Switch to: uk
23 May 2012 12:29PM

ทีดีอาร์ไอชี้ไทยเสียเวทีโลก

17 May 10 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

เสื้อแดงกับรัฐบาลยังใช้ความรุนแรงเอาชนะคะคานส่อบานปลายกระเทือนระบบเศรษฐกิจ  รมว.คลังยังปากแข็งเสถียรภาพการเงินการคลังยังแกร่ง  แต่ทีดีอาร์ไอชี้ไทยกำลังสูญเสียอนาคตในเวทีโลก  ชี้ภาพยิงเสธ.แดงต่อหน้าสื่อเทศถูกตีแผ่ส่งผลนักท่องเที่ยวหดหาย   สมาคมโรงแรมร้องเจ๊งแล้ววันละ 5 ล้าน ขอ รัฐบาล 5,000 ล้านช่วยสภาพคล่อง  ทุกภาคส่วนร้องสานต่อแผนปรองดองกระทบการฟื้นตัว 


นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากน้อยเพียงไรขึ้นอยู่กับเหตุการณ์จะมีความรุนแรงยืดเยื้อหรือไม่ หรือมีแนวโน้มที่จะกลับมาสมานฉันท์กันได้อีกครั้งหรือไม่ แต่ยอมรับว่าปัญหาการเมืองขณะนี้ที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง  ส่งผลมากกว่าปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปเนื่องจากปัญหาหนี้ยุโรป  สถาบันการเงินไทยไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง  ทำให้เกิดความไม่แน่นอนกลับขึ้นอีกการคาดการหลายอย่างทำได้ยากขึ้น


"ขณะนี้คงยังประเมินไม่ได้ว่าปัญหาการเมืองจะกระทบด้านใด ต้องดูว่าตลาดมองผลกระทบออกมาอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นอีกหรือไม่ รวมถึงปัจจัยภายนอกเรื่องผลกระทบจากปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปหรือไม่ ในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ต้องประเมินข้อมูลล่าสุดอีกครั้ง  โดยจะดูวันต่อวันไม่ได้" นางธาริษากล่าว


นายกรณ์  จาติกวณิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  กล่าวว่าการยกระดับปัญหาการเมืองไปสู่การใช้ความรุนแรงก็ย่อมส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างแน่นอน  แต่ทั้งนี้จากการที่เสถียรภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยยังมีความแข็งแกร่งอยู่ ดังนั้นปัญหาการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยืดเยื้อจึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการเงินการคลังของประเทศ โดยประเมินได้จากการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล อัตราแลกเปลี่ยนที่ยังแข็งค่าอยู่เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ


"ผลกระทบทางด้านการเมืองจะส่งผลต่ออัตราการขยายตัวของจีดีพีมากกว่าระดับ 0.5% หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการชุมนุมที่ยืดเยื้อไปแต่ละวัน หากยืดเยื้อและมีความรุนแรงจนถึงสิ้นปีก็กระทบต่อจีดีพีประมาณ 1.9%-2.0% และสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ก็เริ่มเห็นสัญญาณชัดเจนแล้วว่าสมมติฐานผลกระทบต่อจีดีพีเริ่มจะปรากฏแล้ว ซึ่งชัดเจนที่สุดทางแก้ที่ดีที่สุด คือ การยุติการชุมนุมโดยเร็วที่สุด"


นอกจากนั้น ยังได้มีการหารือถึงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการเสริมเพิ่มเติมที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยจะเร่งสรุปให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อที่จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ จะเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาเพิ่มเติมในส่วนของวงเงินส่วนหนึ่งที่จะอนุมัติได้โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ส่วนวงเงินเท่าไรนั้น กำลังทบทวนกันอยู่ แต่ในส่วนของสินเชื่อวงเงิน 5 พันล้านที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) คาดว่าสามารถปล่อยกู้ได้เร็วๆ นี้


