ประธานฮีโน่ เผยวิกฤติเศรษฐกิจส่งผลให้ดีมานด์รถบรรทุกหดตัวลงหนัก คาดตลาดรวมปีนี้จบที่ 13,500 คัน หดตัวลงกว่า 25% ระบุเตรียมปรับราคารถขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 6 เดือน เพื่อชดเชยการแบกภาระต้นทุนเงินเยนแข็ง เตรียมประกอบรถบรรทุก 6 ล้อ หัวลาก เอ็นจีวี แพงกว่าเดิมเพียง 7 แสน
นายโยชิโนริ โนกูจิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้ ความต้องการใช้งานรถบรรทุก ขนาด 2 ตันขึ้นไปหดตัวประมาณ 25% หรือคิดเป็นจำนวน 13,500 คัน ในส่วนของฮีโน่นั้นตั้งเป้าหมายที่จะรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ให้ได้เท่ากับปี 2551 คือประมาณ 40% เป็นผู้เล่นอันดับ 2 ในตลาดรถรองจากอีซูซุ
สำหรับฮีโน่ ในปี 2551 ที่ผ่านมา สามารถจำหน่ายรถบรรทุกได้ 7,156 คัน แบ่งเป็น รถบรรทุก 2-3 ตัน 900 คัน ที่เหลือเป็นรถขนาด3.5 ตันขึ้นไปและรถหัวลาก ในส่วนยอดขาย 2 เดือนแรกของปี 2552 ฮีโน่สามารถทำยอดขายได้ 866 คัน และรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ในอัตรา 40.2%
นายโนกูจิ กล่าวว่า หาก 1-2 ปี ทิศทางของวิกฤติเศรษฐกิจ ยังคงอยู่ในสภาพเช่นนี้ ตลาดรถบรรทุกอาจจะหดตัวลงถึง 40% อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังถือว่าตลาดรถบรรทุกไทยนั้นแข็งแกร่งกว่าตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค ค่ายรถนำสินค้าใหม่มาเปิดตัวช้ากว่าญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียว
“การประเมินว่าตลาดจะหดตัวลงหนัก เนื่องจากไม่มั่นใจว่าในครึ่งปีหลังรัฐบาลจะสามารถผุดโครงการเมกะโปรเจคได้หรือไม่ แต่หากทำได้คาดว่าจะเพิ่มดีมานด์รถบรรทุกขึ้นได้กว่า 1000 คัน” นายโนกูจิ กล่าว
นายโนจูกิ กล่าวต่อว่า แนวทางในการบริหารและปรับตัวของฮีโน่ในปีนี้คือ นโยบายให้ดีลเลอร์ทำการสต็อกรถไว้ให้น้อยที่สุด โดยบริษัทฯ จะเป็นผู้สต็อกรถไว้เองในระดับ 1 เดือน หรือประมาณ 400-500 คัน ซึ่งเป็นยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนของฮีโน่ นอกจากนี้ เป็นที่ทราบกันดีกว่าผู้ประกอบการรถบรรทุกญี่ปุ่นในไทยนั้นประสบปัญหาภาระต้นทุนในการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์จากญี่ปุ่นที่มีสัดส่วนสูงถึง 70% ในรถบรรทุก 1 คัน มีต้นทุนสูงขึ้นจากภาวะค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นมากกว่า 25% และเร็วๆ นี้ บริษัทฯ มีแผนจะปรับราคาสินค้าขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เคยปรับขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกในเดือนตุลาคม ปี 2551 ปรับขึ้น 1.5% และครั้งที่ 2 ในเดือนมกราคม ปี 2552 ปรับขึ้น 2%
ล่าสุด ฮีโน่จะเปิดตัว รถบรรทุก 6 ล้อ และรถหัวลาก เครื่องยนต์ก๊าซธรรมชาติเหลวอัดหรือซีเอ็นจี
อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มีนาคมนี้ โดยเป็นระบบ เชื้อเพลิงเดี่ยว (dedicate) ประกอบจากโรงงานฮีโน่ สำหรับราคาจะปรับเพิ่มสูงขึ้นจากรุ่นปกติ 7 แสนบาท/คัน และคาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้คิดเป็น 10% ของยอดขายรวมในปีแรกของการทำตลาด
ปัจจุบันแม้ราคาน้ำมันถูกลงแต่ ลูกค้า ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการยัง เล็งเห็นว่าราคา ก๊าซซีเอ็นจีนั้นถูกว่าน้ำมันดีเซลถึง 50% ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ในระยะยาว เหมาะกับช่วงภาวะเศรษฐกิจขาลง
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.