จากวิกฤติน้ำท่วมได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางจนกระทั่งล่าสุดได้ส่งผลให้ 2 สายการบินภายในประเทศ นกแอร์ และโอเรียนท์ไทยแอร์ไลน์ส ซึ่งเปิดให้บริการอยู่ที่สนามบินดอนเมืองได้ประกาศหยุดให้บริการ (วันที่ 25 ตุลาคม) ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารที่ใช้บริการวันละกว่าหมื่นคนนั้น
ปิดดอนเมืองชั่วคราว
ต่อเรื่องนี้ น.อ. กันต์พัฒน์ มังคละศิริ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง กล่าวว่า ตามที่ปริมาณน้ำจำนวนมากไหลเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ทางด้านทิศเหนือ ซึ่งมีผลกระทบต่อแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าของสนามบิน และมีผลต่อเครื่องช่วยในการเดินอากาศแบบทัศนวิสัย รวมทั้งน้ำที่ท่วมทำให้ค่าแรงเสียดทาน (Friction) ของทางวิ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนด ซึ่งอาจทำให้อากาศยานลื่นไถลออกนอกทางวิ่งได้ ดังนั้น เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัย ต่ออากาศยานที่มาใช้บริการ จึงได้ปิดทางวิ่งทั้งสองเส้นเป็นการชั่วคราว ในเบื้องต้น ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 2554 เวลา 14.00 น. ถึงวันที่ 1 พ.ย. 2554 เวลา 17.00 น.
สำหรับการปิดทางวิ่ง ทอม.ได้ดำเนินการตามประกาศกรมการบินพลเรือน เรื่องการแจ้งข่าวเกี่ยวกับความปลอดภัย ในการเดินอากาศ โดยได้ออกประกาศนักบิน (Notic to Airman : Notam ) เพื่อแจ้งเตือนนักบินและผู้เกี่ยวข้องให้ทราบ และเตรียมแผนปฏิบัติด้านการบินในเรื่องดังกล่าว และได้รายงานอธิบดี กรมการบินพลเรือน(บพ.) แล้ว และเมื่อพร้อมให้บริการจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ผู้โดยสารนับหมื่นโกลาหล
นายอุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานที่ปรึกษาสายการบินโอเรียนท์ไทย แอร์ไลน์ส กล่าวว่า ในขณะนี้สายการบินได้ย้ายการให้บริการจากสนามบินดอนเมือง ไปเปิดให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว โดยจะทยอยไปให้บริการได้ตั้งแต่ช่วง 14.00 น.ของวันที่ 25 ตุลาคมนี้ และคาดว่าจะให้บริการได้ทั้ง 21 เที่ยวบินต่อวันเหมือนเดิมได้ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ เนื่องจากทางสายการบินได้มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าไว้แล้ว โดยผู้โดยสารที่จองตั๋วไว้จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งสายการบินมีข้อมูลของผู้โดยสารและได้แจ้งให้รับทราบแล้วถึงเวลาการบินใหม่ ที่จะไปเปิดให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ด้านนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ กล่าวว่า ในขณะนี้สายการบินนกแอร์ มีความจำเป็นต้องระงับให้บริการการบินในเส้นทางที่ขึ้นและลงที่สนามบินดอนเมือง เนื่องจากทอท.ประกาศปิดสนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2554 เหตุจากปัญหาน้ำท่วม โดยเบื้องต้นจะระงับให้บริการบินตั้งแต่วันที่ 25 - 31 ตุลาคม 2554 ตั้งแต่ 12.00 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม 2554 เป็นต้นไป ซึ่งผู้โดยสารที่จะต้องเดินทางด้วยเที่ยวบินในวันดังกล่าว จะได้รับข้อความทางโทรศัพท์มือถือในการระงับให้บริการบิน และสถานะของตั๋วโดยสารจะเป็นตั๋วเปิด ไม่ระบุวันเดินทางเป็นระยะเวลา 1 เดือนโดยอัตโนมัติ
ทั้งนี้พนักงานของนกแอร์จะติดต่อผู้โดยสารกลับไปเพื่อแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอทราบวันเดินทางที่สะดวกโดยไม่มีค่าธรรมเนียม หรือผู้โดยสารสามารถขอคืนเงินหากวันเดินทางของท่านอยู่ในช่วงระงับการให้บริการบิน ซึ่งผู้โดยสารไม่จำเป็นต้องโทร. ติดต่อกลับมาที่ Call center เพราะอาจไม่ได้รับความสะดวกในการรอสาย และนกแอร์ขอรับรองสถานะตั๋วโดยสารของท่านที่มีวันเดินทางอยู่ในระหว่างการปิดสนามบินแม้ท่านอาจไม่ได้รับการติดต่อจากพนักงานในวันเดินทาง หรือก่อนวันเดินทาง สำหรับเที่ยวบินที่ได้บินออกมาจากเมืองต่างๆ แล้วจะถูกย้ายไปลงที่สนามบินสุวรรณภูมิแทน แต่ทั้งนี้นกแอร์จำเป็นต้องปิดการให้บริการในระยะนี้ไปก่อน เพราะต้องมีการเซ็ทระบบใหม่เพื่อจะกลับมาให้บริการอีกครั้ง โดยจำนวนเที่ยวบินของสายการบินนกแอร์ไป-กลับวันละ 80 เที่ยวบินมีผู้โดยสารวันละประมาณ 9,600 คนต่อวัน