ไทยหมดอนาคตในเวทีโลก


รศ.ดร.นิพนธ์  พัวพงศธร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า สิ่งสำคัญรัฐบาลต้องหาทางทำประเทศให้สงบอย่างรวดเร็วโดยอาศัยระบบนิติธรรม   ถ้าปล่อยเหตุการณ์ลุกลามจนรุนแรงหรือกลายเป็นสงครามกลางเมืองจะเกิดความเสียหายต่อความเป็นอยู่ของคนไทยในระยะยาว   ยิ่งถ้านานาชาติขาดความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยไม่ปลอดภัยอีกต่อไป  เพราะสังคมไทยไม่มีหลักนิติธรรม ไม่มีใครเคารพกฎหมาย  ประเทศไทยจะหมดอนาคตในเวทีโลก  ส่วนเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันนั้นเป็นประเด็นรอง


" วันนี้แม้เหตุการณ์ยุติยังไม่รู้จะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนได้เร็วแค่ไหน  ยิ่งนานาชาติขาดความเชื่อมั่นจะไม่มีอะไรเหลือ  ผลกระทบไม่ใช่แค่จีดีพีระยะสั้นที่จะลดลง 1-2% แต่อนาคตของประเทศไทยจะสูญเสียอย่างรุนแรงเป็นเวลานาน" ประธานทีดีอาร์ไอกล่าว

ประธานทีดีอาร์ไอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าระบบนิติธรรมของประเทศได้ล่มสลายลงแล้ว จากเหตุ 2ประการคือ การแทรกแซงทางการเมืองกับการใช้อำนาจมืดในการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวของคนบางกลุ่มที่แฝงตัวอยู่ในระบบราชการจนเกษียณไปแล้วยังมีอำนาจกุมเชื่อมโยง เมื่อเกิดความขัดแย้งก็ใช้กลไกดังกล่าวยั่วยุให้เกิดความระส่ำระสาย ประหัตประหารกัน  ที่สำคัญระบบมือสกปรกไปอยู่ในฝ่ายอำนาจมืด  ต้องการให้บ้านเมืองเสียหายรุนแรงโดยไม่มีจริยธรรมทำให้เหตุการณ์ไม่จบ
ติงระวังนิติรัฐ


นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล  ประธานสมาคมธนาคารไทย   กล่าวว่า ถ้าเหตุการณ์รุนแรงและยืดเยื้อจะส่งผลเลวร้ายต่อประเทศชาติให้ย่อยยับ  และนักลงทุนไม่กล้าตัดสินใจเข้ามาลงทุนไทย โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่  ซึ่งผลกระทบการชุมนุมที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่ากระทบต่อการลงทุนและท่องเที่ยวอย่างมากเห็นได้จาก 47 ประเทศทั่วโลกเตือนประชาชนไม่ให้เดินทางมาไทยและประเทศเหล่านี้มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวประมาณ 85% ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทย 

สำหรับการประกาศแผนปรองดองของรัฐบาลนั้น แม้ว่าจะซับซ้อนและใช้เวลา แต่ทำให้คนตั้งสติและมีโอกาสหายใจ  แต่ความท้าทายต้องดูว่าปฏิบัติเป็นรูปธรรมได้มากน้อยแค่ไหน  และอยากให้พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าต่อแม้ว่าจะสลายการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงไปแล้ว    ส่วนกรณีแผนปรองดองนิรโทษกรรมนั้น  ส่วนตัวเห็นว่าข้อกำหนดเรื่องยุบพรรค และสั่งห้ามลงเล่นการเมือง 5 ปีมีความรุนแรงไป  ซึ่งต้องปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการจะทำอะไรต้องระวังในเชิงนิติรัฐและความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย
เตือนเพิ่มห้ามเที่ยวไทย

นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือสทท. เผยว่าในขณะนี้ต้องยอมรับว่าภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวไทยจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะข่าวในเรื่องนี้ได้มีการเผยแพร่ไปทั่วโลก เนื่องจาก พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ถูกยิงระหว่างขณะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ และนับจากนี้เป็นต้นไปก็เชื่อว่าประเทศต่างๆจะมีการยกระดับการเตือนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ที่มีกระแสข่าวการปรองดอง จะทำให้ในช่วงดังกล่าวมีหลายประเทศผ่อนคลายและลดระดับการเตือนลงไป และ จากความรุนแรงทางการเมืองที่เกิดขึ้น สทท.คาดว่าผลกระทบของการท่องเที่ยวในปีนี้จะอยู่ในระดับที่รุนแรงที่สุด คือ ลดลงจากปี 2552 กว่า 10%สูญเสียรายได้ร่วมแสนล้านบาท

นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ์ รองผู้ว่าด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือททท.เปิดเผยว่าจากภาพความรุนแรงทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ในขณะนี้มี 7 ประเทศประกาศยกระดับการเตือนนักท่องเที่ยวสู่ระดับ 5 คือ ห้ามการเดินทางมาเที่ยวไทย ได้แก่ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จีน ฮ่องกง  เวียดนาม ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา จากปัจจุบันที่มีทั้งหมด 47 ประเทศประกาศเตือนนักท่องเที่ยวสำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

นายคงศักดิ์ หิรัญพฤกษ์ ประธานคณะดำเนินงานด้านธุรกิจการบิน(AOC) กล่าวว่าจากสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารลดลงมาก ตัวเลขผู้โดยสารขาเข้าล่าสุดลดลงเกือบจะ 50% ส่วนผู้โดยสารขาออกลดลงราว 20% เพราะยังมีคนไทยเดินทางออกนอกประเทศ สำหรับมาตรการในการเยียวยา คงต้องรอดูว่ารัฐบาลจะทำอะไรได้บ้างและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) จะมีนโยบายในการกระตุ้นท่องเที่ยวอย่างไร
โรงแรมเจ๊งวันละ5ล้าน

นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า จากการประเมินความเสียหายเบื้องต้น พบว่า การชุมนุมของกลุ่มนปช.ขณะนี้ได้กระทบต่อธุรกิจโรงแรมในวงกว้าง และขยายไปยังต่างจังหวัดแล้ว ซึ่งตัวเลขความเสียหายเบื้องต้นอยู่ที่ 3-5 ล้านบาทต่อวัน  สมาคมจะทำหนังสือร้องถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพิ่มขึ้นอีก 5,000 ล้านบาท เนื่องจากวงเงินจำนวน 5,000 ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ผ่านความเห็นชอบไปเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการ และขอให้รัฐบาลพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรมในทุกระดับ ครอบคลุมโรงแรมขนาดกลางและใหญ่  เพราะสินเชื่อเดิมให้เฉพาะธุรกิจระดับเอสเอ็มอี ที่มีมูลค่าทรัพย์สินและการลงทุนไม่เกิน 200 ล้านบาทเท่านั้น  สมาคมจะเสนอให้รัฐบาลปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจโรงแรมขนาดกลางและใหญ่เฉลี่ยแห่งละ 50 ล้านบาท

ทั้งยังขอให้ยืดระยะเวลาคืนเงินต้นของธุรกิจโรงแรมที่กู้เงินมาลงทุน ออกไปอีก 3 ปี ขอยืดการจ่ายดอกเบี้ยออกไปอีก 6 เดือน ขอให้รัฐบาลช่วยจ่ายดอกเบี้ยให้กับโรงแรมในย่านราชประสงค์ 3% เป็นเวลา 1 ปีและโรงแรมที่อยู่ในย่านสีลม-ประตูน้ำ ช่วยจ่ายดอกเบี้ยในอัตรา 2%  ขอยกเว้นการจ่ายภาษีโรงเรือนของปี 2553 และขอยกเว้นภาษีค่าธรรมเนียมโรงแรมปีละ 80 บาทต่อห้องต่อปี ที่ต้องจ่ายในปี 2554

