|
"อุดม ตันติประสงค์ชัย" ประกาศตั้งแอร์คาร์โก้ ตัดหน้าบินไทย ตั้งเป้าเปิดตัวปลายปีนี้ โดยจะกู้เงินจากแบงก์200 ล้านบาท เช่าเครื่องบินโบอิ้ง747 จำนวน 2 ลำเปิดตลาดสู่ญี่ปุ่น ยุโรปและตะวันออกกลาง ทั้งวางกลยุทธการขายชัดเจน หลังแยกแบรนด์วันทูโก จากโอเรียนท์ไทย แอร์ไลน์ส มาจัดตั้งเป็นบริษัทใหม่ รุกขยายสายการบินต้นทุนต่ำสู่อินโดจีนเต็มตัว นายอุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานกรรมการ บริษัท วัน ทู โก แอร์ไลน์ จำกัด และ บริษัท โอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าทางบริษัทฯ มีแผนจะเปิดให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้าหรือ แอร์คาร์โก้ ภายในปลายปีนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาสายการบินของไทยที่ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศยังขาดแคลน จะเห็นได้ว่าการขนส่งสินค้าออกนอกประเทศส่วนใหญ่ผู้ส่งออกจะใช้บริการของสายการบินต่างประเทศเกือบทั้งหมด โดยในแต่ละปีมีการขนส่งสินค้าทางอากาศมากกว่า 1 ล้านตัน ปัจจุบันสายการบินของไทยให้บริการขนส่งอยู่เพียง 3 แสนตันต่อปีเท่านั้น และการบินไทยก็ยังลังเลเรื่องการจัดตั้งแอร์คาร์โก้อยู่ ทำให้โอเรียนท์เห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีหากจะลงทุนเอง ประกอบกับเล็งเห็นว่าศักยภาพการส่งออกของไทยมีอัตราการเติบโตดี และในอนาคตคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ทำให้การดำเนินธุรกิจแอร์คาร์โก้จึงเป็นธุรกิจที่จะสร้างผลกำไรได้ค่อนข้างสูงกว่าการขนส่งผู้โดยสารแต่เพียงอย่างเดียว ทำให้ในขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างวางแผนระดมทุนจำนวน 200 ล้านบาท โดยจะใช้การกู้เงินจากสถาบันการเงิน เพื่อเช่าเครื่องบินขนส่งสินค้า ซึ่งจะใช้เครื่องบินโบอิ้ง 747 จำนวน 2 ลำ สามารถจุสินค้าได้ลำละ 100 ตัน โดยในช่วงแรกจะเปิดเส้นทางบินในการขนส่งสินค้าไปยังตลาดยุโรป ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง นายอุดม ยังกล่าวต่อว่า สำหรับการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ โดยการแยก วัน ทู โก ออกมาจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแยกออกจากโอเรียนท์ ไทยแอร์ไลน์ส เพื่อให้มีการแตกแบรนด์การดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน โดยวัน ทู โก จะดำเนินธุรกิจการบินแบบต้นทุนต่ำภายในประเทศ มีทุนจดทะเบียน200 ล้านบาท และวันทูโกยังมีแผนจะขยายเส้นทางบินไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในแถบอินโดจีน ได้แก่ ประเทศกัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม ซึ่งสายการบินต้นทุนต่ำกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะในขณะนี้ก็มีต่างประเทศให้การสนใจที่จะให้วันทูโกไปร่วมทุนเปิดเส้นทางบินเพิ่มเติม อาทิ ประเทศบังคลาเทศและปากีสถาน โดยคาดว่าวันทูโกน่าจะเริ่มบินเข้าบังคลาเทศได้ในปีหน้า โดยการเข้าร่วมทุนในครั้งนี้จะเป็นในรูปแบบของการขายแฟรนไชส์ โดยจะใช้แบรนด์ วันทูโก ไปเปิดเส้นทางบินในประเทศนั้นๆ ในลักษณะร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ โดยทางบริษัทเข้าไปดูแลการวางระบบและการจัดการให้เป็นมาตรฐาน วัน ทู โก โดยการเข้าไปร่วมทุนในครั้งนี้ทางวันทูโกจะเป็นผู้ถือหุ้นร่วม 30% นอกจากนี้วันทูโกยังจะเน้นการเพิ่มช่องทางการขาย โดยเมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะมีการเปิดตัว Ticket to Go ตั๋วเครื่องบินสะดวกซื้อที่คล้ายกับบัตรเติมเงินโทรศัพท์ เพียงขูดรหัสหลังบัตรแล้วโทรเข้าไปจองที่นั่งก็สามารถเดินทางผ่านได้ ทั้งนี้ได้ร่วมกับ 3 พันธมิตร ได้แก่ เซเว่น อีเลฟเว่น , เอ็ม-ชอป และ ไทย ทิกเก็ต มาสเตอร์ ให้เป็นช่องทางการจำหน่ายตั๋วใหม่ให้ลูกค้าสะดวก รวดเร็ว และเป็นการประหยัดเวลาในการสั่งจองทางโทรศัพท์หรือการออกไปซื้อที่เคาร์เตอร์ ทั้งนี้ยังจัดโปรโมชั่นซื้อครบ 10 ใบ แลกฟรี 1 ใบ ทั้งยังมีการเปิดตัวบัตร One to go for University) ซึ่งเป็นบัตรที่ตอบสนองความต้องการขององค์กรทางการศึกษาที่สามารถเลือกเดินทางได้เป็นหมู่คณะและมีตราสัญลักษณ์ของสถาบันประทับอยู่ในบัตรซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงบัตร ATM Card ที่สามารถจัดการซื้อตั๋วผ่านเอทีเอ็มได้ทุกแห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาหารือกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทั้งหมดนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อต้องการเพิ่มยอดการซื้อตั๋วล่วงหน้าของลูกค้าได้นานขึ้น ทำให้บริษัทฯมีกระแสเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้น "การขยายช่องทางการขายให้สะดวกมากขึ้น เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มยอดจองตั๋วล่วงหน้าให้ วัน ทู โก ให้เพิ่มเป็น 60,000 ที่นั่ง จากเดิมที่มี 30,000 ที่นั่ง และมีอัตราผู้โดยสารต่อเที่ยวเพิ่มอีก 10% โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้เฉพาะจาก วัน ทู โก ที่ 3,500 ล้านบาท จะขนผู้โดยสารเพิ่มอีก 10% จากปีที่ผ่านมาซึ่งบริษัทขนผู้โดยสารได้ 1.5 ล้านคน และมีรายได้ 2,000 ล้านบาท" นายอุดม ยังกล่าวต่อว่าในภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรงของสายการบินต้นทุนต่ำด้วยเรื่องราคาและการบริการต่างๆ ที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้ทางวันทูโกมีความจำเป็นที่จะเปิดเส้นทางบินให้มากขึ้น รวมถึงการหาเครื่องบินใหม่มาบริการ จำเป็นที่จะต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้น ทางวันทูโกจึงมีการเตรียมที่จะใช้การกู้เงินมาใช้ในการดำเนินงานเพื่อให้สายการบินมีมาตรฐานที่ดี รวมถึงสามารถที่จะต่อยอดเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทฯ จากที่เดิมใช้เงินทุนของตนเองมาตลอด เมื่อธุรกิจกำลังมีการขยายตัวที่ดีจึงจำเป็นที่จะต้องรุกตลาดให้ถึงที่สุด โดยตั้งเป้าหมายว่าในปี 2551 จะสามารถนำธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ สำหรับในส่วนของการดำเนินธุรกิจของโอเรียนท์ไทย แอร์ไลน์สนั้น นอกจากเตรียมเปิดบริการเที่ยวบินขนสินค้าแล้ว มีแผนจะบินต่างประเทศในเส้นทางไกลกว่าวันทูโก จะเปิดเป็นบริการเครื่องบินเช่าเหมาลำ และจะขยายเส้นทางบินเพิ่มโดยในปลายเดือนมิถุนายนจะเปิดเส้นทางบิน ภูเก็ต-ฮ่องกง จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ จากเดิมจะทำการบินอยู่ 2 เส้นทาง คือ เกาหลี และ ฮ่องกง และเตรียมเพิ่มฝูงบินจากเดิมที่มี 6 ลำ ในสิ้นปีนี้เพิ่มเป็น 10 ลำ และภายในปีหน้าจะเพิ่มเป็น 16 ลำ โดยเน้นการเพิ่มเครื่อง MD-82 ขนาด 170 ที่นั่งเป็นหลัก นายอุดม กล่าวในที่สุด |
















Leave a comment :