ขณะที่นายจิราทิตย์ อ่องอารีย์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัทโซล่าเอวีเอชั่น จำกัด ผู้ให้บริการสายการบินโซล่าร์แอร์ เปิดเผยว่า ต่อกรณีเหตุการณ์น้ำท่วมในท่าอากาศยานดอนเมืองขณะนี้ส่งผลให้โซล่าร์แอร์ได้ทำการอพยพเครื่องบินมาจอดที่สนามบินอู่ตะเภาจำนวน 3 ลำ ซึ่งบริษัทได้เตรียมแผนล่วงหน้ามาหลายวันแล้ว และสามารถจัดการทุกอย่างได้ทันเวลาโดยขณะนี้จะต้องหยุดให้บริการชั่วคราวจนถึงสิ้นเดือนนี้ สำหรับแผนการดำเนินงานหลังจากนี้ โซล่าร์แอร์จะต้องจอดเครื่องบินที่อู่ตะเภา และรอดูว่าจะได้รับใบอนุญาตให้ทำการบินในสนามบินสุวรรณภูมิได้หรือไม่ ยอมรับว่าการหยุดให้บริการชั่วขณะนี้จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจพอสมควร อย่างไรก็ดี จะดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการให้เร็วที่สุด
ฉุกเฉินพร้อมไปอู่ตะเภา
น.ต.ประจักษ์ สัจจโสภณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทยฯ หรือบวท. เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ทางบวท.และกรมการบินพลเรือนหรือบพ.ได้เตรียมความพร้อมปรับวิธีบริหารจัดการการเดินอากาศรับมือสถานการณ์น้ำท่วมดอนเมืองและกรณีฉุกเฉินหากน้ำท่วมสนามบินสุวรรณภูมิ โดยจะบริหารการทำงานใน 5 ประเด็น โดยประเด็นที่ 1 คือการได้ประสานท่าอากาศยานสำรองสำหรับนำเครื่องบินไปจอด โดยในโอกาสแรกได้มีการประสานความร่วมมือไปยังสนามบินอู่ตะเภา เพื่อให้เป็นสนามบินสำรองในการเคลื่อนย้ายเครื่องบินที่จอดอยู่ในสนามบินดอนเมือง/สุวรรณภูมิไปจอดแล้ว โดยสนามบินอู่ตะเภาแจ้งว่าสามารถรองรับได้ประมาณ 40 เครื่อง นอกจากนี้ยังมีสนามบินนานาชาติ 4 แห่ง
รวมทั้งทางกรมการบินพลเรือนหรือบพ. ยังได้ประกาศเปิดสนามบินภูมิภาคของ บพ. 24 ชม. อีก 11 แห่ง ประกอบด้วย สนามบินพิษณุโลก อุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร นครราชสีมา นครพนม นราธิวาส สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และกระบี่ เพื่อรองรับเครื่องบินที่จะเคลื่อนย้าย ลงจอด Divert กรณีน้ำท่วมสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง
โดยสายการบินแต่ละแห่งแจ้งประมาณการจำนวนเครื่องบินที่จอด ณ สนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิในแต่ละวัน ดังนี้ โดยจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีสายการบินไทยจอดอยู่ประมาณ 15-20 ลำ สายการบินไทยแอร์เอเชีย จอดอยู่ประมาณ 18 ลำ ส่วนจอดที่สนามบินดอนเมือง มีสายการบินนกแอร์ จอดอยู่ประมาณ 11 ลำ สายการบินโอเรียนท์ไทย จอดอยู่ประมาณ 7 ลำ ซึ่งได้มีการดำเนินการย้ายออกไปจากสนามบินดอนเมืองแล้ว และได้งดรับเอาเครื่องลงสนามบินดอนเมืองตั้งแต่เวลา 14.00 น.ของวันที่ 25 ตุลาคมถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้
เตือน 3 ครั้งก่อนย้ายเครื่องบิน
ส่วนประเด็นที่ 2 จะเป็นขั้นตอนการแจ้งเตือนของการท่าอากาศยาน ซึ่งทางบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)หรือทอท.จะมีการแจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องที่ปฏิบัติงานในท่าอากาศยานทุกหน่วยงาน 3 ครั้ง โดยทางสนามบินสุวรรณภูมิจะมีสัญญาณเตือน 3 ครั้ง คือ เตือนครั้งที่ 1 (ทราบ) เมื่อระดับน้ำท่วมสูง 1.5 เมตร จากพนังกั้นน้ำโดยรอบสนามบิน เตือนครั้งที่ 2 (ขนย้ายสิ่งของ) เมื่อระดับน้ำท่วมสูง 2 เมตร จากพนังกั้นน้ำโดยรอบสนามบิน และ เตือนครั้งที่ 3 (อพยพ) เมื่อระดับน้ำท่วมสูง 2.5 เมตร จากพนังกั้นน้ำโดยรอบสนามบิน และ ทอท. จะประกาศ NOTAM (ประกาศนักบิน) แจ้งปิดสนามบิน
