ทั้งนี้ไม่เพียงแต่ความมั่นใจของสายการบินเท่านั้น ยังมีหน่วยงานอื่นๆไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง รวมไปถึงเจ้าหนี้ของสนามบิน อย่างธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น หรือเจบิค ก็เข้ามาตรวจสอบความพร้อมของสนามบินเช่นกัน ซึ่งต่างก็เห็นตรงกันว่าน่าจะรับมือได้ เพราะสนามบินมีระบบการสูบน้ำที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงศักยภาพของเขื่อนดินรอบสนามบิน ที่เป็นเขื่อนถาวรมั่นคงสร้างมาตั้งแต่ก่อนลงเสาเอกสร้างสนามบิน ดังนั้นจึงจะแตกต่างจากแนวเขื่อนดินในหลายจุดที่ไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ เพราะเป็นเขื่อนที่สร้างขึ้นชั่วคราวหรือเป็นการเฉพาะกิจ
ขณะเดียวกันทางสนามบินยังมีการนำในทุกเรื่องที่สายการบินได้ตั้งข้อสังเกตไว้มาพิจารณาในทุกเรื่อง และได้ชี้แจงถึงความพร้อมในการรับมือ ไม่ว่าจะเป็น การป้องกันระบบไฟฟ้า รวมถึงระบบการปั่นไฟ ภายในสนามบิน ที่มีการสร้างกระสอบทราย คันดิน ไปจนถึงการโบกปูน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาต่อระบบไฟฟ้าในสนามบิน ขณะที่การเติมน้ำมันเครื่องบินตั้งแต่ต้นทางมาถึงปลายทางก็จะไม่มีปัญหาน้ำท่วมเข้ามาเจือปน เพราะไม่มีจุดใดที่น้ำจะเข้ามาเจือปนกับน้ำมันได้
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทางสายการบินต้องการให้เกิดการสื่อสารมากขึ้น คืออยากจะผลักดันให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในสนามบิน อาทิ ผู้ประกอบการร้านค้าในสนามบิน บริษัทที่ดูแลเรื่องสัมภาระกระเป๋าผู้โดยสาร ที่เป็นแรงงานแบบรายวัน ได้รับทราบถึงแผนการเตือนที่จะมาถึง 3 การเตือนที่เกี่ยวข้องกับการอพยพหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินถ้าสนามบินไม่สามารถรับมือได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการทำงานที่ตรงกัน เพราะปัจจุบันมีคนทำงานในสนามบินกว่า 2-3 หมื่นคนต่อวัน บริษัทต่างๆต้องทำความเข้าใจกับพนักงานเหล่านี้
ส่วนสิ่งที่สายการบินกำลังกังวลอยู่ในขณะนี้ คือปัญหาเรื่องน้ำประปาที่มีปัญหาในเขตพื้นที่จ.สมุทรปราการ ซึ่งต้องมีการเติมคลอรีน เพื่อนำไปใช้เติมน้ำในห้องน้ำ แต่ก็ทำให้กลิ่นเปลี่ยนไป คนไม่คุ้นเคยก็คิดว่าเป็นน้ำไม่ดี สร้างความกังวลแก่ผู้โดยสาร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งแก้ปัญหาในเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.