Switch to: uk
22 May 2012 13:04PM

บทเรียนจากแอร์พอร์ตลิงก์

16 May 08 ,  Post Today
  • 0
โครงการก่อสร้างระบบขนส่งรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและ สถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง หรือแอร์พอร์ต ลิงก์ ยืดเยื้อมานาน ทั้งๆ ที่กำหนดการตามสัญญาแล้วเสร็จตั้งแต่ปลายปี 2550 แต่มาถึงกลางปี 2551 งานก่อสร้างก็ยังไม่เสร็จสิ้น โดยทางผู้รับเหมาอ้างว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างล่าช้านานกว่า 500 วัน ทำให้เริ่มก่อสร้างได้ช้ากว่ากำหนดการ

ขณะที่มีกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นกันว่า ผู้รับเหมาขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงไม่สามารถซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในงานก่อสร้างมารองรับในโครงการการดังกล่าวได้อย่างเพียงพอ จึงเป็นที่มา ของการต่อรองขอยืดระยะเวลาก่อสร้างแอร์พอร์ต ลิงก์ เพื่อให้โครงการเดินหน้าและเปิดใช้งานได้ ไม่ปล่อยทิ้งร้างเหมือนโฮปเวลล์ที่เหลือแต่ตอเป็นสัญลักษณ์ให้เห็นกันจนถึงทุกวันนี้

โครงการก่อสร้างแอร์พอร์ต ลิงก์ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรับ-ส่ง ผู้โดยสารไปยังสนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างรวดเร็ว ลดปัญหาการจราจรติดขัดบนท้องถนน แต่แผนงานต่างๆ กลับสะดุดเพราะการรถไฟฯ และผู้รับเหมาขาดการประสานงานที่ดีตั้งแต่แรก ก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรค เพราะต่างฝ่ายต่างคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน แม้ว่าแผนการก่อสร้างได้ถูกวางไว้ก่อนหน้าการเปิดใช้สนามบิน แต่เมื่อไม่สำเร็จตามเวลา จึงไม่ได้ช่วยบรรเทาปัญหาจราจรเลย

จุดนี้จึงเป็นแนวนโยบายของ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม ที่ต้องการแก้ไขปัญหาโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า โดยขอให้ทุกฝ่ายประสานการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และขอให้ผู้รับเหมาที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าตามแนวนโยบายของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะต้องปราศจากข้ออ้างใดๆ แม้จะติดขัดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม

ส่วนภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะต้องมีการวางแผนบริหารจัดการเคลียร์พื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทั้งหมดให้แล้วเสร็จก่อนส่งมอบพื้นที่ เนื่องจากเกรงเกิดปัญหาเช่นเดียวกันกับโครงการ แอร์พอร์ต ลิงก์ ของการรถไฟฯ ซึ่งการรถไฟฯ ยังมีโครงการที่ใกล้จะเปิดประมูลได้ผู้รับเหมาในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ซึ่งหลายคนยังหวั่นเกรงว่าจะล่าช้า และต้องขยายเวลาก่อสร้างเหมือนกับโครงการแอร์พอร์ต ลิงก์

อย่างไรก็ตาม นอกจากจะต้องแก้ไขเรื่องการเวนคืนที่ดิน การประสานงานระหว่างหน่วยงานราชการและเอกชนแล้ว เงื่อนไขในสัญญาก็เป็นประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะเมื่อถึงเวลาติดขัดจริงๆ หน่วยงานของรัฐจะได้มีทางออกที่ดีในการรองรับและสามารถผลักดันโครงการต่างๆ ให้แล้วเสร็จทันตามเวลา ไม่ต้องเกิดข้อถกเถียงเช่นเดียวกับโครงการแอร์พอร์ต ลิงก์ อีก

ที่ผ่านๆ มา กรณีพิพาทระหว่างรัฐและเอกชนก็มีให้เห็นกันจะจะอยู่หลายเรื่อง เพียงแต่ประเด็นอาจแตกต่างกันออกไป หากรัฐรู้จักอุดรูรั่วตรงนี้ได้ คาดว่างานก่อสร้างในโครงการเล็กหรือใหญ่ก็คงเสร็จและไร้ปัญหาอีกต่อไป บทเรียนครั้งนี้คงทำให้หน่วยงานรัฐเปลี่ยนความคิดการทำงานให้รอบด้านมากขึ้น จะเป็นอานิสงส์แก่ประชาชนตาดำๆ ที่หวังพึ่งโครงการสาธารณูปโภคของภาครัฐในการเดินทาง

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.