Switch to: uk
11 February 2012 11:50AM

ทิศทาง-งานวิจัยโลจิสติกส์ไทย (1)

15 Jan 09 ,  ประชาชาติธุรกิจ
  • 0
เครือข่ายนักวิจัยไทยด้านการจัดการโซ่คุณค่าและโลจิสติกส์ (ThaiVCML) และสำนักประสานงานชุดโครงการวิจัยโลจิสติกส์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้ดำเนินงานด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทานมาตั้งแต่ปี 2545

วัตถุประสงค์หลัก คือ การสร้างให้เกิดงานวิจัยและองค์ความรู้ด้านการจัดการ โลจิสติกส์และโซ่อุปทานขึ้นในประเทศ โดยใช้กลไกประสานงานวิจัยในกลุ่มเครือข่ายนักวิชาการให้เชื่อมโยงกับโจทย์จริงจากภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม

ในการนี้ ทางสำนักประสานงานชุดโครงการวิจัยโลจิสติกส์ได้รวบรวมข้อมูลที่ผ่านมาทั้งหมดในประเทศ รวมถึงงานวิจัยด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทานในกลุ่ม เครือข่ายนักวิจัยไทยด้านการจัดการโซ่ คุณค่าและโลจิสติกส์ (ThaiVCML) และกลุ่มงานวิจัยที่สนับสนุนโดย สกว. ระดมสมองในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการระดมสมองเพื่อกำหนดทิศทางโลจิสติกส์ของไทย ซึ่งจัดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2551 ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมสรุปความเห็นว่า

1)ประเทศไทยใช้คำว่า "โลจิสติกส์" เป็นกุญแจ เพื่อนำสู่วัตถุประสงค์ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ" (national competitiveness)

2)"โลจิสติกส์" ต้องมี "บริบท" ให้อยู่ เพราะหลักการจัดการโลจิสติกส์ จะขึ้นตามบริบท และสิ่งแวดล้อมที่ เปลี่ยนไป

3)บริบทของโลจิสติกส์ในประเทศไทย มี 2 ระดับใหญ่ๆ คือ ระดับจุลภาค และระดับมหภาค

หากจะแบ่งระบบโลจิสติกส์ของไทยตามบริบทแบ่งได้ 2 ระดับ คือ

1)โลจิสติกส์ระดับจุลภาค (micro) คือ โลจิสติกส์ที่อยู่ในบริบทของอุตสาหกรรม มุ่งเน้นที่การบริหารการไหลในโซ่อุปทานใดๆ ในกลุ่มนี้โลจิสติกส์จะแยกตามบริบท ของอุตสาหกรรมรายสาขา (industrial sector) โดยศึกษาการไหลของ เซ็กเตอร์นั้นๆ

2)โลจิสติกส์ระดับมหภาค (macro) คือ โลจิสติกส์ที่อยู่ในบริบทของภาพประเทศ และคู่ค้าของประเทศ ในระดับนี้มุ่งเน้นที่การบริหารการไหลในระดับประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งเกี่ยวโยงถึงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และกฎระเบียบนโยบายต่างๆ

โดยการศึกษาระบบโลจิสติกส์ของ ทั้ง 2 ระดับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งตีความได้ 3 ข้อ คือ การลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพ และการสร้างมูลค่าเพิ่ม หมายความว่าในการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ทั้ง 2 ระดับสามารถส่งผลถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้จาก 3 ดัชนีนี้

นอกจากนี้ บริบททั้ง 2 ระดับของ โลจิสติกส์ในประเทศไทย มีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อทั้งบริบท และทั้งการบ่งชี้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แบ่งได้ 3 กลุ่ม

1)ปัจจัยขับเคลื่อน/ปัจจัยผลักดัน มี 2 ประการ คือ economic restructuring- dynamic business environment

2)ปัจจัยสนับสนุน คือ เทคโนโลยี โลจิสติกส์, กฎ, ระเบียบ, การเจรจาการค้าต่างๆ, ฐานข้อมูลที่จำเป็นของประเทศ

3)ปัจจัยที่ต้องพิจารณาว่า อะไรคือ product champion ของประเทศไทย รวมถึงงานวิจัย และงานด้านโลจิสติกส์ ที่ต้องดำเนินการเสร็จสิ้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลต่อยอดได้

ผลที่คาดว่าจะได้รับสามารถแสดงออกใน 2 รูปแบบ คือ 1)องค์ความรู้ หรือข้อมูลพื้นฐานของประเทศ ประกอบการตัดสินใจหรือพิจารณา 2)ผลเชิงประยุกต์ที่นำไปใช้ได้

จากกรอบทิศทางโลจิสติกส์ของประเทศไทยส่งผลให้ทิศทางงานวิจัยและโจทย์วิจัยสามารถมองได้ 2 บริบท คือ โลจิสติกส์ระดับจุลภาค จะพิจารณาเรื่องโลจิสติกส์อุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ระดับมหภาค จะพิจารณาโลจิสติกส์ระดับประเทศ โดยพิจารณาปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อบริบทนี้ 3 ปัจจัย คือ

ปัจจัยขับเคลื่อน และผลักดัน จะพิจารณาสถานการณ์ระดับภูมิภาค ระดับโลกที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ รวมถึงธุรกิจในประเทศเป็นอย่างไร และทิศทางการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศเป็นอย่างไร

