Switch to: uk
23 May 2012 13:45PM

ระวัง! เปิดเสรีอาเซียน ‘ลอจิสติกส์ไทย’ เสร็จต่างชาติ

18 Jan 12 ,  siamturakij.com
  • 0

ธุรกิจ “ลอจิสติกส์” เป็นสาขาเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ เปรียบเสมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ภายในประเทศ ว่ากันว่า มีอุปสงค์รวมต่อประเทศมูลค่า สูงถึง 8% ของจีดีพี หรือคิดเป็นมูลค่า 8 แสนล้านบาท

แม้ว่าภาคการขนส่งและลอจิสติกส์ จะมีส่วนผลักดันเศรษฐกิจประเทศเป็นอย่างมาก แต่ต้องยอมรับว่า ระบบลอจิสติกส์ ไทยยังมีสัดส่วนที่สูงกว่า 17% ซึ่งถือว่ายัง สูงกว่าหลายๆ ประเทศในภูมิภาคอาเซียนจึงเป็นเหตุผลให้ระบบลอจิสติกส์ไทยต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจ เพื่อลดต้นทุนให้สามารถสู้กับต่างชาติได้ เมื่อมีการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน (AEC) ในปี 2558

“ธิบดี หาญประเสริฐ” ประธานคณะทำงานโครงการเพื่อลดการใช้พลังงานในภาคขนส่ง และกรรมการบริหารสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม บอกกับ “สยามธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันการใช้พลังงานในภาคการขนส่งมีสัดส่วนสูงถึง 35.8% หรือ 23,735 Ktoe จากการใช้พลังงานทั้งประเทศ 66,339 Ktoe โดยเป็นการใช้พลังงานในการขนส่งทางบกสูงถึง 80.7% ซึ่งต้นทุนด้านพลังงานที่สูง ขึ้นถือเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อ ศักยภาพทางการแข่งขันของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนส่งที่มีต้นทุนส่วนใหญ่มาจากต้นทุนด้านพลังงาน

“กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้เล็งเห็นถึงความ สำคัญดังกล่าว จึงสนับสนุนให้สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดำเนินโครงการส่งเสริมระบบบริหารจัดการ ขนส่งเพื่อการประหยัดพลังงานและโครงการส่งเสริม การขับขี่ยานพาหนะเพื่อ การประหยัดพลังงาน เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนส่งร่วมกันลดใช้พลังงาน ซึ่งจะเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไทย และภาคการขนส่งลอจิสติกส์ไทยให้สามารถสู้กับต่างชาติได้เมื่อมีการเปิดเสรี อาเซียน ในปี 2558”

“ดร.คำนาย อภิปรัชญาสกุล” ผู้เชี่ยวชาญด้านลอจิสติกส์ บอกกับ “สยามธุรกิจ” ว่า การที่จะลดต้นทุนด้านลอจิสติกส์ รัฐบาลต้องพัฒนาและขยายขีดความสามารถของโครงข่ายการขนส่งทางราง ทางน้ำ และทางท่อ รวมทั้งพัฒนา โครงข่ายระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลให้มีความสมบูรณ์ ทั้งนี้ ต้องมีระบบการขนส่งสนับสนุน (Feeder) และศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าตามจุดยุทธศาสตร์ฐานการผลิตของประเทศ เพื่อรองรับระบบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal)

“ผู้ประกอบการต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานเพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบุคลากรโดยการสร้างทีมงาน และมีวิธีการขับขี่ที่ความเร็ว ที่ประมาณ 60-70 กม./ชม. และต้องตรวจ เช็กรถยนต์ก่อนเดินทาง นอกจากนี้ ต้องพัฒนากระบวนการและเทคโนโลยีการขนส่งให้ทันสมัย”