ส่วนประเด็นที่ 3 คือ แนวปฏิบัติของสายการบินในการเคลื่อนย้ายเครื่องบินออกจากสนามบิน โดยหลังจาก ทอท. ประกาศครั้งที่ 3 เพื่ออพยพเคลื่อนย้าย สายการบินจะต้องทำ Flight Plan ในการขอทำการขึ้นบินเพื่อเคลื่อนย้ายไปจอดยังสนามบินอู่ตะเภา หรือสนามบินอื่น ๆ ของ บพ. ที่ออกประกาศเปิดให้บริการ 24 ชม. โดย บวท. จะเป็นผู้บริหารจัดการการจราจรทางอากาศหรือ Traffic ให้กับสายการบินตาม Flight Plan
ต่อมาในประเด็นที่ 4 คือการให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ ATC ไปปฏิบัติงาน ณ สนามบินอู่ตะเภา เนื่องจากมีการย้ายเครื่องบินส่วนใหญ่ไปจอดที่สนามบินอู่ตะเภาบ้างแล้ว ในส่วนของเครื่องบินขนาดใหญ่ โดย บวท. จะส่งเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศจำนวน 4 คนไปสนับสนุนการปฏิบัติงานในทันทีที่ทาง ทอท. ประกาศแจ้งเตือนครั้งที่ 1 (ระดับน้ำสูง 1.5 เมตร จากพนังกั้นน้ำโดยรอบสนามบิน) และจะมีการประสานงานอย่างใกล้ชิด หากกรณีที่สถานการณ์ยืดเยื้อจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปให้การสนับสนุนเพิ่มเติมต่อไป
ขณะที่ประเด็นที่ 5 บพ. จะประกาศขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะออกประกาศ AFTN(เครือข่ายสื่อสารด้านการให้บริการการเดินอากาศ)ไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบประเทศไทย เพื่อขออนุญาตให้เครื่องบินของสายการบินต่างชาติที่กำลัง On Air และปลายทางมายังประเทศไทย (สนามบินสุวรรณภูมิ) ต้องการจะไปลงสนามบินของประเทศเพื่อนบ้าน ในกรณีที่ ทอท. แจ้งเตือนครั้งที่ 3 และประกาศ NOTAM ปิดสนามบิน
น.ต.ประจักษ์ ยังกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในส่วนของเครื่องบินต่างๆที่บวท.ต้องให้บริการการควบคุมการจราจรทางอากาศสำหรับอากาศยานที่บินผ่านภายในเขตครอบคลุมรัศมีเรดาร์ 250 นอตนิคัลไมล์ ทางบวท.ได้มีการเชื่อมสัญญาณการควบคุมการจราจรทางอากาศไว้แล้ว หากการให้บริการสำนักงานใหญ่ที่ทุ่งมหาเมฆ ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ ก็จะไปให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ แทน และหาสนามบินสุวรรณภูมิไม่สามารถเปิดให้บริการได้ ก็จะเชื่อมต่อระบบไปยังสนามบินอู่ตะเภา
ทอท.ประสานทุกฝ่ายรับมือ
ด้านนายสมชัย สวัสดีผล รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ทางสนามบินสุวรรณภูมิได้เตรียมความพร้อมในระบบป้องกันน้ำท่วมที่ดี โดยมีการเพิ่มความสูงของเขื่อนดินขึ้นเป็น 3.5 เมตรรอบพื้นที่ ซึ่งสามารถป้องกันน้ำท่วม ทสภ. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจากการติดตามสถานการณ์น้ำโดยรอบพื้นที่สนามบิน ขณะนี้สนามบินสุวรรณภูมิ ได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำที่มาจากด้านเหนือ เช่น ปทุมธานี อยุธยา ลพบุรี ฯลฯ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประสานกับกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการรองรับปริมาณน้ำดังกล่าว
รวมทั้งมีการประสานกับกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับการระบายน้ำโดยรอบพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วย นอกจากนี้ กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทได้ร่วมมือกันดำเนินการเพิ่มความสูงของเขื่อนดิน และขุดลอกคูคลองลาดกระบัง เพื่อช่วยรองรับน้ำด้วย จากการทำงานร่วมกันครั้งนี้ ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบเขื่อนดินและการระบายน้ำของ สนามบินสุวรรณภูมิจะสามารถรองรับสถานการณ์น้ำในปัจจุบันได้ แต่หากเหตุการณ์สุดวิสัยทอท.ก็จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สายการบิน และผู้ประกอบการทุกฝ่ายเพื่อปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินรองรับไว้แล้วเช่นกัน
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.