- ผลประกอบการรวมของ MOL ปีนี้
นายอะคิมิตซุ - ผลประกอบการ ที่สิ้นสุดมีนาคม 2551 มียอดขายรวม 2 ล้านล้านเยน กำไรหลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 300,000 ล้านเยน ในช่วงครึ่ง ปีแรกผลประกอบการค่อนข้างดี ตอนแรกคาดหวังว่าจะได้กำไรสุทธิประมาณ 350,000 ล้านเยน พอมาครึ่งปีหลังเริ่มวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทำให้ MOL จำเป็นต้องปรับตัวเลขลงเป็น 300,000 ล้านเยน ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทหากเทียบกับเดือนตุลาคม 2550 อยู่ที่ 2,000 เยนต่อหุ้น ณ ปัจจุบันเหลือประมาณ 500 เยนต่อหุ้น ลดไป 75% ยอมรับว่าราคาหุ้นตกไปมาก
ปัจจุบัน MOL มีเรืออยู่ทั่วโลก 875 ลำ ถือว่ามากที่สุดในโลก แบ่งเป็นเรือบรรทุกคอนเทนเนอร์ เรือบรรทุกรถยนต์ เรือแท็งเกอร์บรรทุกของเหลว เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเป็นรูปแบบเหลว มีเรือบรรทุกถ่านหิน เรือบรรทุกหินเหล็ก สำหรับการขนส่งสินค้าจากญี่ปุ่นมาไทย เฉลี่ยต่อเดือนมีเรือบรรทุกคอนเทนเนอร์ประมาณ 10 ลำ
มีเรือของบริษัทในเครือของมิตซุยฯอีก 10 ลำ และมีเรือบรรทุกรถยนต์ 7-8 ลำต่อเดือน
- สาเหตุที่ทำให้ยอดรายได้ลดลง
นายอะคิมิตซุ - สินค้าที่ขนส่งไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาลดลง 10% รวมทั้งเส้นทางขนส่งไปยังประเทศแถบยุโรป เมื่อช่วงต้นปีคาดว่าจะเติบโต 7-8% แต่ปัจจุบันคาดว่าจะอยู่ที่ 0% หรือไม่เติบโต ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการขนส่งคอนเทนเนอร์ทั่วโลกส่วนใหญ่กำลังเผชิญ ทำให้ผลประกอบการของหลายบริษัทออกมาติดลบ แต่ธุรกิจขนส่งคอนเทนเนอร์ของ MOL ไม่ติดลบ เรือบรรทุกหิน และ แร่เหล็ก แม้ปริมาณการขนส่งจะลดลงมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่คาดว่าจะยังทำกำไรได้ ขณะที่เรือบรรทุกพวกสินค้าเกษตรธัญพืชจะได้รับผลกระทบมาก เรือบรรทุกของเหลว น่าจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เพราะจีนจะลดกำลังการผลิตลง 20% เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นปีหน้า หากภาวะเศรษฐกิจฟื้นเร็ว ภาวะต่างๆ ก็ไม่น่ามีปัญหา ถ้าต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟูหลายบริษัทอาจต้องถึงขั้นล้มละลายไป จะเหลือผู้ขนส่งทางเรือเหลือเพียงไม่กี่ราย สุดท้ายแล้วจะทำให้ตลาดฟื้นกลับมาได้อีก ปี 2552 ผลประกอบการจะได้กำไรคงยาก แต่ถามว่าจะลดลงมากหรือไม่ ถ้าเทียบกับบริษัทญี่ปุ่นทั่วไปก็ยังอยู่ในระดับที่ดีกว่าบริษัทเดินเรืออื่นๆ
- มองวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นอย่างไร
นายอะคิมิตซุ - ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลกตอนนี้ค่อนข้างรุนแรง แต่การที่ MOL มีเรืออยู่หลากหลายประเภท แม้จะมีผลกระทบกับเรือบางประเภท แต่ว่าเรือบางประเภทถือว่ายังดีอยู่ โดยภาพรวมผลประกอบการของบริษัท ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก จากนี้ไปอีก 1 ปี ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ดี แต่เชื่อว่าจะสามารถเติบโตขึ้นมาได้อีก เพราะประชากรโลกเติบโตอยู่ตลอด การเคลื่อนไหวของ สินค้าต้องเติบโตไปด้วย ทาง MOL จึงมีการลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และมีการขยายธุรกิจทุกปี จะสร้างเรือใหม่ประมาณ 70 ลำ ใช้เงินลงทุนประมาณ 40,000 ล้านเยน
