วิกฤติสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกา ที่ลุกลามไปถึงสถาบันการเงินในสหภาพยุโรป วันนี้ผลกระทบต่อเนื่องไม่ได้จำกัดอยู่ในเฉพาะแวดวงการเงินประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเท่านั้น หากแต่ได้ลุกลามสู่เศรษฐกิจภูมิภาคอื่นๆ แล้ว โดยประเทศไทยเวลานี้ภาคการส่งออกของไทยได้รับผลกระทบเร็วกว่าที่หลายฝ่ายประเมินกันไว้ว่าน่าจะไตรมาสที่1หรือ2 ปีหน้า
อัญมณีหายวับ2.5หมื่นล.
นายวารินทร์ อัสสมงคล เลขาธิการสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โนเวลล์ ครีเอชั่น จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา และลุกลามส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ได้เริ่มส่งผลต่อการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยไปยังตลาดสหรัฐฯซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักอย่างชัดเจน ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมร่วมกับผู้ส่งออกสินค้าอัญมณีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากสมาชิกว่าจากลูกค้าขอชะลอออร์เดอร์สินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ได้สั่งซื้อกันในช่วงงานบางกอกเจมส์ระหว่างวันที่ 11-15 กันยายน 2551 ไปเกือบทั้งหมด ซึ่งลูกค้าได้ให้เหตุผลว่าจากสถานการณ์เศรษฐกิจในสหรัฐฯได้ส่งผลให้การบริโภคสินค้าอัญมณีฯซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยหดตัวลงอย่างมาก และสถาบันการเงินในสหรัฐฯได้เข้มงวดในการปล่อยกู้แก่ผู้ประกอบการมากขึ้น อีกทั้งยังได้เร่งให้ลูกหนี้ส่งคืนเงินกู้ที่กู้ไปก่อนหน้านี้ให้เร็วขึ้น
"จากการบริโภคในสหรัฐฯที่ชะลอตัวลง ประกอบกับแบงก์คุมเข้มเรื่องสินเชื่อ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ เมื่อเร็วๆนี้ ได้รับแจ้งจากลูกค้าขอชะลอออร์เดอร์ที่ได้เข้ามาสั่งซื้อช่วงงานบางกอกเจมส์เพื่อนำไปจำหน่ายช่วงเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่เกือบทั้งหมด พร้อมกับแจ้งว่าหากสถานการณ์คลี่คลายแล้วจะติดต่อเข้ามาใหม่ ส่วนสินค้าที่ส่งมอบไปแล้วก่อนหน้านี้ก็มีปัญหาการดึงเรื่องจ่ายเงินให้ช้าลงเพราะกลัวมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง เท่าที่สอบถามสมาชิกสมาคมที่มีอยู่กว่า 1,400 บริษัทเวลานี้ผู้ที่ทำตลาดสหรัฐฯเป็นหลักต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ในส่วนบริษัทของผมก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน"นายวารินทร์ กล่าว
นายสมชาย พรจินดารักษ์ อุปนายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ในฐานะประธานบริหารโครงการบางกอกเจมส์ กล่าวว่าการจัดงานบางกอกเจมส์ครั้งล่าสุด มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาทั้งสิ้นประมาณ 25,000-26,000 ล้านบาท ลดลงจากการจัดครั้งที่ผ่านมาที่จะมียอดออร์เดอร์ประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อครั้ง การแจ้งชะลอออร์เดอร์ของลูกค้าที่เข้ามาช่วงงานบางกอกเจมส์และแจ้งยกเลิกเป็นส่วนใหญ่เท่ากับว่าออร์เดอร์อัญมณีจะหายไปกว่า 20,000 ล้านบาท และจะส่งผลกระทบให้เป้าหมายส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับปีนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และเชื่อว่าวิกฤติการเงินสหรัฐฯครั้งนี้จะส่งผลกระทบยาวไปอีก 1ปีเป็นอย่างต่ำ
หวั่นลามยุโรป-อินเดีย
นายวารินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คิดว่าอีกไม่นานจะส่งผลกระทบจากการส่งออกไปตลาดอื่นๆ ด้วย เช่นการส่งออกสินค้ากึ่งสำเร็จรูปประเภทพลอยที่เจียระไนแล้วเพื่อนำไปประกอบเป็นตัวเรือนในอินเดีย หรือในประเทศอื่นๆ เพื่อส่งออกไปสหรัฐฯอีกทอดหนึ่งด้วย หากกำลังซื้อในสหรัฐลดลง อินเดียส่งสินค้าสำเร็จรูปเข้าสหรัฐฯไม่ได้ จะกระทบถึงวัตถุดิบพลอยในไทยในที่สุด และที่น่าจับตามองคือ ตลาดสหภาพยุโรป(อียู)ที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมปล่อยกู้ภาคอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐฯ และเวลานี้สถาบันการเงินหลายแห่งในอียูเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่องและล้มละลาย ซึ่งเชื่อแน่ว่าปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าอัญมณีฯ รวมถึงสินค้าอื่นๆ ของไทยไปอียูอย่างแน่นอนในระยะต่อไป
ขณะที่นายพรชัย ชื่นชมลดา ประธานกรรมการบริษัท พรชัยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่าลูกค้าไม่เพียงยกเลิกออร์เดอร์ที่สั่งซื้อกันช่วงงานบางกอกเจมส์เท่านั้น ที่ได้สั่งซื้อกัน 1-2 เดือนก่อนหน้านี้เพื่อนำไปใช้ช่วงเทศกาลคริสต์มาสก็ถูกยกเลิกเช่นเดียวกัน และบริษัทพรชัยอินเตอร์เนชั่นแนลฯ ซึ่งมีตลาดหลักที่อียูสัดส่วนกว่า 70% แม้จะไม่ได้รับผลกระทบทางตรงจากตลาดสหรัฐฯ แต่ก็ได้รับผลกระทบทางอ้อม เนื่องจากเศรษฐกิจอียูมีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐฯมีปัญหาจึงส่งผลกระทบต่อการบริโภคในอียู ส่งผลทำให้ออร์เดอร์ของบริษัทในปีนี้ได้หายไปกว่าครึ่งหนึ่ง
ส่งออกไปจีนกระทบแล้ว
นายหลักชัย กิตติพล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน)(บมจ.) ผู้ผลิตและส่งออกยางครบวงจรรายใหญ่ ที่มีการผลิตทั้งยางแท่ง ยางแผ่นรมควัน น้ำยางข้น และมีตลาดจีนเป็นหลักสัดส่วน 40% กล่าวว่าวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกา ได้กระทบถึงตลาดจีนแล้ว ขณะนี้ผู้ผลิตยางล้อรถยนต์ในจีนหลายแห่งสต๊อกเต็มจนต้องลดกำลังผลิตลง บางแห่งลดลงถึง 70% ส่งผลให้ต้องชะลอการสั่งซื้อวัตถุดิบยางจากประเทศไทย และส่วนที่สั่งซื้อไปแล้วก็ขอยืดเวลาชำระเงิน เพราะส่งออกยางล้อไปอเมริกาไม่ได้ เนื่องจากเศรษฐกิจอเมริกามีปัญหาชะลอสั่งซื้อยางล้อจากจีน
สอดคล้องกับศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่าการส่งออกของไทยไปจีนเดือนสิงหาคม 2551 เติบโตชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 1.4 จากช่วยเดียวกันของปีก่อน นับเป็นเดือนที่อัตราเติบโตการส่งออกไปจีนอยู่ในระดับต่ำสุดตั้งแต่ต้นปี 2551 สาเหตุสำคัญเนื่องจากภาวะส่งออกของจีนที่อ่อนแรงจากปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ความต้องการนำเข้าสินค้าของจีนเพื่อผลิตส่งออกชะลอลงด้วย โดยทั้งการนำเข้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนสิงหาคม ชะลอตัว
ลุ้นปัญหาชำระเงิน
นายวงกต ตั้งสืบกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่าเมื่อเร็วๆนี้กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ได้มีการหารือกันถึงผลกระทบต่อการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ อันเนื่องมาจากสถานการณ์วิกฤติสถาบันการเงินสหรัฐฯ ในแง่ของคำสั่งซื้อลดลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีเนื่องจากค่าเงินบาทแข็งกว่าเงินสกุลอื่นทำให้แข่งขันลำบาก โดยภาพรวมคาดว่าทั้งปีลดลงไปประมาณ 20%
