Switch to: uk
11 February 2012 14:46PM

มิตซุยรับมือธุรกิจเรือซึม 2 ปี ทุ่มหมื่นล้านต่อเรือสร้างเดปโป้ในไทย

11 Nov 08 ,  ประชาชาติธุรกิจ
  • 0
การชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้การนำเข้าและ ส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกลดลง ท่ามกลางมรสุมเป็นจังหวะที่บริษัท มิตซุย โอ.เอส.เค.ไลน์ส จำกัด หรือ MOL บริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นที่มีอายุมากกว่า 1 ศตวรรษ กำลังเตรียมจัดงานฉลองครบรอบ 40 ปีของการดำเนินธุรกิจขนส่งของบริษัท มิตซุย โอ.เอส.เค.ไลน์ส (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยยอดรายได้กว่า 1,100 ล้านบาท ในวันที่ 13 ธันวาคม โดยการยึดคำขวัญที่ว่า "มีความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความปลอดภัยในการให้บริการ" และโอกาสนี้นายอะคิมิตซุ อะชิดะ ประธานใหญ่ MOL จากประเทศญี่ปุ่น ได้บินตรงมาร่วมงานดังกล่าว พร้อมกับ นายทากาโอะ ฟูรุกาว่า ประธานกรรมการ MOL (ประเทศไทย) และได้ชี้แจงถึงทิศทาง ที่จะฝ่ามรสุมไปข้างหน้า

- ผลประกอบการรวมของ MOL ปีนี้

นายอะคิมิตซุ - ผลประกอบการ ที่สิ้นสุดมีนาคม 2551 มียอดขายรวม 2 ล้านล้านเยน กำไรหลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 300,000 ล้านเยน ในช่วงครึ่ง ปีแรกผลประกอบการค่อนข้างดี ตอนแรกคาดหวังว่าจะได้กำไรสุทธิประมาณ 350,000 ล้านเยน พอมาครึ่งปีหลังเริ่มวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทำให้ MOL จำเป็นต้องปรับตัวเลขลงเป็น 300,000 ล้านเยน ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทหากเทียบกับเดือนตุลาคม 2550 อยู่ที่ 2,000 เยนต่อหุ้น ณ ปัจจุบันเหลือประมาณ 500 เยนต่อหุ้น ลดไป 75% ยอมรับว่าราคาหุ้นตกไปมาก

ปัจจุบัน MOL มีเรืออยู่ทั่วโลก 875 ลำ ถือว่ามากที่สุดในโลก แบ่งเป็นเรือบรรทุกคอนเทนเนอร์ เรือบรรทุกรถยนต์ เรือแท็งเกอร์บรรทุกของเหลว เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเป็นรูปแบบเหลว มีเรือบรรทุกถ่านหิน เรือบรรทุกหินเหล็ก สำหรับการขนส่งสินค้าจากญี่ปุ่นมาไทย เฉลี่ยต่อเดือนมีเรือบรรทุกคอนเทนเนอร์ประมาณ 10 ลำ

มีเรือของบริษัทในเครือของมิตซุยฯอีก 10 ลำ และมีเรือบรรทุกรถยนต์ 7-8 ลำต่อเดือน

- สาเหตุที่ทำให้ยอดรายได้ลดลง

นายอะคิมิตซุ - สินค้าที่ขนส่งไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาลดลง 10% รวมทั้งเส้นทางขนส่งไปยังประเทศแถบยุโรป เมื่อช่วงต้นปีคาดว่าจะเติบโต 7-8% แต่ปัจจุบันคาดว่าจะอยู่ที่ 0% หรือไม่เติบโต ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการขนส่งคอนเทนเนอร์ทั่วโลกส่วนใหญ่กำลังเผชิญ ทำให้ผลประกอบการของหลายบริษัทออกมาติดลบ แต่ธุรกิจขนส่งคอนเทนเนอร์ของ MOL ไม่ติดลบ เรือบรรทุกหิน และ แร่เหล็ก แม้ปริมาณการขนส่งจะลดลงมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่คาดว่าจะยังทำกำไรได้ ขณะที่เรือบรรทุกพวกสินค้าเกษตรธัญพืชจะได้รับผลกระทบมาก เรือบรรทุกของเหลว น่าจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เพราะจีนจะลดกำลังการผลิตลง 20% เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นปีหน้า หากภาวะเศรษฐกิจฟื้นเร็ว ภาวะต่างๆ ก็ไม่น่ามีปัญหา ถ้าต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟูหลายบริษัทอาจต้องถึงขั้นล้มละลายไป จะเหลือผู้ขนส่งทางเรือเหลือเพียงไม่กี่ราย สุดท้ายแล้วจะทำให้ตลาดฟื้นกลับมาได้อีก ปี 2552 ผลประกอบการจะได้กำไรคงยาก แต่ถามว่าจะลดลงมากหรือไม่ ถ้าเทียบกับบริษัทญี่ปุ่นทั่วไปก็ยังอยู่ในระดับที่ดีกว่าบริษัทเดินเรืออื่นๆ

- มองวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นอย่างไร

นายอะคิมิตซุ - ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลกตอนนี้ค่อนข้างรุนแรง แต่การที่ MOL มีเรืออยู่หลากหลายประเภท แม้จะมีผลกระทบกับเรือบางประเภท แต่ว่าเรือบางประเภทถือว่ายังดีอยู่ โดยภาพรวมผลประกอบการของบริษัท ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก จากนี้ไปอีก 1 ปี ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ดี แต่เชื่อว่าจะสามารถเติบโตขึ้นมาได้อีก เพราะประชากรโลกเติบโตอยู่ตลอด การเคลื่อนไหวของ สินค้าต้องเติบโตไปด้วย ทาง MOL จึงมีการลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และมีการขยายธุรกิจทุกปี จะสร้างเรือใหม่ประมาณ 70 ลำ ใช้เงินลงทุนประมาณ 40,000 ล้านเยน

- คิดว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะกินเวลายาวนานเท่าไร
นายอะคิมิตซุ - น่าจะประมาณ 2 ปี แต่มองดูภาพการขนส่งทางเรือคาดว่าจะอีกประมาณ 1 ปีน่าจะฟื้นตัวได้ แม้ว่าตอนนี้ธุรกิจการเดินเรือจะมีการชะลอตัว แต่เนื่องจากที่ผ่านมาธุรกิจค่อนข้างเดินหน้าไปเร็ว ตอนนี้ช่วยไม่ได้ที่จะมีการชะลอตัว เชื่อว่าอีกไม่นานผู้ประกอบการที่ใช้สต๊อกหมดจะต้องมีการสั่งสินค้าเพิ่มเติมอยู่แล้ว

- สถานะของ MOL ไทย

นายทากาโอะ - สำหรับประเทศไทยช่วงต้นผลประกอบการดีมาก แต่ครึ่งปีหลังค่อนข้างชะลอตัวลง ส่งผลให้ภาพรวมของบริษัทจะเติบอยู่ที่ประมาณ 3% แต่เชื่อว่าในอนาคตจะได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ได้มีการประกาศตัวเลขจะลดจำนวนการผลิตลง แต่ทั้งนี้ขึ้นกับวิกฤตเศรษฐกิจโลกจะอยู่ถึงเมื่อไรยังตอบไม่ได้ เมื่อเปรียบเทียบกับภาพรวมของโลกอาจส่งผลให้มีการชะลอตัว ทาง MOL ไทยคาดว่าจะรักษาสถานะปัจจุบันไปได้ ยังมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์บางรายยังมีการตั้งโรงงานใหม่ มีการขยายตั้งโรงงานแห่งที่ 2 และมีโครงการอีโคคาร์ จะส่งผลมีการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ และการที่คนไทยนิยมอาหารญี่ปุ่นมากขึ้นส่งผลให้มีการนำเข้าส่วนประกอบในการปรุงอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น โดยภาพรวมไม่เลวร้าย อย่างน้อยเราพยายามรักษาผลกำไรให้ขยายตัวประมาณ 10-15%

และเมื่อปี 2549-2551 ประเทศไทยถือเป็นบริษัทที่มีปริมาณการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปญี่ปุ่นมากเป็นลำดับที่ 1 ต่อเนื่องกัน 2 ปีซ้อน คิดเป็นสัเส่วนประมาณ 22% ของมาร์เก็ตแชร์รวม ปีที่ผ่านมา MOL ประเทศไทยมีการขนส่งระหว่างไทย-ญี่ปุ่นประมาณ 4,900,000 ทีอียู MOL ขนส่ง อยู่ 3 แสนทีอียู หรือประมาณ 6% สำหรับปี 2551 ผลประกอบการโดยรวมบวก 3% อยู่ที่ประมาณ 300,000 ทีอียู

- แผนการลงทุนในไทย
นายทากาโอะ - ในอนาคตบริษัท มุ่งหวังบำเพ็ญประโยชน์ให้กับสังคม และเศรษฐกิจประเทศไทยให้มากขึ้น จึงอยากทำให้การดำเนินการของการนำเข้า-ส่งออกให้ราบรื่นยิ่งขึ้น โดยการ เดินเรือมาท่าเรือแหลมฉบังโดยตรง และในส่วนการให้เช่าคอนเทนเนอร์เพื่อยกระดับคุณภาพธุรกิจคอนเทนเนอร์จึงมีการลงทุนสร้างศูนย์ปฏิบัติการตู้คอนเทนเนอร์แห่งใหม่ขึ้นห่างจากท่าเรือแหลมฉบังประมาณ 4 ก.ม. มีกำหนดเปิดใช้ 1 เมษายน 2552

นอกจากนี้ในด้านการขนส่งทางบกภายในประเทศไทย ตอนนี้บริษัทมีความตั้งใจจะยกระดับการบริการในส่วนนี้ เนื่องจากการค้าระหว่างประเทศ มีเพิ่มขึ้น แต่ยังติดกฎระเบียบหลายตัว ที่กำหนด ค่อนข้างมาก

Leave a comment :