นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ในปี 2555 บริษัทจะยังเน้นกลยุทธ์ด้านราคาเห็นจุดหลักในการทำตลาด เนื่องจากการสำรวจความคิดเห็นลูกค้าพบว่าความพึงพอใจที่มีต่อสายการบินอันดับหนึ่งนั้น ยังเป็นเรื่องราคา
อย่างไรก็ตามแม้ว่าปัจจุบัน จะมีคู่แข่งขันเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น แต่บริษัทก็ไม่รู้สึกห่วงในเรื่องนี้แต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะมองว่าเป็นเรื่องดีที่จะทำให้ผู้ให้บริการรายเดิมเกิดความตื่นตัวมากขึ้น หรือการที่สายการบินไทยสมายล์จะมาเปิดเส้นทางบินในเส้นทางซ้อนทับกันนั้นก็ไม่น่ากังวล เพราะหากไม่มีคู่แข่งรายนี้เข้ามาก็เชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีสายการบินอื่นๆ เข้ามาเปิดบริการอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงอยู่ที่การปรับตัว และบริหารจัดการของบริษัท และปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าผู้บริโภคจะเลือกใช้บริการจากสายการบินใด ก็คือ จะต้องดูว่าใครจะสามารถทำราคาได้ประหยัดกว่ากัน
นายทัศพลกล่าวว่า นอกจากนี้ ไทยแอร์เอเชีย ยังมีแผนที่จะขยายเส้นทางใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นตลาดในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกเป็นหลัก เพื่อตอบสนองการเดินทางของผู้โดยสารทั่วโลกที่ต้องการเดินทางเข้ามาในภูมิภาคนี้มากขึ้น
บุกพม่ารับท่องเที่ยวเติบโต
โดยภายในปี 2555 นี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถเปิดเส้นทางบินระหว่าง กรุงเทพฯ-เนย์ปิดอว์ สภาพพม่า โดยมีกำหนดบินวันละ 1 เที่ยว เป็นการขยายเส้นทางในพม่าต่อจากเดิมที่มีการบินเข้า ย่างกุ้ง อยู่แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอสิทธิการบิน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในอีกไม่นานจากนี้
"เรามองเห็นโอกาสด้านการท่องเที่ยวในพม่าว่าจะมีการขยายตัวที่ดี หลังจากที่พม่ามีนโยบายเปิดประเทศมากขึ้นในระยะหลังๆ อีกทั้งในปีหน้าก็จะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันซีเกมส์ด้วย ทำให้มีความต้องการเดินทางเข้าพม่าเพิ่มมากขึ้น"
ส่วนเส้นทางใหม่ที่ไทยแอร์เอเชียเปิดบริการบินในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ 3 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-ตรัง เริ่มเปิดบริการวันที่ 15 ม.ค. จำนวน 1 เที่ยว/วัน โดยมีอัตราบรรทุกเฉลี่ย 95% ทำให้สายการบินฯ เตรียมเพิ่มความถี่เป็น 2 เที่ยวบิน/วันในเร็วๆ นี้ ซึ่งที่ผ่านมามีไม่กี่จุดหมายที่สามารถเปิดเพิ่มไฟลต์ที่ 2 ได้ทันที หลังจากเพิ่งเปิดเส้นทางใหม่ เนื่องจากตรังมีศักยภาพด้านแหล่งท่องเที่ยวใหม่ โดยเฉพาะหาดทราย ชายทะเล ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติ โดยเฉพาะ รัสเซีย
ส่วนเส้นทางกรุงเทพฯ-นครพนม จะเริ่มเปิดบริการตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. กำหนดเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจท่องเที่ยวรองรับการเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ซึ่งเชื่อมต่อไปจนถึงแขวงคำม่วน ประเทศลาว และวันที่ 1 มี.ค. จะเริ่มบินเส้นทาง กรุงเทพฯ-โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา กำหนดเป้าหมายเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวแสวงบุญเส้นทางพุทธศาสนา และเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังมัลดีฟส์ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง คาดว่าจะมีอัตราบรรทุกเฉลี่ยทั้ง 2 เส้นทางที่ 70-80%
