นายชัยสวัสดิ์ กิตติพรไพบูลย์ ประธานคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น จึงได้สั่งให้ฝ่ายบริหารไปหาวิธีการปรับโครงสร้างการบริหาร เพื่อรับมือกับวิกฤติพลังงาน เช่น ปรับเปลี่ยนวิธีการขายตั๋ว จากที่เคยขายผ่านเอเยนต์เป็นหลักและใช้เวลาขายตั๋วล่วงหน้านาน 2-3 เดือนให้ปรับมาเป็นขายตั๋วโดยตรงกับผู้โดยสาร รวมถึงขายตั๋วผ่านอินเตอร์เน็ต เพื่อลดเวลาการขายตั๋วล่วงหน้าให้สั้นลง จะทำให้การบินไทยได้เงินสดเข้ามาหมุนเวียนเร็วขึ้นและเป็นการลดค่าคอมมิสชันที่ต้องจ่ายให้แก่เอเยนต์ด้วย
นอกจากนี้ยังให้ไปศึกษาแผนการหารายได้เสริม ไม่ว่าจะเป็นการขยายการลงทุนในส่วนของศูนย์ซ่อมอากาศยานที่สนามบินดอนเมืองให้สามารถรองรับการซ่อมบำรุงเครื่องบินของสายการบินอื่นๆได้ แผนการรับจ้างซ่อมเครื่องบินของสายการบินอื่นๆในภูมิภาคนี้ แผนการขยายการบริการธุรกิจแอร์คาร์โก เพื่อขนส่งสินค้าทางอากาศ โดยจะนำเครื่องบินเก่าที่มีอยู่มาปรับเป็นสายการบินเพื่อรับส่งสินค้าทางอากาศหรืออาจจะร่วมทุนกับผู้ที่มีความชำนาญทางด้านนี้ ซึ่งแผนเหล่านี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารไปศึกษาข้อมูลแล้ว
"เวลานี้แม้อัตราบรรทุกเฉลี่ยของการบินไทยจะอยู่ที่ 80% ซึ่งถือว่าสูงมาก จากเดิม 60% ก็มีกำไร แต่ยังถือว่าขาดทุนกำไร ดังนั้นแผนการลดค่าใช้จ่ายในขณะนี้คือเรื่องบุคลากรจะไม่มีการรับเพิ่ม รวมทั้งการพิจารณาปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันเป็นระยะๆ เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น" นายชัยสวัสดิ์ กล่าว
ขณะที่น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้อำนวยการใหญ่สายการบินบางกอก แอร์เวย์สเปิดเผยว่าแม้ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระยะสั้นสายการบินก็ยังรับภาระไหวไม่ปรับราคาตั๋วหรือค่าธรรมเนียมน้ำมันอย่างแน่นอน แม้ว่าต้นทุนราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นถึง 30% ส่วนผลประกอบการไตรมาสแรกถือว่าใช้ได้ แต่ไตรมาส 2 มีช่วงไฮซีซันและโลว์ซีซัน ตัวเลขยังไม่มั่นใจ
ด้านนายธวัชวงศ์ ธะนุสุมิต กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการเงิน สายการบินบางกอก แอร์เวย์ส กล่าวว่า รายได้ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว ที่ได้ 10,620 ล้านบาท จากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้องปรับประมาณการต่าง ๆ ใหม่หมด โดยเฉพาะกำไร ตัวเลขที่ทำไว้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว คาดว่าปีนี้จะมีกำไร 600 ล้านบาท แต่หลังจากประเมินดูต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นคาดว่าจะอยู่ที่ 300 ล้านบาท
อย่างไรก็ดีขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาถึงผลกระทบและการปรับแผนงานครั้งใหญ่หลังวิกฤติพลังงาน ซึ่งมีทั้งแผนการปรับ-ลดเที่ยวบิน เส้นทางบิน การรณรงค์ประหยัดพลังงาน การเพิ่มความถี่ในบางเส้นทางที่เห็นว่าผลประกอบการดี หรือลดเส้นทางบินที่ผู้โดยสารน้อย เป็นต้น เป็นการปรับเปลี่ยน เครือข่ายการบินเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับการเพิ่มรายได้ คาดจะสรุปได้ในเร็ว ๆ นี้
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์ เอเชีย กล่าวว่า เพื่อรับมือผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น สายการบินมีกลยุทธ์ที่จะดำเนินการ 3 มาตรการ คือ 1.การปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน เส้นทางขาดทุนหรือผู้โดยสารน้อย ก็ปรับเปลี่ยนไปทำการบินในเส้นทางที่มีผลการดำเนินงานดี เช่นหยุดบินเซียะเหมิน ปรับมาบินจาการ์ตาแทน 2.เร่งการเปลี่ยนแบบเครื่องบินแอร์บัสเอ 320 มาใช้แทนเครื่องบินเก่า เพราะจะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงและน้ำมันได้มาก ซึ่งในขณะนี้มีแอร์บัสให้บริการอยู่ 8 ลำ และจะเพิ่มอีก 6 ลำ ในปีหน้า 3. การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันตามสภาวการณ์อันสมควร รวมถึงการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม อย่างการเรียกเก็บค่าโหลดกระเป๋าใบละ 50 บาท เป็นต้น
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.