นอกจากนี้ยังจะขอให้ภาครัฐชดเชยเงินเดือนพนักงานในพื้นที่ของผู้ประกอบการย่านราชประสงค์  จำนวน 100 % นับตั้งแต่ช่วงการชุมนุมต่อเนื่องไปจนถึงหลังสิ้นสุดการชุมนุม 3 เดือน ส่วนย่านที่อยู่นอกราชประสงค์รัศมี 500 เมตร ขอให้ภาครัฐชดเชยเงินเดือนพนักงานในพื้นที่ของผู้ประกอบการย่านราชประสงค์  จำนวน 75 % เป็นเวลา 3 เดือน สำหรับโรงแรมที่ต้องการปรับปรุงหลังจากเลิกการชุมนุม สามารถนำงบที่จะใช้ในการปรับปรุงไปหักภาษีได้ 2 เท่า เพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงที่เกิดวิกฤติและของบอบรมจากต้นกล้าอาชีพ 12 ล้านบาท เพื่อนำมาพัฒนาบุคลากร
หอไทย-เทศกังวลพุ่ง

นายพงษ์ศักดิ์  อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทิศทางที่มีความรุนแรงมากขึ้น หลังเสธ.แดงถูกลอบยิง และมีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ มองว่า เหตุการณ์คงบานปลายออกไป และการเจรจายุติปัญหาคงยากขึ้น เพราะขณะนี้ไม่รู้ว่าใครเป็นแกนนำไม่สามารถควบคุมฝูงชนได้ และก็ไม่ทราบว่าใครเป็นแกนนำที่สามารถเจรจากับรัฐบาลได้ ในเรื่องนี้ทางภาคเอกชนรู้สึกมีความกังวลมากขึ้น

ขณะที่ในการประชุมหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทยประจำเดือนพฤษภาคมเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา  มีตัวแทนหอการค้าต่างประเทศเข้าร่วมประมาณ 30 หอ ต่างแสดงความรู้สึกกังวลเพิ่มขึ้นและได้สอบถามฝ่ายไทยว่า เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป และจะยุติลงเมื่อไหร่ ในเรื่องนี้ฝ่ายไทยก็ไม่สามารถให้คำตอบได้  ทำให้ตัวแทนหอการค้าต่างประเทศก็ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามประเทศของตัวเองอย่างไรเช่นกันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย

"ทั้งหอการค้าไทยและหอการค้าต่างประเทศต้องการเห็นประเทศไทยคืนสู่ความสงบโดยเร็ว เพื่อให้ความเชื่อมั่นของคนไทย ชาวต่างชาติที่อยู่ในไทย และที่อยู่ในต่างประเทศกลับคืนมา เพื่อที่เราจะสามารถเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเร็ว แต่หากยังยืดเยื้อเขาบอกว่าการลงทุนระยะยาวอาจจะไปที่อื่นแทนไทย และที่ผมถูกถามมามากจากคู่ค้าก่อนหน้านี้ เขาถามว่าเขาจะได้รับของตรงเวลาหรือไม่ หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้เขาอาจย้ายฐานการสั่งซื้อสินค้าไปประเทศอื่นแทน แต่เวลานี้เขาเริ่มไม่ถาม ซึ่งเราก็เดาใจเขาไม่ถูกว่าเขาคิดอะไรอยู่"นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
สภาอุตฯ

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จากที่มีท่าทีว่าจะจบลงได้ด้วยดีก็กลับเกิดความวุ่นวายขึ้นอีก โดยขณะนี้ภาคเอกชนกังวลว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น แต่ก็มีความหวังว่าอย่าให้เป็นเช่นนั้น อยากให้เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างสันติทั้งฝ่ายรัฐและผู้ชุมนุม ทั้งนี้ เอกชนเสนอให้ทุกฝ่ายร่วมกันสานต่อโรดแมปปรองดองแห่งชาติของนายกรัฐมนตรีให้สำเร็จ เพื่อที่บ้านเมืองจะได้กลับสู่ความสงบสุข

"เมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศโรดแมปปรองดองออกมาก็ดีใจที่หลายฝ่ายออกมายอมรับ ดังนั้น ตอนนี้จึงต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำโรดแมปนั้นให้สำเร็จ"
ภูธรร้องติดพ.ร.ก.

