ทีเอ็นทีเพิ่งเริ่มขยับขยายจากการขนส่งสินค้าทางอากาศขนาดเล็ก (air courier) ฉีกแนวมาทำการตลาดขนส่งสินค้าด่วนแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพื่อหลีกหนีการเผชิญหน้ากับบริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดที่มีบริการขนส่งด่วนและโลจิสติกส์ครบวงจรอย่าง DHL และ FedEx
โดยล่าสุดผู้บริหารทีเอ็นทีได้เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในพิธีเฉลิมฉลองเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของเครื่องบินขนส่งโบอิ้ง B747-400 ERF ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งในโอกาสนี้ "ประชาชาติธุรกิจ" ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานดังกล่าว พร้อมกับการพาเยี่ยมชมศูนย์กระจายสินค้าประเภทวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ (life sciences centres) ที่ประเทศสิงคโปร์
เจมส์ แมคคอร์แมค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทีเอ็นที กล่าวว่า ใน 5 ปีข้างหน้า ทีเอ็นทีมีแผนการดำเนินงานและการลงทุนกว่า 100 ล้านยูโร หรือประมาณ 4,995 ล้านบาท เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายการให้บริการ การเชื่อมต่อเครือข่าย และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีความต้องการจะขนส่งพัสดุด่วนขนาดใหญ่หรือพัสดุที่มีน้ำหนักมากเป็นพิเศษ ระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศจีน และทวีปยุโรป
ด้วยการลงทุนซื้อเครื่องบินขนส่งโบอิ้ง B747-400 ERF ซึ่งสามารถรับน้ำหนักการขนสินค้า (ray load) ได้ประมาณ 117,000 กิโลกรัม โดยใช้ศูนย์กลางการกระจายสินค้าประจำภูมิภาคของทีเอ็นที ในประเทศสิงคโปร์เป็นฐาน โดยกลุ่มลูกค้าหลักที่มีความต้องการบริการพิเศษนี้จะมาจากธุรกิจประเภทเทคโนโลยีชั้นสูง อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักร และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพที่เริ่มมีความต้องการจะส่งพัสดุขนาดใหญ่ หรือที่มีน้ำหนักพิเศษ และมีมูลค่าสูงจำนวนมาก
นอกจากนี้ทีเอ็นทีจะเน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะในตลาดเอเชียทางทีเอ็นทีเห็นว่า ตลาดนี้มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะปัจจุบันหลายคนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การใช้จ่ายด้านสุขภาพเติบโตเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันพัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของโรคในเอเชีย จำเป็นต้องใช้ยาและการรักษาทางศัลยกรรมที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเมื่อปีที่ผ่านมาทีเอ็นทีจึงได้เปิดให้บริการศูนย์กระจายสินค้าประเภทวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์
โดยก่อนหน้านี้ทีเอ็นทีมีศูนย์กระจายสินค้าประเภทวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ตั้งอยู่ใน 7 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ สกอตแลนด์ ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ จีน และอเมริกา ศูนย์ทั้งหมดจะเป็นศูนย์กลางการติดต่อเพื่อที่จะจัดส่งสินค้าที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิและในเวลาอันสั้นในการจัดส่ง โดยเฉพาะตัวอย่างทางการแพทย์ เช่น ตัวอย่างยา ตัวอย่างอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตัวอย่างเลือดของผู้ป่วย ทีเอ็นทีให้บริการจัดส่งตัวอย่างทางการแพทย์มากกว่า 1 ล้านรายการในแต่ละปี
สำหรับในเอเชีย ทีเอ็นทีมีบริการให้เลือกแบ่งออกเป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการรักษาและด้านการแพทย์ โดยในด้านการรักษาจะรวมถึงการจัดส่งสินค้า เวชภัณฑ์ ในขณะที่ด้านการแพทย์จะรวมถึงการจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น อุปกรณ์ขยายหลอดเลือดหัวใจ และบอลลูนขยายหลอดเลือด และส่งสารเคมีในการวินิจฉัยทางการแพทย์ เช่น สารเคมีสำหรับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยี้อเพื่อการวินิจฉัยทางการแพทย์
"โดยทีเอ็นทีคาดว่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดธุรกิจศูนย์กระจายสินค้าวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ในเอเชีย 60% ขณะที่ทีเอ็นทีมีส่วนแบ่งทางการตลาดด้านการขนส่งด่วนในเอเชียประมาณ 7%" แมคคอร์แมคกล่าว
นับวันการแข่งขันในธุรกิจให้บริการจัดส่งเอกสาร และขนส่งพัสดุด่วนระดับโลกจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยต่างฝ่ายต่างพยายามงัดกลยุทธ์ในทุกรูปแบบขึ้นมาช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดให้ได้มากที่สุด
