Switch to: uk
23 May 2012 13:14PM

ไชยาลดเป้าส่งออกสหรัฐเหลือ3% ชี้วิกฤตศก.ไม่กระทบส่งออกปี"52ขยายตัว15-19%

08 Oct 08 ,  ประชาชาติธุรกิจ
  • 0
พาณิชย์ลดเป้าหมายส่งออกสหรัฐ ปี 2552 จาก 7% เหลือ 3-5% เตรียม หารือผู้ประกอบการก่อนประเมินตัวเลข ส่งออก อีกครั้ง ด้าน "ไชยา" มั่นใจวิกฤตสหรัฐไม่กระทบส่งออกไทยปี 2552 ยังขยายตัว 15% ชี้หากคองเกรสผ่านงบฯ 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ส่งออกอาจขยายตัว 18-19%

ตลาดสหรัฐถือเป็น 1 ในตลาดหลักที่สำคัญของไทย แต่วิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐคาดว่า จะทำให้กำลังซื้อลดลง กระทบกับการส่งออกของไทย ขณะที่นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยังคงยืนยันว่า การส่งออกปี 2551 จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 15-20% มูลค่า 1.71 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และในปี 2552 คาดว่าจะขยายตัว 15% มูลค่า 1.8-2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และหากสภา คองเกรสพิจารณผ่านแผนอัดฉีดสภาพคล่อง 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ อาจจะเห็นตัวเลข ส่งออกปี 2552 ขยายตัวได้ถึง 18-19%
 
ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์รายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั่วโลก 60 แห่ง ที่ประเมิน ผลกระทบจากวิกฤตการเงินสหรัฐพบว่า การส่งออกของไทยยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ประเด็นที่น่าวิตก คือ การปรับลดเป้าหมายการส่งออกไปตลาดสหรัฐ ในปี 2552 จาก 7% เหลือ 3-5% ว่าอาจจะกระทบภาพรวมการส่งออกหรือไม่ เพราะตลาดสหรัฐ มีสัดส่วนการส่งออก 11.2% ของมูลค่าการส่งออก

สคต.สหรัฐทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ นิวยอร์ก ไมอามี ชิคาโก และวอชิงตันระบุว่า สินค้าที่จะได้รับผลกระทบในระยะสั้นคือ สินค้าหมวดก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อัญมณี และเครื่องประดับ และของประดับเทศกาลคริสต์มาส เนื่องจากสถาบันการเงินในสหรัฐต่างระมัดระวังในการให้สินเชื่อ ทำให้เกิดภาวะตึงตัว ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของ ผู้บริโภค ลดการใช้สินค้าฟุ่มเฟือย และกึ่งฟุ่มเฟือย รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวกับการเฉลิมฉลองลง ซึ่งจะเริ่มเห็นชัดในช่วงไตรมาส 4/2551 แล้ว นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่วิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐจะส่งผลกระทบ ต่อเนื่องไปยังคู่ค้าของสหรัฐ ที่เป็นตลาด ส่งออกของไทย เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น จีน หรือเอเชียบางประเทศ

ส่วนผลกระทบในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน หลังจากมีการประเมินว่า เงินเหรียญสหรัฐ จะอ่อนค่าลง ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น น่าจะเป็นปัจจัยที่ทุกประเทศคู่ค้าของ สหรัฐได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันยังต้องประเมิน เพราะขณะนี้ระดับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีการผันผวนมาก ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลารวบรวมข้อมูลอีก 1-2 เดือน

นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรม ส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า กรมจะต้องหารือกับผู้ประกอบการในรายสินค้าเพื่อ ประเมินสถานการณ์ส่งออก โดยสินค้าที่ ไม่น่าห่วงจะเป็นสินค้าจำเป็น เช่น อาหาร เกษตร และเกษตรแปรรูป ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมยังน่าห่วงมากทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นบริษัททุนนอก ส่วนอัญมณีและเครื่องประดับยัง หวังว่าตลาดเอเชียจะสามารถซื้อชดเชยตลาดสหรัฐที่หายไปได้ ส่วนเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง และกลุ่มของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ อาจจะต้องพัฒนาดีไซน์

ในส่วนกรมมีแผนจัดกิจกรรมกระตุ้นการส่งออกในเพื่อรักษาตลาดหลักซึ่งมีสัดส่วน 35% (สหรัฐ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และอาเซียน) 169 กิจกรรม และตลาดใหม่ซึ่งมีสัดส่วน 65% โดยเฉพาะตลาดจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก และซีแอลเอ็มวี อีก 320 กิจกรรม

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.