เล็งขยายจีน อินเดีย อาเซียน
นายทัศพลกล่าวว่า ขณะนี้ไทยแอร์เอเชียมีเครื่องบินแอร์บัส รุ่น เอ 320 ให้บริการ 22 ลำ และกำลังจะรับมอบเพิ่มอีก 2 ลำในปีนี้ เพื่อรองรับการขยายเส้นทางใหม่ๆ ที่กำหนดแผนไว้คือ 2-3 เส้นทางในทุกไตรมาส รวมถึงการเพิ่มความถี่ในเส้นทางเดิม
ทั้งนี้เส้นทางที่บริษัทให้ความสนใจคือ จีน และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง แม้ว่าอินเดียนั้น ไทยแอร์เอเชีย จะยกเลิกเส้นทางกรุงเทพฯ-นิวเดลี ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.เป็นต้นไป เนื่องจากต้นทุนการบินสูง จากทั้งภาษี และราคาน้ำมัน แต่ก็จะบินไปยังเมืองอื่นๆ ในอินเดียทดแทน
"นอกจากนี้เรายังมองโอกาสในการขยายเส้นทางให้ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอาเซียนในเส้นทางที่มีศักยภาพ เช่น เวียงจันทน์ ประเทศลาว ซึ่งขณะนี้ยังติดเรื่องขอนุญาตสิทธิการบิน ส่วนเส้นทางบินในประเทศ คาดว่าจะขยายให้ครอบคลุมพื้นที่หลักได้หมดภายใน 5 ปี เนื่องจากสนามบินต่างจังหวัดสามารถรองรับเครื่อง เอ 320 ได้ทั้งหมดอยู่แล้ว"
เพิ่มบุคลากร-เจาะลูกค้าแฟนบอล
นายทัศพลกล่าวว่า ไทยแอร์เอเชีย ยังเตรียมแผนที่จะรับบุคลากรใหม่เข้ามาทำงานเพิ่มเติมอีก 400-500 คน เพื่อให้สอดคล้องกับแผนขยายเส้นทางบินในอนาคต ส่วนแนวทางการทำตลาดปีนี้จะเดินหน้าจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายด้วยความถี่เกือบทุกสัปดาห์ รวม 40-50 แคมเปญ/ปี เริ่มจากโปรโมชั่น 3 เส้นทางใหม่ คือ ค่าโดยสาร 800 บาท เส้นทางสู่ตรัง ค่าโดยสาร 700 บาทสำหรับบินสู่นครพนม และ 2,290 บาท ในเส้นทางบินสู่โคลัมโบ จองได้ถึง 5 ก.พ.เดินทางได้ตั้งแต่ 1 มี.ค.-30 มิ.ย.
นอกจากนี้ยังเตรียมแผนรุกกลุ่มเป้าหมายแฟนกีฬาฟุตบอลโดยใช้สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง ดึงกลุ่มแฟนบอลที่ตามเดินทางไปเชียร์ทีมของตัวเองทั่วประเทศ เนื่องจากปัจจุบันวงการกีฬาฟุตบอลไทย ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าจะใช้งบการตลาดสำหรับแผนการนี้ประมาณ 3% ของยอดขาย
สำหรับอัตราเฉลี่ยการบินปีนี้มั่นใจว่าจะทำได้ 80% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยเส้นทางที่มีผู้โดยสารมากที่สุด คือ ภูเก็ต มาเก๊า เส้นทางอินโดไชน่า เช่น โฮจิมินห์ ย่างกุ้ง ส่วนแผนการเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการเพื่อเป้าหมายการขายหุ้นระดมทุน 150 ล้านดอลลาร์ คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในไตรมาสแรกปีนี้
อย่างไรก็ตาม ในด้านปัจจัยเสี่ยงปีนี้ ไทยแอร์เอเชีย มอง 2 ประเด็น คือ ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีความผันผวน สายการบินเก็งกำไรน้ำมันล่วงหน้าประมาณ 30% และภาวะเศรษฐกิจยุโรปที่ยังต้องจับตามอง เนื่องจากปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าไทยแอร์เอเชีย 40% ที่เป็นกลุ่มชาวต่างชาตินั้น แบ่งเป็นกลุ่มยุโรปกว่า 50%
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.