"บริษัท ทีเอ็นที เอ็กซเพรส" ถือเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการด้านการจัดส่งไปรษณีย์และพัสดุด่วนอันดับต้นๆ ของทวีปยุโรป มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วยยอดรายได้รวมทั้งกลุ่มทั่วโลกเมื่อปี 2007 ประมาณ 11,000 ล้านยูโร มียอดบริการขนส่งพัสดุประมาณ 4 ล้านชิ้นต่อสัปดาห์ กว่า 200 ประเทศทั่วโลก มีรถบรรทุกให้บริการกว่า 26,000 คัน เครื่องบินประมาณ 50 ลำ มีพนักงานให้บริการกว่า 160,000 คนทั่วโลก
ทีเอ็นทีเพิ่งเริ่มขยับขยายจากการขนส่งสินค้าทางอากาศขนาดเล็ก (air courier) ฉีกแนวมาทำการตลาดขนส่งสินค้าด่วนแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพื่อหลีกหนีการเผชิญหน้ากับบริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดที่มีบริการขนส่งด่วนและโลจิสติกส์ครบวงจรอย่าง DHL และ FedEx
โดยล่าสุดผู้บริหารทีเอ็นทีได้เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในพิธีเฉลิมฉลองเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของเครื่องบินขนส่งโบอิ้ง B747-400 ERF ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งในโอกาสนี้ "ประชาชาติธุรกิจ" ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานดังกล่าว พร้อมกับการพาเยี่ยมชมศูนย์กระจายสินค้าประเภทวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ (life sciences centres) ที่ประเทศสิงคโปร์
เจมส์ แมคคอร์แมค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทีเอ็นที กล่าวว่า ใน 5 ปีข้างหน้า ทีเอ็นทีมีแผนการดำเนินงานและการลงทุนกว่า 100 ล้านยูโร หรือประมาณ 4,995 ล้านบาท เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายการให้บริการ การเชื่อมต่อเครือข่าย และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีความต้องการจะขนส่งพัสดุด่วนขนาดใหญ่หรือพัสดุที่มีน้ำหนักมากเป็นพิเศษ ระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศจีน และทวีปยุโรป
ด้วยการลงทุนซื้อเครื่องบินขนส่งโบอิ้ง B747-400 ERF ซึ่งสามารถรับน้ำหนักการขนสินค้า (ray load) ได้ประมาณ 117,000 กิโลกรัม โดยใช้ศูนย์กลางการกระจายสินค้าประจำภูมิภาคของทีเอ็นที ในประเทศสิงคโปร์เป็นฐาน โดยกลุ่มลูกค้าหลักที่มีความต้องการบริการพิเศษนี้จะมาจากธุรกิจประเภทเทคโนโลยีชั้นสูง อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักร และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพที่เริ่มมีความต้องการจะส่งพัสดุขนาดใหญ่ หรือที่มีน้ำหนักพิเศษ และมีมูลค่าสูงจำนวนมาก
นอกจากนี้ทีเอ็นทีจะเน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะในตลาดเอเชียทางทีเอ็นทีเห็นว่า ตลาดนี้มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะปัจจุบันหลายคนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การใช้จ่ายด้านสุขภาพเติบโตเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันพัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของโรคในเอเชีย จำเป็นต้องใช้ยาและการรักษาทางศัลยกรรมที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเมื่อปีที่ผ่านมาทีเอ็นทีจึงได้เปิดให้บริการศูนย์กระจายสินค้าประเภทวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์
โดยก่อนหน้านี้ทีเอ็นทีมีศูนย์กระจายสินค้าประเภทวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ตั้งอยู่ใน 7 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ สกอตแลนด์ ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ จีน และอเมริกา ศูนย์ทั้งหมดจะเป็นศูนย์กลางการติดต่อเพื่อที่จะจัดส่งสินค้าที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิและในเวลาอันสั้นในการจัดส่ง โดยเฉพาะตัวอย่างทางการแพทย์ เช่น ตัวอย่างยา ตัวอย่างอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตัวอย่างเลือดของผู้ป่วย ทีเอ็นทีให้บริการจัดส่งตัวอย่างทางการแพทย์มากกว่า 1 ล้านรายการในแต่ละปี
สำหรับในเอเชีย ทีเอ็นทีมีบริการให้เลือกแบ่งออกเป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการรักษาและด้านการแพทย์ โดยในด้านการรักษาจะรวมถึงการจัดส่งสินค้า เวชภัณฑ์ ในขณะที่ด้านการแพทย์จะรวมถึงการจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น อุปกรณ์ขยายหลอดเลือดหัวใจ และบอลลูนขยายหลอดเลือด และส่งสารเคมีในการวินิจฉัยทางการแพทย์ เช่น สารเคมีสำหรับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยี้อเพื่อการวินิจฉัยทางการแพทย์
"โดยทีเอ็นทีคาดว่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดธุรกิจศูนย์กระจายสินค้าวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ในเอเชีย 60% ขณะที่ทีเอ็นทีมีส่วนแบ่งทางการตลาดด้านการขนส่งด่วนในเอเชียประมาณ 7%" แมคคอร์แมคกล่าว
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.