- คิดว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะกินเวลายาวนานเท่าไร
นายอะคิมิตซุ - น่าจะประมาณ 2 ปี แต่มองดูภาพการขนส่งทางเรือคาดว่าจะอีกประมาณ 1 ปีน่าจะฟื้นตัวได้ แม้ว่าตอนนี้ธุรกิจการเดินเรือจะมีการชะลอตัว แต่เนื่องจากที่ผ่านมาธุรกิจค่อนข้างเดินหน้าไปเร็ว ตอนนี้ช่วยไม่ได้ที่จะมีการชะลอตัว เชื่อว่าอีกไม่นานผู้ประกอบการที่ใช้สต๊อกหมดจะต้องมีการสั่งสินค้าเพิ่มเติมอยู่แล้ว
- สถานะของ MOL ไทย
นายทากาโอะ - สำหรับประเทศไทยช่วงต้นผลประกอบการดีมาก แต่ครึ่งปีหลังค่อนข้างชะลอตัวลง ส่งผลให้ภาพรวมของบริษัทจะเติบอยู่ที่ประมาณ 3% แต่เชื่อว่าในอนาคตจะได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ได้มีการประกาศตัวเลขจะลดจำนวนการผลิตลง แต่ทั้งนี้ขึ้นกับวิกฤตเศรษฐกิจโลกจะอยู่ถึงเมื่อไรยังตอบไม่ได้ เมื่อเปรียบเทียบกับภาพรวมของโลกอาจส่งผลให้มีการชะลอตัว ทาง MOL ไทยคาดว่าจะรักษาสถานะปัจจุบันไปได้ ยังมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์บางรายยังมีการตั้งโรงงานใหม่ มีการขยายตั้งโรงงานแห่งที่ 2 และมีโครงการอีโคคาร์ จะส่งผลมีการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ และการที่คนไทยนิยมอาหารญี่ปุ่นมากขึ้นส่งผลให้มีการนำเข้าส่วนประกอบในการปรุงอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น โดยภาพรวมไม่เลวร้าย อย่างน้อยเราพยายามรักษาผลกำไรให้ขยายตัวประมาณ 10-15%
และเมื่อปี 2549-2551 ประเทศไทยถือเป็นบริษัทที่มีปริมาณการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปญี่ปุ่นมากเป็นลำดับที่ 1 ต่อเนื่องกัน 2 ปีซ้อน คิดเป็นสัเส่วนประมาณ 22% ของมาร์เก็ตแชร์รวม ปีที่ผ่านมา MOL ประเทศไทยมีการขนส่งระหว่างไทย-ญี่ปุ่นประมาณ 4,900,000 ทีอียู MOL ขนส่ง อยู่ 3 แสนทีอียู หรือประมาณ 6% สำหรับปี 2551 ผลประกอบการโดยรวมบวก 3% อยู่ที่ประมาณ 300,000 ทีอียู
- แผนการลงทุนในไทย
นายทากาโอะ - ในอนาคตบริษัท มุ่งหวังบำเพ็ญประโยชน์ให้กับสังคม และเศรษฐกิจประเทศไทยให้มากขึ้น จึงอยากทำให้การดำเนินการของการนำเข้า-ส่งออกให้ราบรื่นยิ่งขึ้น โดยการ เดินเรือมาท่าเรือแหลมฉบังโดยตรง และในส่วนการให้เช่าคอนเทนเนอร์เพื่อยกระดับคุณภาพธุรกิจคอนเทนเนอร์จึงมีการลงทุนสร้างศูนย์ปฏิบัติการตู้คอนเทนเนอร์แห่งใหม่ขึ้นห่างจากท่าเรือแหลมฉบังประมาณ 4 ก.ม. มีกำหนดเปิดใช้ 1 เมษายน 2552
นอกจากนี้ในด้านการขนส่งทางบกภายในประเทศไทย ตอนนี้บริษัทมีความตั้งใจจะยกระดับการบริการในส่วนนี้ เนื่องจากการค้าระหว่างประเทศ มีเพิ่มขึ้น แต่ยังติดกฎระเบียบหลายตัว ที่กำหนด ค่อนข้างมาก
















Leave a comment :