 22 แห่งขาดทุน โดยสนามบินที่ขาดทุนมากที่สุด คือ หัวหิน นครราชสีมา และนราธิวาส
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.