Switch to: uk
11 February 2012 12:17PM

ขุดคอคอดกระรับแผนพัฒนาโลจิสติกส์

29 Nov 06 ,  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
  • 0
นักศึกษา 4 เหล่าทัพผนึกเอกชนฟื้นไอเดีย ขุดคอคอดกระรับแผนพัฒนาโลจิสติกส์
นักศึกษา 4 เหล่าทัพผนึกเอกชน ร่วมถกในเวทีประชุมเชิงวิชาการ"คลองไทยกับโอกาสทางเศรษฐกิจ" ที่ประชุมประสานเสียงจี้รัฐฟื้นแผนขุดคอคอดกระ ชี้เชฟต้นทุนยุคน้ำมันพุ่ง ทั้งเพิ่มขีดความสามารถคลองไทย รองรับการพัฒนาโลจิกติกส์และอนิสงค์ทางการท่องเที่ยวของไทย

นาวาเอก ศูนย์ปืน โสมภีร์ นักศึกษาวิทยาลัยการทัพเรือ รุ่นที่ 38 ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการจัดงานประชุมทางวิชาการ เรื่อง คลองไทย กับโอกาสทางเศรษฐกิจแห่งชาติ เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงอันเป็นพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัดมีราคาสูงขึ้น โดยไม่มีท่าที่จะลดลง ส่งผลให้ทั่วโลกประสบปัญหาค่าใช้จ่ายต้นทุนในการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งต้นทุนการขนส่งเป็นอีกต้นทุนหนึ่งที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของโลก ทำให้ล่าสุดทางวิทยาลัยการทัพเรือ ได้ร่วมกับวิทยาลัยการทัพบก วิทยาลัยการทัพอากาศแลวิทยาลัยเสนาธิการทหาร จัดประชุมทางวิชาการวิทยาลัยการทัพสัมพันธ์ ประจำปี 2549 เรื่องคลองไทยกับโอกาสทางเศรษฐกิจแห่งชาติขึ้น เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา และดึงภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมประชุมเชิงวิชาการ เพื่อหวังว่าไทยจะเห็นประโยชน์ของการพัฒนาโครงการคลองไทยและโอกาสเศรษฐกิจทางทะเลของไทยภายหลังการขุดคอคอดกระเพื่อลัดช่องแคบมะละกา

ซึ่งที่ประชุมต่างมีมุมมองว่าเป็นโครงการหนึ่งที่ช่วยสร้างโอกาสทางการแข่งขันธุรกิจด้านการค้าขายและการขนส่งทางทะเลระดับโลกของไทยได้ และเพื่อให้เป็นเส้นทางเดินเรือที่สามารถลดต้นทุนและเป็นการพัฒนาการขนส่งทางน้ำ ทำให้การพัฒนาโลจิกติสก์ของไทยทำได้อย่างครบวงจรทั้งบก น้ำ และอากาศ
นายแพทย์ปราเสริฐ ประสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด กล่าวในงานประชุมเชิงวิชาการในหัวข้อดังกล่าวว่า การขุดคลองไทยถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะได้ร่นระยะทางและประหยัดต้นทุนขนส่งสินค้าโดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ราคาน้ำมันแพง ปัจจุบันไทยขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบมะละกาต้องใช้เวลาหลายวัน แต่ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องศึกษา อย่างละเอียดและรอบคอบเพื่อมิให้เกิดผลกระทบ นอกจากนี้ ยังเห็นว่าควรจะมีการใช้สนามบินอู่ตะเภาให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพื่อขนส่งสินค้า เพราะมีความใกล้กับท่าเรือแหลมฉบัง จะทำให้ระบบขนส่งครบวงจรและจะทำให้เพิ่มโอกาสการส่งสินค้าของไทยได้อีกมาก ด้านนายคำนวณ ชโลปถัมภ์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคลองคอดกระ

วุฒิสภา กล่าวว่า การขุดคลองเพื่อเชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทยเป็นเรื่องที่พูดกันมานานหลายสิบปี หากรัฐต้องการให้ดำเนินการก็ต้องจัดสรรเงินประมาณ
2,000 ล้านบาท เพื่อให้ศึกษาวิจัยอย่างละเอียดและให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และจะต้องมีการกำหนดเขตเศรษฐกิจไว้รองรับด้วย

นางจันทนา สุขุมานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวงไทย จำกัด(มหาชน) ให้ความเห็นว่า ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด การพิจารณาขุดคลองไทยจะต้องมาพิจารณาถึงโอกาสความเป็นไปได้ในการขุดคลองไทย รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงที่จะตามมาหลังจากการขุดไปแล้วด้วย เมื่อพูดถึงโอกาสหลังการขุดคลองไทยก็จะทำให้การพัฒนาเป็นฮับหรือศูนย์กลางการกระจายสินค้า การขนส่งในภูมิภาคได้ง่ายขึ้น ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวจะต้องมี ท่าเรือ คลังสินค้า สาธารณูโภค ที่เอื้อประโยชน์ทางการท่องเที่ยวด้วย

