Switch to: uk
23 May 2012 13:12PM

“ไชยา” ดันส่งออก-เร่งทูตพาณิชย์ ตั้งเป้าปีนี้โต 25%

16 Sep 08 ,  ผู้จัดการออนไลน์
  • 0
“ไชยา” ขันนอตทูตพาณิชย์เร่งทำงาน หวังดันเป้าส่งออกปีนี้โต 20-25% หลังผ่าน 7 เดือนโตแล้ว 26.1% พร้อมมอบการบ้านเร่งศึกษาสินค้าที่มีโอกาสส่งออก และหาทางช่วยนักธุรกิจบุกเจาะตลาด และเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ ฝาก HTA ช่วยแจงสถานการณ์การเมืองไทยไม่กระทบการค้า ส่วนเป้าส่งออกปีหน้า คาด ประกาศได้หลังจากนำข้อสรุปไปหารือกับภาคเอกชนในเร็วๆ นี้

นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หัวหน้าสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ 56 แห่งทั่วโลก เร่งการทำงานในการผลักดันการส่งออก เพื่อให้การส่งออกสินค้าไทยในช่วงสุดท้ายของปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 12.5% แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าเป้าหมายการส่งออกน่าจะขยายตัวได้สูงถึง 20-25% หลังจากที่การส่งออกในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ขยายตัวได้สูงถึง 26.1% แล้ว

“โอกาสที่การส่งออกจะเกินเป้าหมาย และขยายตัว 20-25% เป็นไปได้สูง เพราะจากการประเมินแนวโน้มการส่งออกร่วมกับทูตพาณิชย์ ทุกประเทศก็บอกว่าการส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี ทั้งตลาดหลัก และตลาดใหม่ ส่วนเป้าหมายการส่งออกสินค้าไทยในปีหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือ แต่คาดว่าจะยังคงมีอัตราการขยายตัวสูงขึ้น” นายไชยา กล่าว

สำหรับนโยบายในการทำงาน ได้ขอให้ทูตพาณิชย์ไปศึกษาและสำรวจความต้องการของแต่ละตลาด ว่า มีความต้องการสินค้าอะไรบ้าง และสินค้าไทยรายการใดมีโอกาสที่จะเข้าสู่ตลาดนั้นๆ เพราะแต่ละตลาดมีความต้องการไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ผลไม้ ที่ต้องการให้มีการผลักดันเป็นพิเศษ เพราะไทยมีความได้เปรียบมากกว่าประเทศคู่แข่งอื่นๆ

นอกจากนี้ จะต้องช่วยภาคธุรกิจในการบุกเจาะตลาด โดยขอให้มีการช่วยในการจัดทำรายละเอียดการเข้าสู่ตลาด ทั้งการค้าและการลงทุน เช่น หากนักธุรกิจไทยต้องการจะเปิดตลาดสินค้า จะต้องติดต่อใคร มีกฎระเบียบอะไรบ้างที่ต้องปฏิบัติ หรือหากจะลงทุนเปิดร้านอาหาร ทำธุรกิจสปา จะต้องทำยังไง มีขั้นตอนปฏิบัติอะไร จุดนี้ทูตพาณิชย์ต้องตอบให้ได้

นายไชยา กล่าวอีกว่า ได้ฝากงานให้กับผู้แทนการค้ากิตติมศักดิ์ (HTA) ที่รัฐบาลไทยแต่งตั้งขึ้น โดยขอให้ช่วยชี้แจงว่า ความวุ่นวายทางการเมืองของไทยที่เกิดขึ้น รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาภายใต้วิถีทางประชาธิปไตย เชื่อว่า ความวุ่นวายจะจบลงเร็วๆ นี้ และจะไม่กระทบทางการค้าของไทยกับประเทศต่างๆ นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีนโยบายสนับสนุนการค้าเสรี และขยายการส่งออกสินค้าไทยไปยังทั่วโลก รวมถึงยังเปิดกว้างสำหรับการลงทุนจากทั่วโลก

นายมาร์ค พี.มุนต์ ผู้แทนการค้ากิตติมศักดิ์ไทยประจำประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า ความวุ่นวายทางการเมืองของไทยไม่กระทบต่อการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เลย การค้ายังคงดำเนินไปตามปกติ ส่วนนักท่องเที่ยว ยอมรับว่า วิตกกังวลบ้าง แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ยังคงมาเที่ยวไทยตามปกติ ส่วนเรื่องการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น จะทำให้ความวิตกกังวลหมดไป สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงขณะนี้ น่าจะฟื้นตัวได้ในเร็วๆ นี้ และส่งผลให้สินค้าบางอย่างของไทยส่งออกไปสหรัฐฯ ชะลอตัวลง โดยเฉพาะสินค้าระดับบน เช่น เสื้อผ้า ส่วนสินค้าไทยที่มีศักยภาพมาก คือ อาหาร

รายงานข่าวแจ้งว่า กรมส่งเสริมการส่งออกได้มีการประเมินเป้าหมายการส่งออกสินค้าไทยในปี 2552 แล้ว โดยในเบื้องต้น คาดว่า การส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดหลักและตลาดใหม่จะเพิ่มขึ้นทุกตลาด โดยตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐฯ มูลค่าส่งออก 21,770 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7% ญี่ปุ่น มูลค่า 21,648 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 8% ยุโรป (15) มูลค่า 22,282 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7% อาเซียน (5) มูลค่า 29,832 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 9.10%

ตลาดใหม่ เช่น ยุโรปตะวันออก มูลค่า 3,097.90 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 30% ตะวันออกกลาง มูลค่า 11,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 20% แอฟริกา มูลค่า 8,083.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 25% อินเดีย มูลค่า 4,662.73 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 25% และจีน มูลค่า 21,365 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 20%

ทั้งนี้ สำหรับเป้าหมายการส่งออกอย่างเป็นทางการ จะประกาศได้ หลังจากที่ได้มีการนำตัวเลขคาดการณ์จากทูตพาณิชย์ไปหารือร่วมกับผู้ส่งออกในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อประเมินผลร่วมกันอีกครั้ง

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.