อย่างไรก็ดีในช่วงนี้มีสินค้าจำนวนหนึ่งที่ผู้ส่งออกอยู่ระหว่างส่งมอบซึ่งมีการสั่งซื้อกันไว้ก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ได้รับชำระเงิน ทำให้มีความกังวลกันว่าสินค้าที่อยู่ระหว่างส่งมอบนี้จะได้รับชำระเงินหรือไม่ เพราะ L/C :Letter of Credit (เอกสารเรียกเก็บเงินวิธีหนึ่ง)จากอเมริกาส่วนใหญ่เป็น L/C Term (L/C ประเภทให้เครดิตกับลูกค้าในการชำระเงินส่วนใหญ่ประมาณ 60 วัน) นับจากวันที่ธนาคารประเทศผู้นำเข้าตรวจเอกสารส่งออกตาม Transport Document (เอกสารการขนส่งสินค้า)จากผู้ส่งออก ซึ่งผู้นำเข้าสามารถนำของออกจากท่าเรือได้ แต่มีเวลาชำระเงินอีก 60 วันทำให้ผู้ส่งออกมีความเสี่ยงระยะเวลา 60 วันกว่าจะได้ชำระเงิน สถาบันการเงินที่ผู้นำเข้าเปิดL/C มาจะมีปัญหาหรือไม่ ถ้ามีปัญหาโอกาสที่ผู้ส่งออกจะไม่ได้รับชำระเงินมีสูงมาก เพราะฉะนั้นภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ผู้ส่งออกจึงควรทำประกันความเสี่ยงL/C
กกร.พบนายกฯถกปัญหาพุธนี้
ขณะที่นายไพรัช บูรพชัยศรี กรรมการเลขาธิการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 8 ตุลาคมนี้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้เปิดโอกาสให้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.)เข้าพบ ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ซึ่งจะมีการแสดงความยินดีและมีการหารือกันในหลายเรื่อง โดยประเด็นหนึ่งที่จะหยิบยกขึ้นมาหารือคือ จากวิกฤติทางการเงินสหรัฐฯที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยภาครัฐและภาคเอกชนจะเตรียมรับมือ และแก้ไขสถานการณ์อย่างไร
ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากวิกฤติสหรัฐฯ จะมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย หรือเอสเอ็มอี เพื่อปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งคาดว่าจะใช้วงเงินดำเนินการกว่า 50,000 ล้านบาท
ขณะที่นายสันติ ระบุว่าอยากให้ภาครัฐดูแลปัญหาสภาพคล่องในประเทศ คงเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน ตรึงอัตราดอกเบี้ย เพราะเชื่อว่าอนาคตการส่งออกจะได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลกมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
บาทผันผวนซ้ำเติมส่งออก
ทั้งนี้ปัจจัยลบภาคการส่งออก ไม่เพียงวิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐฯที่กระทบตรงถึงภาคการส่งออกแล้ว แต่จากที่"ฐานเศรษฐกิจ" รวบรวมความเห็นต่อสถานการณ์แนวโน้มค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 และแนวโน้มปี 2552 ปัญหาค่าเงินบาทเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน
นางสาวอุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย) จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า แนวโน้มค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯใน 12 เดือนข้างหน้ามีแนวโน้มอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นผลจากที่คาดว่าจะเห็นแนวโน้มการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจะขาดดุลมากขึ้น จากการชะลอตัวของภาคส่งออกและรายได้ท่องเที่ยวลดลง โดยระดับของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯในปลาย 2551 จะอยู่ที่ 35.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และในกลางปี 2552 ค่าเงินบาทจะอยู่ที่ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ขณะที่นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประเมินระดับของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ที่ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และในปีหน้าค่าเงินบาทประมาณไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 จะอยู่ที่ 34-35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ในปลายปีอาจเห็นระดับของค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าที่ระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ธปท.ดูแลค่าบาทอุ้มส่งออก