นายณรงค์ ตนานุวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ หอการค้าไทย กล่าวว่า การที่ประกาศให้จังหวัดเชียงใหม่เป็น 1ใน 15 จังหวัดที่มีการใช้พ.ร.ก. ว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในฐานะภาคธุรกิจไม่อยากให้มีการประกาศออกมาเลย  เพราะประกาศแล้ว ก็ใช่ว่าจะมีอะไรที่ดีกว่าเดิม มีแต่จะแย่ลง เพราะยิ่งประกาศก็เป็นการเน้นให้นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติรับรู้ว่าเชียงใหม่ไม่ปลอดภัย

นายวีระพงษ์  ไชยเอีย  รองประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดอุดรธานี  และนักธุรกิจก่อสร้าง  เปิดเผยว่า  การที่ประกาศให้จังหวัดอุดรธานีอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.สถานการฺณ์ฉุกเฉินฯตนเองมองว่า เป็นการป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นมาได้เอาไว้ก่อน ถือว่าเป็นเรื่องไม่ประมาท  อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวแล้วจังหวัดอุดรธานีแม้ว่าจะเป็นพื้นที่ของคนเสื้อแดง แต่ก็ไม่น่าที่จะมีอะไรรุนแรง ส่วนผลกระทบ ในขณะนี้อาจจะเร็วไปที่จะบอกว่า มีผลกระทบบ้างหรือไม่  ส่วนข้อกำหนดต่างๆ ทุกคนทำตามก็คงไม่มีผลกระทบต่อการทำธุรกิจหรือชีวิตประจำวันมากนัก

นายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงการที่จังหวัดขอนแก่นเป็น 1 ใน 15 จังหวัดที่มีการประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ไม่มีผลกระทบใดๆประชาชนยังสามารถดำเนินชีวิตได้ปกติ  ในทางกลับกันการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินครั้งนี้ส่งผลดีต่อความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ด้วยซ้ำ เพราะที่ผ่านมากลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่นได้เคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวายหลายต่อหลายครั้ง ทั้งปิดถนน ยึดขบวนรถไฟขนอุปกรณ์ทหารและปิดทางออกสนามบิน สร้างความเดือดร้อนมากพอสมควร
สั่งเลื่อนเปิดเทอม

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการประชุมหารือเพื่อเตรียมการเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2553 ว่า ที่ประชุมมีมติให้ สถานศึกษาในเขตพื้นที่ควบคุม 9 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย  โรงเรียนสยามบริหารธุรกิจ  โรงเรียนร่วมฤดีศึกษา  โรงเรียนวัดปทุมวนาราม  โรงเรียนสวมลุมพินี  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา  โรงเรียนสาธิต มศว.ปทุมวัน และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เลื่อนการเปิดภาคเรียนจากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2553 ไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

สำหรับสถานศึกษาอีกจำนวน 12 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดสระบัว  โรงเรียนวัดดวงแข  โรงเรียนวัดหัวลำโพง  โรงเรียนปลูกจิต โรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม  โรงเรียนวัดม่วงแข  โรงเรียนวัดแก้วแจ่มฟ้า  โรงเรียนปทุมวัน  โรงเรียนวัดสวนพลู โรงเรียนวัดพระยายัง  โรงเรียนวัดบรมนิวาส และโรงเรียนทัศนารุณสุนทริการาม ได้ให้เลื่อนวัดเปิดภาคเรียนไปเป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2553 

กทม.เลื่อนเปิดบีอาร์ที
    

ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่า กทม.โดยสำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.)กรุงเทพมหานคร ได้ขอเลื่อนพิธีเปิดเดินรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT สายสาทร - ราชพฤกษ์ และการเปิดให้บริการประชาชนทั่วไป จากเดิมที่กำหนดไว้ในวันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2553 ออกไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์ ทั้งนี้จะแจ้งกำหนดการที่แน่นอนให้ประชาชนทราบอีกครั้งเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.