สำหรับแนวทางปฏิบัติเพื่อการลดต้นทุนลอจิสติกส์ของภาคเอกชน ประกอบ ด้วย 1.การใช้กลไกการจัดการลอจิสติกส์และซัพพลายเชนที่เข้มแข็งของภาคอุตสาหกรรม 2.การพัฒนาเครือข่ายลอจิสติกส์ในประเทศให้เชื่อมโยงอย่างบูรณาการ 3.การรวมกลุ่มธุรกิจของภาคอุตสาหกรรม (Clustering) 4.การกำหนดนโยบายและแผนการปรับรูปแบบการขนส่งเป็นการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) 5.การประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 6.การบริหารจัดการ การขนส่งเที่ยวเปล่า (Backhauling)

ส่วนแนวทางปฏิบัติเพื่อพัฒนาระบบ ลอจิสติกส์ของภาครัฐ ประกอบด้วย 1.การ ส่งเสริมการใช้เครื่องมือการจัดการลอจิสติกส์ในภาคอุตสาหกรรมและการวางแนว ทางการพัฒนาซัพพลายเชนให้รองรับการเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอินโดจีน 2.การพัฒนาความเชื่อมโยงของระบบโครง สร้างพื้นฐาน 3.การแก้ไขและปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อบังคับให้มีประสิทธิภาพ 4.การส่งเสริมประสิทธิภาพด้านลอจิสติกส์ การค้าให้แข่งขันได้ในตลาดการค้าโลก 5.การส่งเสริมแนวทางการใช้พลังงานทดแทน และ 6.การพัฒนาทรัพยากรบุคคล ด้านลอจิสติกส์

ขณะที่ “ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล” ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านลอจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี บอกว่า ทางภาครัฐต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟทางคู่ ให้เร็วกว่าปัจจุบัน เพื่อลดต้นทุนการ ขนส่งทางถนนที่มีมากถึง 80% ทั้งนี้ หาก ในอนาคตมีการเปิดเสรีทางการค้าเต็ม รูปแบบ และค่าขนส่งยังคงมีราคาที่สูงกว่า ประเทศอื่น ต่อไปประเทศไทยจะทำอะไรก็ลำบาก

“ระบบการคมนาคมทางถนนก็ยังมีความ สำคัญ ต้องมีถนนเพื่อรถบรรทุกโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น ถนนวงแหวนอุตสาหกรรมที่เพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปสร้างขึ้นมาเพื่อให้รถบรรทุกไม่ต้องไปใช้ร่วมกับรถยนต์ส่วนตัวที่สะพานพระราม 9 และสะพานอื่นๆ แต่เมื่อเปิดให้บริการรถยนต์ส่วนตัวก็ตามมาด้วยทำให้ติด เช่นเดิม”

อย่างไรก็ดี หลายๆ ประเทศในภูมิภาค นี้ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์มาเลเซียและเวียดนาม ล้วนแล้วแต่ให้ความสำคัญกับเรื่องลอจิสติกส์ โดยประเทศเหล่านี้เข้าใจเป็นอย่างดี ว่า ในโลกของการแข่งขันทางเศรษฐกิจและการค้าที่รุนแรงอีกทั้งยังมีพลวัตสูงอย่างปัจจุบัน โดยระบบลอจิสติกส์เป็นกลไกสำคัญที่จะสร้างความได้เปรียบให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของตนสามารถทำให้สินค้าและบริการต่างๆ ทั้งภายในและระหว่างประเทศมีการดำเนินการทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพด้านต้นทุนและบริการได้ดีขึ้น

“คงถึงเวลาแล้ว ที่รัฐบาลและหน่วย งานที่เกี่ยวข้อง จะต้องหันมาดูแลนโยบาย และยุทธศาสตร์ในเรื่องลอจิสติกส์นี้เสียใหม่ ยังมุ่งเน้นไปสู่เป้าหมายเดิมๆ ที่ยังเป็น เรื่องเดิมๆ อย่างที่ผ่านมา อีก 5-6 ปี รับรองได้ว่าตลาดลอจิสติกส์ไทยที่มีมูลค่ากว่า 8 แสนล้าน คงตกเป็นของประเทศเพื่อนบ้านอย่างแน่นอน”

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.