นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในช่วง 8 เดือนของปี 2551 มียอดส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น 20% โดยในเดือน ส.ค. มียอดส่งออกจำนวน 6.9 หมื่นคัน ซึ่งยังไม่เห็นสัญญาณของการชะลอตัวของตลาด แต่เมื่อมีวิกฤตทาง การเงินที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา อาจจะทำให้ยอดการส่งออกรถยนต์ไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้จำนวน 7.9 แสนคัน เนื่องจากต้องรอดูตลาดยุโรปว่าจะชะลอตัวลงหรือไม่ เพราะประเทศไทยส่งออกรถยนต์ไปยุโรป 17% แต่คาดว่าในปีนี้จะส่งออกได้ 7.7 แสนคัน ซึ่งเป็นไปตามเป้าเดิมที่เคยตั้งไว้ที่ 7.9 แสนคัน
สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกาจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะประเทศไทยไม่ได้ส่งรถยนต์ไปขาย ส่วนตลาดที่ส่งออกไปมากที่สุด ได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย และประเทศแถบเอเชีย
นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ยอดส่งออกรถยนต์ของไทยจะยังคงเป็นบวก ซึ่งปกติจะขยายตัว 15-20% ทุกปี แต่ปีนี้จะขยายตัวลดเหลือ 10% เนื่องจากตลาดหลักอาจจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก คือ ยุโรปและออสเตรเลีย ซึ่งประเทศไทยส่งออกรถยนต์ไปยัง 2 ประเทศนี้คิดเป็น 30% ของยอดส่งออก ในภาพรวมทั้งหมด
นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ รองประธานกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกจะกระทบต่อยอดการส่งออกบ้าง แต่ไม่มาก เพราะสหรัฐอเมริกาไม่ใช่ตลาดหลัก ส่วนสถานการณ์ในปีหน้ายังคาดเดายาก
สำหรับแผนการลงทุนของโตโยต้ายังเดินหน้าต่อไป โดยเฉพาะโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) ซึ่งจะพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด
นายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ กล่าวว่า ฮอนด้า ประเทศไทย อาจจะได้รับผลกระทบในด้านการส่งออกบ้าง ซึ่งบางประเทศอาจจะ มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อ ขณะที่ยอดขายภายในประเทศอาจจะสวนกระแส โดยยอดขายในประเทศ ปีนี้อยู่ที่ 9 หมื่นคัน จากปีที่แล้ว ทั้งปีมียอดขาย 6 หมื่นคัน ด้านการส่งออกปี 2551 มีจำนวนประมาณ 7 แสนคัน จากปีที่แล้วอยู่ที่ 6.5 หมื่นคัน
สำหรับปี 2552 คาดว่า สถานการณ์จะไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่ จึงต้องจับตาดูผลกระทบที่จะลามมายังยุโรปและออสเตรเลีย
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.