ดร.อัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ธปท.จะดูแลไม่ให้ค่าเงินผันผวนมาก และให้เป็นไปตามแนวโน้มของภูมิภาค เพื่อให้ภาคการส่งออกสามารถตั้งราคาได้
สำหรับผลกระทบต่อการส่งออกในระยะต่อไปนั้น คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากขึ้น เพราะผลกระทบจากสถานการณ์ตลาดการเงินโลก ได้ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศเกิดใหม่ (G3) แล้ว ซึ่งในระยะต่อไปจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียและไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งด้านการส่งออก และท่องเที่ยว เนื่องจากประเทศไทยมีระบบเศรษฐกิจแบบเปิดที่มีสัดส่วนการนำเข้า - ส่งออกถึง 126% ของจีดีพี
ฟิทช์จับตาลูกค้ายุโรป-อเมริกา
นายเลิศชัย กอเจริญรัตนกุล ผู้อำนวยการภาคคอร์ปอเรตและกองทุน บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากวิกฤติการเงินโลก ฟิทช์ ได้ติดตามหรือมอนิเตอร์บริษัทข้ามชาติที่เป็นลูกค้าอยู่ตลอดเวลา ทั้งลูกค้าที่ออกหุ้นกู้และลูกค้าที่จัดอันดับเครดิต(เรตติ้ง) โดยเฉพาะลูกค้าจากยุโรปและอเมริกา เนื่องจากสถานการณ์มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ฟิทช์ ได้ลดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ค้ำประกันชนิดทยอยชำระคืนเงินต้นของบริษัท กัลฟ์ โคเจนเนอเรชั่น จำกัด เป็น 'AA+'จาก 'AAA' ขณะที่แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ หุ้นกู้ดังกล่าวประกอบด้วยหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2549 จำนวน 3 ชุด มูลค่ารวม 5,800 ล้านบาท การปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศของหุ้นกู้ดังกล่าวเป็นผลมาจากการปรับลดอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของ Hypo Real Estate Holding AG (HRE Group) และของ DEPFA Bank plc (DEPFA) ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันหุ้นกู้ดังกล่าว
ฟิทช์ ระบุว่า การปรับลดอันดับเครดิตของ HRE Group และ DEPFA เป็นผลมาจากการประกาศโดย HRE Group ว่ากลุ่มธนาคารในประเทศเยอรมนีได้ตกลงจะจัดสรรเงินกู้ระยะสั้นในรูปสกุลเงินยูโรให้แก่กลุ่ม ซึ่งฟิทช์เข้าใจว่าหลังจากนี้บริษัทจะได้รับการจัดสรรเงินกู้แบบมีหลักประกันจำนวน 35,000 ล้านยูโร จากธนาคารกลางยุโรป ซึ่งค้ำประกันโดยรัฐบาลประเทศเยอรมนี ในขณะที่การปรับลดอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ DEPFA สะท้อนมุมมองของฟิทช์ที่ว่า DEPFA มีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภายนอกเพื่อป้องกันมิให้ธนาคารประสบปัญหาสภาพคล่อง อันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของ DEPFA ยังคงสะท้อนถึงการได้รับการสนับสนุนทางอ้อมจากรัฐบาล
นอกจากนี้ปัจจุบัน ฟิทช์ ยังมีลูกค้าที่ออกหุ้นกู้ ซึ่งเป็นบริษัทจากสหรัฐอเมริกา คือ บริษัท คากิลล์ อินคอร์ปอเรทฯ (Cargill, Incorporated )ซึ่งได้มาระดมทุนในประเทศไทยด้วยการออกหุ้นกู้สกุลบาท วงเงิน 3,500 ล้านบาท อายุ 10 ปี ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ 'AAA' แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.