Switch to: uk
23 May 2012 14:00PM

เปิดมุมมองภาคธุรกิจไทย ต้องการบุคลากรโลจิสติกส์ด้านไหน

24 Apr 08 ,  Prachachat
  • 0
จากกระแส "การจัดการโลจิสติกส์" ที่บูมทั่วโลกในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และประเทศไทยสถาบันการศึกษานับสิบแห่งได้เปิดการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หลักสูตร MBA ตลอดจนการเปิดอบรมการจัดการโลจิสติกส์อีกจำนวนมาก

ในส่วนของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยซึ่งเปิดสอนปริญญาตรี สาขาวิศวกรรม โลจิสติกส์ และปริญญาโท การบริหาร ธุรกิจมหาบัณฑิตสาขาการจัดการ โลจิสติกส์ มาหลายปี ล่าสุดในปีการศึกษา 2551 ได้เปิดสอนถึงระดับปริญญาเอกในหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา โลจิสติกส์ และเมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้จัดเสวนาเรื่อง "การพัฒนาบุคลากรทางด้านโลจิสติกส์"ขึ้นดังนี้

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล และบริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด กล่าวว่า ก่อนที่จะพูดถึงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาบุคลากรทางด้านโลจิสติกส์ ขอกล่าวถึงยุทธศาสตร์ในการยกระดับคุณภาพการผลิตของภาคธุรกิจก่อนว่า ปัจจุบันในส่วนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทยอยู่ในอันดับ 2-3 ของโลก ผลผลิตที่ผลิตได้ส่งออกสูงถึง 70-80% คู่แข่งขันก็มีประเทศออสเตรเลีย บราซิล และกลุ่มประชาคมยุโรป (อียู) ดังนั้น มาตรฐานการผลิตและคุณภาพต้องแข่งขันกับบราซิลและอียูได้

ในส่วนของกลุ่มน้ำตาลมิตรผล ได้ยกระดับเพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตในประเทศเหล่านี้ โดยพิจารณาจาก

1.ด้านต้นทุน โดยเฉพาะปริมาณอ้อยที่ผลิตได้ในแต่ละปีไม่แน่นอน บางปีเดินเครื่องหีบอ้อยได้ 3 เดือน บางปีเดินเครื่องหีบอ้อยได้ 5 เดือน ต้นทุนในแต่ละปีจึงแตกต่างกันมาก ทางกลุ่มจึงพยายามแก้ปัญหาในจุดนี้เพื่อควบคุมต้นทุนให้แน่นอนและสู้กับคู่แข่งได้ เนื่องจากต้นทุน 68% มาจากอ้อย โดยจะมีฝ่ายวิจัยและพัฒนาที่ดำเนินการมาร่วม 10 ปี ส่งเสริมการใช้น้ำด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อที่จะเพิ่มผลผลิตต่อไร่แก่ชาวไร่อ้อย การแก้ปัญหาโรคระบาด ซึ่งบริษัทส่งเสริมมาก

2.ต้นทุนการสูญเสีย ต้องพิจารณากระบวนการตั้งแต่ตัดอ้อยส่งเข้าโรงงานมีการสูญเสียในจุดไหนบ้าง ต้องมีตัวชี้วัด จุดไหนต้องสูญเสียไม่เกินเท่าใด หีบอ้อยแล้วควรได้เท่าใด หีบเป็นน้ำอ้อยแล้วต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อไม่ให้บูดเน่าจากแบคทีเรีย และการใช้พลังงานในแต่ละขั้นตอน ต้องดำเนินการอย่างไรให้เหมาะสม ซึ่งทางกลุ่มกล้าพูดได้ว่า มีต้นทุนพลังงานต่ำทึ่สุดในโลก

สำหรับยุทธศาสตร์ในการพัฒนาบุคลากรทางด้านโลจิสติกส์ของไทย ที่ต้องการสูงถึง 171,000 คนต่อปี ต้องมีลักษณะอย่างไรหรือต้องเป็นอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น เดิมทีไม่มีคำว่า "โลจิสติกส์" มีแต่หน่วยขนส่งและคลังสินค้า ขับรถได้เป็นกรรมกรได้ ซึ่งไทยมีผู้ที่จบต่ำกว่าปริญญาตรีทางด้านโลจิสติกส์แค่ 10% เทียบกับสหรัฐอเมริกาที่มี 50% ซึ่งทางกลุ่มมิตรผลก็พยายามหาบุคลากรประเภทจะบรรจุหีบห่ออย่างไรให้ประหยัดที่สุด พยายามไม่เก็บสินค้าในคลัง ส่งไปให้ลูกค้าเลย

ความต้องการของคนหรือลูกค้าเปลี่ยนไป ต้องหาคนมาวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต การลดขั้นตอนการผลิต ต้องหาฝ่ายปฏิบัติการอีกกลุ่มมาทำ หรืออาจต้องจ้างคนภายนอกที่ชำนาญมาทำเอาต์ซอร์ซ โดยสรุปผู้ที่จะมาบริหารจัดการ ต้องดูตัวเลขวิเคราะห์เป็น แล้วไปจัดการให้เป็น

