ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญนอกเหนือจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก คือ ผลของการเปิดเสรีทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปิดเสรีภายใต้กรอบความตกลงอาเซียน(อาฟต้า) ซึ่งมีประชากรในกลุ่มประเทศสมาชิกรวมกันกว่า 500 ล้านคน
และตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.53 สินค้าในกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนทั้งหมดได้มีการลดภาษีศุลกากรลงเหลือ 0% ในกลุ่มประเทศสมาชิกเดิม 6 ประเทศ จึงคาดว่ามูลค่าการส่งออกรถยนต์จากไทยไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนมีโอกาสที่จะขยายตัวสูงถึง 86-91% ในปีนี้
โดยคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลัง การส่งออกจะยังคงมีมูลค่าสูงขึ้นกว่าในช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากมีหลายบริษัทที่จะเริ่มส่งออกรถยนต์จากสายการผลิตใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก แต่อัตราการขยายตัวช่วงครึ่งปีหลังคงชะลอลงมาอยู่ที่ 65-74% จาก 120% ในครึ่งปีแรก เนื่องจากผลของฐานเปรียบเทียบในปีก่อนที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเปิดเสรีภายในอาเซียนทำให้สินค้าบางประเภทได้รับผลกระทบด้านลบ เช่น รถบัสและรถบรรทุก รวมถึงกระปุกเกียร์ เป็นต้น ซึ่งมีการนำเข้ามายังไทยเพิ่มสูงขึ้นค่อนข้างมาก
นอกจากนี้ปัญหาและความไม่พร้อมในแง่ต่างๆ ของไทยทั้งในด้านกฎระเบียบของภาครัฐ เช่น ปัญหาเรื่องเอกสารต่างๆ ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและการขาดศูนย์ทดสอบยานยนต์และชิ้นส่วนในประเทศ
ประกอบกับปัญหาจากนอกประเทศ เช่น มาตรการที่มิใช่ภาษีต่างๆ ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ส่งผลทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับปัญหาในการส่งออก และไม่ได้รับประโยชน์จากการเปิดเสรีทางการค้าอย่างเต็มที่
ส่วนแนวทางในการจัดการกับปัญหาต่างๆ ดังกล่าว ภาครัฐมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องร่วมมือกันและเร่งเข้าไปดูแล เพื่อลดอุปสรรคให้กับผู้ประกอบการ
เพื่อช่วยขยายโอกาสในการส่งออกสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนไทย รวมถึงเพิ่มโอกาสในการเป็นฐานการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนที่น่าลงทุนในภูมิภาคในระยะยาว
















Leave a comment :