นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วงที่ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ทางดีเอชแอลมีผลกระทบน้อยมาก มีการขนส่งล่าช้าอย่างมาก 24-48 ชั่วโมง เนื่องจากทางดีเอชแอลมีแผนฉุกเฉินขึ้น มารองรับสถานการณ์ได้รวดเร็ว สามารถตอบสนองความต้องการขนส่งด่วนของลูกค้า โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สามารถเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส โดยได้ลูกค้าใหม่ในช่วงวิกฤตเพิ่มขึ้น 15-20% มีการใช้บริการผ่าน call center เพิ่มขึ้นจากปกติประมาณ 4,600 สาย เพิ่มเป็น 12,000 สาย ทั้งลูกค้าใหม่ และติดตามสถานภาพการขนส่ง
ช่วงปีหน้าดีเอชแอลประเมินว่า เป็นปีที่ท้าทาย หลังจากนี้สถานการณ์เศรษฐกิจโลก สถานการณ์ประเทศไทยยังอยู่ในระหว่างที่ต้องวางแผนปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะภาพรวมภาวะเศรษฐกิจปีหน้าที่รัฐบาลไทยประกาศว่า GDP จะโต 0% ดีเอชแอลมองตลาดรอบคอบพยายามจะรัดเข็มขัด และปรับลดต้นทุนลง เพื่อให้ผ่านเศรษฐกิจ ปีหน้าได้ โดยตอนนี้มีการปรับโครงสร้างการทำงานในระดับภูมิภาค มีการรวมฝ่ายกันหลายอย่างที่แชร์กันได้ใน 10 กว่าประเทศก็รวมเป็นทีเดียว เพื่อลดต้นทุนการประกอบการสามารถที่จะสู้กับภาวะเศรษฐกิจได้
ดีเอชแอลถือเป็นผู้ขนส่งสินค้าด่วนรายแรกที่มีการเคลื่อนย้ายสินค้าเข้า-ออกจากประเทศไทยได้ โดยใช้วิธีการขนส่งสินค้าไปที่สนามบินอู่ตะเภา และใช้เครื่องบินขนาดเล็กขนาดระวางบรรทุก 20 ตันบิน 2-3 รอบต่อวัน สำหรับลูกค้าที่ต้องขนส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ลอตใหญ่ สนามบินอู่ตะเภาไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะสามารถรองรับได้ แก้ปัญหาโดยใช้รถบรรทุกลงไปที่สุไหงโก-ลก 4-5 เที่ยวต่อวัน เข้าทางมาเลเซีย วิ่งต่อไปยังฮับที่สิงคโปร์ จากนั้นจะส่งต่อไปที่ฮ่องกง เพื่อกระจายไปยัง 200 ทวีปทั่วโลก ทำให้เกิดความล่าช้าในการขนส่ง 1-2 วันจากเดิม ซึ่งลูกค้าก็เข้าใจ
"เราได้พิสูจน์แล้วว่า เราทำได้เพราะเรามีแผนรองรับฉุกเฉินที่ชัดเจน เรามีสินทรัพย์และเครือข่ายบริษัทแม่ที่มีอยู่ทั่วโลก และระบบการบินที่แข็งแรง การขนส่งไม่ใช่แค่ส่งทันเวลา แต่จะต้องมีแผนสนับสนุนยามฉุกเฉิน เราทำงานใกล้ชิดกับลูกค้า เมื่อเกิดเหตุการณ์วันแรกเราไปรับสินค้ามาผ่านพิธีการศุลกากรทุกอย่างเหมือนเดิม โดยจัดทีมงานพิเศษทำงานใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร และเจ้าหน้าที่ของสนามบินอู่ตะเภา เพื่อจะได้นำเครื่องบินมาขนส่งสินค้าไปยังฮับที่สิงคโปร์และฮับที่ฮ่องกง เราต้องทำระบบรอบข้างกับทีมงานในต่างประเทศ กับรถบรรทุก กับเครื่องบินมากขึ้น เพื่อขนส่งสินค้าเข้า-ออกให้ลูกค้าได้ตามเป้าหมาย การขนส่งไม่ใช่เพียงขนส่งได้ แต่ต้องสามารถยืดหยุ่นแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ในยามคับขัน ซึ่งในยามคับขันเราเป็นรายเดียวที่ให้บริการได้ในตลาด โดยไม่คิดว่า สีเหลืองและสีแดงจะอยู่ตรงไหน" นางชนัญญารักษ์กล่าวและว่า
ปัจจุบันในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ดีเอชแอลมีฮับใหญ่ที่สิงคโปร์ ฮ่องกง และไทย การมีฮับเป็นเกตเวย์ ดีเอชแอลมีฮับในเขตฟรีเทรดโซนในสุวรรณภูมิถือเป็นฮับที่ใหญ่ที่สุดสำหรับโลจิสติกส์ทั้งหมดในไทย ทำให้การทำงานตรงนี้มีความคล่องตัวสูง ถ้าไม่เป็นฮับเป็นเพียงจุดรับ-ส่งอาจจะทำให้สามารถให้บริการลูกค้าได้ในราคาถูก แต่ยามวิกฤตแก้ไขสถานการณ์ไม่ได้ การที่มีฮับกับเกตเวย์ในหลายประเทศในภูมิภาค พอเดือดร้อนก็ขนส่งสินค้าลงทางภาคใต้ผ่านมาเลเซีย ไปสิงคโปร์ ไปฮ่องกง ไปส่งทั่วโลกต้องประสานงานกับทั่วโลกทำให้ผ่านสถานการณ์ไปได้
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.