นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะขยายการขนส่งจากภายในประเทศไปขนส่งข้ามแดนระหว่างประเทศ รวมไปถึงการไปตั้งบริษัทขนส่งข้ามชาติ โดยช่วงกลางปี 2551 บริษัทจะเริ่มงานแรก โดยล่าสุดบริษัทได้รับการว่าจ้างจากบริษัทคนไทย และบริษัทในประเทศมาเลเซีย ให้ขนส่งวัตถุดิบข้ามแดนไปยังประเทศมาเลเซีย มีสัญญาขนส่ง 3 ปี ถือเป็นการขนส่งข้ามแดนครั้งแรกของบริษัทกู๊ดทีมฯ และในอนาคตมีแผนจะขนส่งสินค้าข้ามไปยังประเทศเวียดนามและจีนที่กำลังเติบโต นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะเตรียมไปเปิดบริษัทขนส่งสินค้าข้ามชาติในประเทศนิวซีแลนด์ในอีกประมาณ 2-3 ปีข้างหน้า
ปีนี้บริษัทตั้งเป้าจะมียอดรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 15% ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท มียอดรายได้เฉลี่ยประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี มียอดทรัพย์สินกว่า 1,000 ล้านบาท มีพนักงาน 400 คน ในปี 2551 จะเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 100 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดรายได้ประมาณ 400-500 ล้านบาท และอีก 4 ปีข้างหน้าตั้งเป้าจะเพิ่มทุน จดทะเบียนให้ได้อย่างน้อย 300-400 ล้านบาท และตั้งเป้าจะมียอดทรัพย์สินเป็น 3,000 ล้านบาท และเตรียมนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อพัฒนายกระดับเป็นบริษัทระดับนานาชาติไปแข่งขันกับต่างชาติ และตั้งเป้าหมายว่า 10 ปีข้างหน้าต้องการมีขนาดสินทรัพย์เป็น 10,000 ล้านบาท
"เราจะขยายงานไปทางน้ำมันอย่างเดียว อาจจะจำกัด จะให้เรารักษาระดับการขยายงานจากเดิมไม่ได้ เราจะไปกินส่วนแบ่งบริษัทอื่น เราจึงขยายงานไปทำอย่างอื่น เพื่ออัตราการเจริญเติบโตมากกว่าเดิม" นายอุดมศักดิ์กล่าวและว่า
สำหรับการขนส่งสินค้าทั่วไป พวกบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคให้กับพวกโมเดิร์นเทรด ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับผู้ว่าจ้างที่เป็นคอนซูเมอร์รายหนึ่งว่า นอกจากการว่าจ้างให้ขนส่งสินค้าแล้ว กำลังเจรจาจะให้บริษัทสร้างคลังสินค้าและเข้าบริหารคลังสินค้า โดยอยู่ระหว่างตกลงเรื่องขนาดพื้นที่ที่ต้องการใช้ รวมถึงเรื่องการขนส่งบรรจุภัณฑ์ตอนนี้อยู่ระหว่างเจรจาเรื่องค่าขนส่งกับผู้ว่าจ้างอย่างน้อยสัญญาต้อง 3 ปี เพราะบริษัทต้องลงทุนซื้อรถขนส่งใหม่
เมื่อช่วงปี 2549 บริษัทลงทุนขยายงานไป 200 ล้านบาท ปลายปี 2550 บริษัทได้เตรียมขยายงานด้านการขนส่งน้ำมัน และเตรียมแตกไลน์ไปทำธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจรด้วยการลงทุนประมาณ 600 ล้านบาท ซื้อรถขนส่งน้ำมันและเคมีเพิ่มอีก 50 คัน ใช้เงินไปประมาณ 400 กว่าล้านบาท เพราะมีลูกค้าต้องการให้ไปวิ่งงานจำนวนมาก รวมปัจจุบันเรามีรถ 259 คัน ส่วนเงินที่เหลืออีก 200 กว่าล้านบาทใช้ลงทุนซื้อที่ดิน 2 แปลง แบ่งเป็นบริเวณลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 45 ไร่ และอีก 10 ไร่ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
โดยพื้นที่ 45 ไร่บริเวณลำลูกกามีแผนงานหลัก 2 ส่วน คือ 1)จะใช้เป็นศูนย์การขนส่งที่สามารถแสดงศักยภาพให้ต่างประเทศเห็นสถานที่ซ้อมการขับรถมาตรฐานระดับโลก มีระบบการทดสอบ การขับรถอย่างปลอดภัย ระบบการซ่อมบำรุง ระบบการซ้อมแผนฉุกเฉิน ห้องโชว์อุปกรณ์นิรภัยทั้งหมดเต็มรูปแบบ ทุกปีมีแผนจะเชิญผู้ขนส่งระดับเอเชีย-แปซิฟิกที่อยู่ในอาเซียนมาแข่งพิสูจน์กับบริษัททุกปี เพื่อให้พัฒนาฝีมือ
2)จะก่อสร้างคลังสินค้าขนาดประมาณ 10,000 ตารางเมตร ทั้งนี้ ประมาณการลงทุน 600 ล้านบาทอาจจะไม่อยู่ ทั้งนี้ ตามแผนที่วางไว้คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี 2 เดือนจะเปิดให้บริการด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจรได้ภายในปี 2552
สำหรับประเด็นการขนส่งทางท่อที่อาจจะมาแทนรถยนต์ในอนาคตนั้น นายอุดมศักดิ์มองว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะมีอันตราย เมืองไทยถนนมีการ ขุดเจาะบ่อยมาก ไม่รู้ว่าจะไปโดดท่อตรงไหน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเดินท่อไปถึงปั๊มน้ำมันของลูกค้ารายย่อย ขนส่งทางท่อจะมีประโยชน์ระหว่างคลังน้ำมันต่อคลังน้ำมัน ต้นทุนการขนส่งทางท่อแพงกว่าการขนส่งทางรถยนต์ ปัจจุบันรถยนต์ขนส่งได้ 48,000 ลิตรต่อคันต่อเที่ยว ความจำเป็นในการขนส่งทางท่อจะลดลงทุกที การขนส่งทางรถไฟมีปริมาณจำกัด ไม่สามารถขนส่งได้ตามเวลา มีหยุดงานบ้าง ทำให้เสียหาย จำเป็นต้องพึ่งรถยนต์ หลักการขนส่งต้องปลอดภัย ถูกต้อง ตรงเวลา พัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความ พึงพอใจให้ลูกค้าอย่างสูงสุด
















Leave a comment :