SCG ชี้หลักสูตรต้องตอบสนองลูกค้า

นายภาณุมาศ ศรีสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ในเครือซิเมนต์ไทย (SCG) กล่าวถึงลักษณะบุคลากรทางด้านโลจิสติกส์ที่ธุรกิจเอกชนต้องการว่า ต้องการผู้ที่จบ ออกมา เมื่อเวลาออกแบบ "โลจิสติกส์โมเดล" ต้องไม่ใจจืดใจดำ ต้องเป็นไก่ไม่ใช่เป็ด คือ ดีไซน์แบบออกมาแล้ว ต้องปฏิบัติได้จริง มีความเข้าใจไอทีว่าจะนำมาช่วยธุรกิจได้อย่างไรบ้าง อาทิ ลดการทำบัญชีจาก 6-7 วันมาเหลือ 3-4 วัน สามารถเก็บเงินลูกค้าได้ ต้องเข้าใจคนขับรถบรรทุก สอนเขาบ้าง เพราะเขาต้องพบกับลูกค้าเกือบทุกวัน ถ้าสอนเขาเป็นแล้วจะได้ข้อมูลจากเขามาก

หากจะถามว่า วิชาอะไรบ้างที่ควรจะบรรจุในหลักสูตร ก็ต้องเป็นหลักสูตรในการส่งสินค้าให้ลูกค้าตรงเวลา ปลอดภัยไม่แตกชำรุด สินค้าที่ส่งมอบครบถ้วน และส่งถึงสถานที่ที่ลูกค้าต้องการ

อีกเรื่องหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ต้องเกิดขึ้นแน่นอน ได้แก่ เรื่องสิ่งแวดล้อม สินค้าที่จะผลิต ขนส่ง หรือสถานที่เก็บ ต้องมีวิชาที่สอนบุคลากรทางด้านนี้ด้วย อีกเรื่องคือ อย่าเน้นวิชาการมากเกินไป ควรปรับ ลดลงบ้าง

พนักงานในเครือซิเมนต์ไทยยุคแรกๆ ตำแหน่งวิศวกรถือว่าอยู่ในระดับแถวหน้าสุด ยุคต่อมาจะเป็นฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง ยุคที่สามเป็นไฟแนนซิ่ง ยุคต่อไปในขณะนี้จะเป็นยุคของวิศวกรโลจิสติกส์ ซึ่งจะเป็น ยุคของการทำต้นทุนต่ำทึ่สุด คุณภาพ เหมาะสม ส่งมอบตรงเวลา ปัจจุบันผู้ที่จบมาทางด้านโลจิสติกส์ เครือซิเมนต์ไทยจะจ่ายเงินเดือนเทียบเท่ากับวิศวกร

นอกจากนี้ทางบริษัทยังมีทุนส่งบุคลากรไปเรียนทางด้านโลจิสติกส์ขั้นสูงที่เอ็มไอที สหรัฐอเมริกาแล้ว

เลขาฯสภาหอฯแนะเน้นวิชาวิศวกรรม

ทางด้าน นายวิโรจน์ จีระติกาญโชติ กรรมการสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงลักษณะความต้องการบุคลากรด้าน โลจิสติกส์ว่า บุคลากรที่ผลิตออกมาต้องสามารถวิเคราะห์ภาพใหญ่ คือระดับประเทศได้ ภาพกลางคือ ระดับ อุตสาหกรรมนั้นๆ ที่ต้องสร้างโมเดลและ วิเคราะห์โมเดลได้ และในระดับภาพเล็ก ภาคปฏิบัติการต้องดีไซน์หรือออกแบบด้านวิศวกรรมและระบบได้ด้วย ไม่ใช่การบริหารจัดการเพียงอย่างเดียว เป็นองค์รวมส่วนหนึ่งของบุคลากรที่จบไปต้องมี

หากจะถามว่าควรเน้นวิชาอะไรนั้น อยากให้เน้นเรื่องวิศวกรรม เพราะบางคนไม่ได้จบมาทางด้านวิศวกรรมเพื่อลดต้นทุน อย่างนักธุรกิจจะขนหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่จากจีนมาที่ท่าเรือเชียงแสน แต่ท่าเรือเชียงแสนไม่มีปัญญาจะเอาสินค้าขึ้นจากเรือ เนื่องจากไม่มีเครนยกสินค้า เป็นต้น

เหล่านี้น่าจะมีในหลักสูตร มีภาค ปฏิบัติที่หลากหลาย เพราะรถขนส่งก็มีหลายแบบ ไอทีก็มีหลายระบบ จะเชื่อมกันอย่างไรเพื่อให้กระบวนการทำงานไหลได้ ต่อเนื่อง

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.