นางพจมาน ภาษวัธน์ ประธานคณะทำงานโครงการโลจิสติกส์คลินิก เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการขนาดย่อมและขนาดกลาง (SMEs) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภายใต้วิกฤตเศรษฐกิจ การจะบริหารธุรกิจให้ อยู่รอดจะต้องพิจารณาเรื่องความมี ประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชน จะพิจารณาด้วยกัน 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.ต้นทุน 2.คุณภาพ และ 3.ความรวดเร็ว เพราะจะต้องนำผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ลูกค้าต้องการไปส่งมอบให้ลูกค้าได้ถูกที่ ถูกเวลา ในสภาพที่พร้อมใช้ แต่ระหว่างดำเนินการอาจจะมีเหตุหรือปัจจัย ที่ควบคุมไม่ได้มากมาย ดังนั้นในการปฏิบัติงานจึงต้องมีความยืดหยุ่นเป็นอย่างมาก
"ยกตัวอย่างในการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ใช้เวลาเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ เพียง 6-7 วินาที เพราะฉะนั้นความยืดหยุ่นเป็นสิ่งที่สำคัญมากในฝ่ายโรงงาน"
รวมถึงผู้ประกอบการต้องพิจารณาผลได้และผลเสีย (trade-off) หรือเลือกใช้บริการที่เหมาะสม โดยพิจารณาระหว่างค่าใช้จ่ายส่วนที่เพิ่มขึ้นกับผลประโยชน์ที่ได้รับ เพราะไม่มีอะไรที่ได้มาฟรี หรือราคาถูก บางครั้งของราคาถูก คุณภาพอาจไม่ดี หรือบางครั้งผู้ให้บริการที่มีระดับการให้บริการชั้นเยี่ยม แต่ต้นทุนการกระจายสินค้าสูง เป็นต้น
นอกจากนี้ต้องพิจารณาเรื่องกระแสเงินสด เพราะความคล่องตัวทางด้านการบริหารเงินสดของผู้ประกอบการเอง ตอนนี้ถือว่ามีความสำคัญมากกว่าการทำกำไร ดังนั้นผู้ประกอบการควรพิจารณาเรื่องทรัพย์สิน หรือสินค้าคงคลังที่มีอยู่ว่ามีมากเกินไปหรือไม่ โดยตัวใดที่คิดว่าจะไม่ได้ใช้ ควรจะตัดสินใจเปลี่ยนเป็นเงินสด เพื่อนำมาหมุนเวียนให้สภาพคล่องดีขึ้น เพราะการเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้จะทำให้เงินยิ่งจม
แต่อย่างไรก็ตามในวิกฤตยังมีโอกาสสำหรับบริษัทที่ไม่มีปัญหา หรือได้รับผลกระทบไม่มากนัก ควรพิจารณาเรื่องการลงทุนต่างๆ เช่น ในเรื่องของอุปกรณ์เครื่องทุ่นแรงที่จะนำไปใช้ในคลังสินค้า สามารถเลือกซื้อสินค้าดีราคาถูกได้ในตลาด
สำหรับแนวทางการรับมือภาวะ เศรษฐกิจถดถอยนั้น ก่อนหน้านี้ได้เคยฟังการบรรยายของบริษัทที่ปรึกษาชื่อ Grant Thornton ซึ่งกล่าวแนะนำไว้ 10 ข้ออย่างน่าสนใจ ได้แก่ 1) บริหารเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ 2) ควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง 3) ประเมินศักยภาพและความเสี่ยงของลูกค้าและซัพพลายเออร์ 4) ทบทวนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร 5) สื่อสารกับเจ้าหนี้ 6) มองหาสินทรัพย์ที่มีราคาไม่แพง 7) วางแผนการจัดการทรัพยากรบุคคล 8) การวางแผนทางด้านภาษี 9) รักษาสถานะทางด้านการเงิน การกู้ยืมต่างๆ และ 10) หากสถานการณ์ยังบานปลายควรขอรับคำปรึกษาจากบริษัทที่ปรึกษาภายนอก
นางพจมานกล่าวถึงแผนการดำเนินงานโครงการโลจิสติกส์คลินิกในปี 2552 ว่า ในปีนี้ภาครัฐไม่มีงบประมาณเข้ามาสนับสนุนโครงการ แต่ในปีงบประมาณ 2553 คาดว่าจะมีงบประมาณเข้ามาสนับสนุนโครงการค่อนข้างแน่นอน ซึ่งจะได้รับการพิจารณาช่วงเดือนตุลาคม 2552 ทั้งนี้รูปแบบการ ดำเนินโครงการโลจิสติกส์คลินิกจะดำเนินการใน 2 ลักษณะ โดยส่วนแรกจะยังคงเป็นลักษณะเดียวกับที่ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2550 และ 2551 คือจะเข้าไปให้คำปรึกษาเป็นรายบริษัท โดยจะใช้เงินสนับสนุนจากภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือจ่ายค่าที่ปรึกษาให้ครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งทางบริษัทเอกชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการจะต้องจ่ายสมทบเข้ามา
ส่วนที่ 2 จะดำเนินการจัดตั้งศูนย์ให้บริการรับคำปรึกษาด้านโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนทางโทรศัพท์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาให้บริการแบบเต็มเวลา ซึ่งผู้ประกอบการที่มีปัญหาสามารถโทรศัพท์เข้ามาสอบถาม และนำไปพัฒนาปรับปรุงในกิจการของตัวเองให้ดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาได้พยายามหาแนวทางการกระจายข้อมูลความรู้ต่างๆ ที่มีออกไป โดยส่วนหนึ่งเป็นการดึงคำถาม ที่ถูกถามบ่อยๆ ขึ้นมาตอบในเว็บไซต์ของ ส.อ.ท.แต่ผลตอบรับอาจยังน้อย

"พจมาน" โลจิสติกส์คลินิกแนะบัญญัติ 10 ประการ หนทางอยู่รอดภายใต้วิกฤตเศรษฐกิจ เน้นเรื่องความมีประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ความยืดหยุ่น ความคล่องตัวการบริหารเงิน สินค้าคงคลัง ชี้ในวิกฤตยังมีโอกาส ให้ฉวยจังหวะลงทุนซื้อของดี ราคาถูกเพียบในตลาด















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.