นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงการทำงานของคณะกรรมการ ส.อ.ท.ชุดใหม่ ว่า จะให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมเกษตรมากขึ้น ซึ่งจะส่งเสริมภาคการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะเชื่อมโยงระหว่างภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และเชื่อมโยงซัพพลายเชน ซึ่ง ส.อ.ท.เห็นว่าไทยควรพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรมากขึ้น เพราะมีวัตถุดิบในประเทศ และสามารถเชื่อมโยงได้ทั้งอุตสาหกรรมอาหารและพลังงาน รวมทั้งผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีที่ต้องการความช่วยเหลือ
ทั้งนี้ ส.อ.ท. จะตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ 40 เนื่องจากไทยมีผู้ผลิตน้ำมันปาล์มจำนวนมากและกำลังจะถูกกระทบจากการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน ส่งผลให้ไทยเสียเปรียบผู้ผลิตจากมาเลเซีย จึงจำเป็นต้องพัฒนาให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้ เพราะปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่สามารถนำมาใช้ได้ทุกส่วนไม่มีของเสียเหลือทิ้ง รวมทั้งปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่เป็นทั้งอุตสาหกรรมอาหารและพลังงานทดแทน ซึ่งการวางแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันที่ผ่านมาถูกนำไปรวมกับอุตสาหกรรมอาหาร ทำให้ไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร
นอกจากนี้ ส.อ.ท. จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง โดยตั้งคณะกรรมการดูแลเฉพาะ เนื่องจากขณะนี้การเชื่อมโยงการผลิตตลอดซัพพลายเชนยังไม่เกิดขึ้น จึงควรพัฒนาให้เชื่อมโยงในซัพพลายเชนเหมือนอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย และอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งการพัฒนาจะต้องเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วย
"หลังจากรับตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. แล้ว จะเร่งทำแผนปฏิบัติการให้สอดรับภารกิจเพื่อเสนอคณะกรรมการ ส.อ.ท. โดยแต่งตั้งผู้รับผิดชอบแต่ละสายงานดูแล โดยการทำงานจะเชื่อมโยงผู้ประกอบการทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ตลอดจนติดตามและผลักดันนโยบายภาครัฐ เช่น ตั้งเขตอุตสาหกรรมชายแดน พัฒนาพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างต้นน้ำและปลายน้ำ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น"
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.