ปัจจัยพิจารณา จะพิจารณาเรื่อง product champion ที่สร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสำหรับธุรกิจทั้งโซ่อุปทานประเทศไทยคืออะไร, งานวิจัยและงานด้านโลจิสติกส์ที่ได้ดำเนินการไปแล้วมีอะไรบ้าง และอะไรที่ควรต้องดำเนินการเพิ่มเติม และต่อเนื่อง

ปัจจัยสนับสนุน จะพิจารณาว่าระบบ โลจิสติกส์ทั้ง 2 ระดับข้างต้นต้องการปัจจัยสนับสนุนอะไรบ้าง ทั้งด้านเทคโนโลยี รวมถึงกฎระเบียบนโยบาย และฐานข้อมูลสนับสนุน

จากคำถามทั้งหมดในแต่ละปัจจัย สะท้อนโดยบริบทของโลจิสติกส์ทั้ง 2 ระดับ เมื่อวิเคราะห์รวมกับงานวิจัยที่ได้ดำเนินการผ่านมาแล้วนั้นพบว่า งานวิจัยด้านโลจิสติกส์แยกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ โลจิสติกส์ระดับมหภาค โลจิสติกส์ระดับอุตสาหกรรม และงานสนับสนุนระบบ โลจิสติกส์ของ 2 กลุ่มข้างต้น เมื่อพิจารณาในแต่ละกลุ่มประกอบกับผลจากการระดมสมองในงานสัมมนา

งานวิจัยโลจิสติกส์ระดับมหภาค โดย สกว. ที่ได้ทำไปแล้วในกลุ่มนี้ เป็นงานวิจัยเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลของประเทศ (fact findings) ประกอบการพิจารณาในบริบทของการแข่งขันระดับพื้นที่ประเทศและภูมิภาค ผลวิจัยที่ได้จะนำมาซึ่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ประกอบด้วย 6 โครงการ ได้แก่

(1)โครงการการเตรียมการโลจิสติกส์เพื่อตอบรับสถานการณ์ FTA จีน-อาเซียน โดยผลวิจัยมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ได้แก่ commodity flow ในประเทศ, commodity flow ข้ามแดน, commodity flow ของสินค้าไทยในจีน, ข้อมูลสะท้อนศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานของไทย และข้อเสนอแนะสำหรับสิ่งที่ควรดำเนินการ

(2)โครงการการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำเขตการค้าเสรีของภาคธุรกิจการให้บริการโลจิสติกส์ของไทย โดยผลวิจัยมีเนื้อหาเกี่ยวกับ fact ของการเปิดเสรีและข้อมูลของประเทศอื่นที่เปิดเสรีแล้ว และข้อเสนอแนะสำหรับการเตรียมการ

(3)โครงการการออกแบบการตัดสินใจเลือกระบบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบระหว่างไทย-เวียดนาม โดยผลวิจัย นำเสนอเกี่ยวกับข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการส่งของไปเวียดนาม, ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการส่งของไปเวียดนาม และข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานในเวียดนาม

(4) ระบบโลจิสติกส์ในจังหวัดนครปฐม โดยผลวิจัยนำเสนอเกี่ยวกับข้อมูล commodity flow ของนครปฐม, ข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานในนครปฐม และตำแหน่งที่ตั้ง truck terminal ที่เหมาะสม

(5) โครงการศึกษาศักยภาพของตลาดหัวอิฐต่อการเป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรในภาคใต้ โดยผลวิจัยมีเนื้อหาเกี่ยวกับข้อมูลของ commodity flow ของสินค้าในตลาด และข้อเสนอแนะสำหรับทิศทางการปรับปรุงตลาดในบริบทภูมิภาค

(6) โครงการการพัฒนาโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ตอนกลางเพื่อตอบสนองสะพานเศรษฐกิจและแผนพัฒนาตอนเหนือของมาเลเซีย โดยผลวิจัยมีเนื้อหาเกี่ยวกับ commodity flow กลุ่มจังหวัดภาคใต้, โครงสร้างพื้นฐานและระบบเศรษฐกิจภาคใต้ และ fact ของการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจภาคใต้

จะเห็นว่าผลวิจัยในบริบทระดับนี้นั้นได้มาซึ่งข้อมูลประกอบการพิจารณา ณ สถานการณ์ปัจจุบัน แต่ถ้าหากพิจารณาประเด็นคำถามแต่ละปัจจัยและผลการระดมสมองแล้วจะพบว่า สิ่งที่ขาดและยังต้องดำเนินการ คือ ทิศทางของสถานการณ์ในอนาคตตั้งแต่ระดับโลก ระดับภูมิภาคที่จะส่งผลต่อประเทศในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน

ทั้งนี้ ทิศทางงานวิจัยที่ต้องดำเนินการ ปี 2552 ในโลจิสติกส์ระดับมหภาค จะมีการพิจารณาเกี่ยวกับงานวิจัยด้านโลจิสติกส์ในบริบทระดับภูมิภาคที่ทำให้เห็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และงานวิจัยที่ระบุถึง product champion ของประเทศในบริบทการแข่งขันระหว่างประเทศ

Leave a comment :