จากเดิมการเดินเรือท่องเที่ยวสำคัญๆใช้การเดินเรืออ้อมอ่าวไทย
ส่วนทางด้านการประมงก็จะดีขึ้น การเสริมความมั่นคงชายฝั่งทะเล ก็จะมีการลดต้นทุนการนำเข้าและการส่งออก มีการเพิ่มการจ้างงาน ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ และอาจช่วยลดปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ เพราะทางด้านใต้มีความเจริญแล้วทุกคนก็จะมีงานทำก็จะลดปัญหาการขัดแย้งได้สำหรับความเสี่ยงของลงทุนขุดคลองไทย ก็จะใช้เงินลงทุนสูง และน่าเป็นห่วงว่าเมื่อขุดไปแล้วจะมีเรือเข้ามาใช้บริการมากน้อยเท่าไร เพราะท่าเรือต่างๆ มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และโครงการนี้ก็เป็นโครงการที่ถูกหยิบยกเป็นนโยบายแห่งชาติ ระบบเวลางานก่อสร้างก็อาจจะใช้เวลานาน

ทั้งนี้ ยังจำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อมูลทางเศรษฐกิจ อาทิ ปริมาณการค้าทางทะเล ปริมาณการขนส่งสินค้าว่ามีความเหมาะสมแก่การลงทุน
ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ดวงพัสตรา สำนักเจรจาการค้าบริการ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวถึงความสำคัญของพาณิชยนาวีกับระบบโลจิสติกส์ ว่า ธุรกิจพาณิชย์นาวีคือการทำธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่งทางทะเล การเดินเรือ อู่ต่อเรือ ธุรกิจสนับสนุนโลจิสติกส์ที่เกี่ยวเนื่องคลังสินค้า และระบบไอที ปัจจุบันผู้ประกอบการโลจิสติกส์ผู้ให้บริการการขนถ่ายสินค้าและผู้โดยสาร การพัฒนาของการค้าทางทะเลโลก ปัจจุบันแบ่งออก 3 ประเภท คือ 1.สินค้าแท็งค์เกอร์(Tanker cargo) การขนส่งสินค้าแก๊ส น้ำมัน 2.สินค้าประเภทเทกอง(Dry Cargo)ได้แก่สินค้าแห้ง อิเล็กทรอนิกส์ และสุดท้ายสินค้าเมนเบาร์ก (Main Bulk)สินค้าจำพวกข้าว ข้าวโพด ธัญพืช"ไทยน่าจะขุดคลองไทยจะได้ให้บริการเรือขนส่งสินค้าได้ทั่วโลกลดค่าใช้จ่าย แต่จะต้องมีจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าไว้รองรับบริการเรือที่มาจอด เช่นเดียวกับการเปิดเสรีทางการบิน ที่ไม่เพียงแต่การให้บริการจุดลงจอดเท่านั้นแต่จะต้องพยายามให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในไทยด้วย รวมถึงมีการทำท่าเรือ ธุรกิจการผลิต ธุรกิจเรือท่องเที่ยว และจะต้องมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ อุตสาหกรรมขนถ่ายสินค้าเพื่อจะรองรับการเป็นฮับ ในการประชุมมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่หลากหลาย อาทิ การลงทุนขุดคลองไทยต้องใช้เงินมหาศาล ดังนั้น การเมืองจะต้องเข้มแข็ง ด้านเศรษฐกิจก็ต้องศึกษาอย่างละเอียดว่าคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่ ด้านสังคมก็ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนว่าจะเป็นการแบ่งแยกดินแดนหรือไม่ รวมถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม"

ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ กล่าวที่สุด
สำหรับโครงการขุดคลองไทยนั้น เป็นคลองขนาด 500 เมตรลึก 30 เมตรเรือบรรทุกสินค้าขนาด 250,000-300,000 ตัน ตัดผ่าน จ.กระบี่ จ.ตรัง อยู่ทางฝั่งทะเลอันดามันมาเชื่อมกับทะเลฝั่งอ่าวไทยบริเวณพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จ.สงขลา ระยะทาง 120 กิโลเมตร เพื่อเป็นคลองขนส่งสินค้าลักษณะคล้ายกับแม่น้ำเจ้าพระยา จะเป็นการร่นระยะทางการขนส่งสินค้า ทำให้เอกชนประหยัดต้นทุน และเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นมานานแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการแต่อย่างใด

Leave a comment :