"แนวคิดตั้งบริษัทร่วมมือการค้าข้าวเพื่อเป็นแกนกลางให้ราคาข้าวมีเสถียรภาพ ไทยได้เสนอตั้งแต่การประชุมเออีเอ็มที่กรุงเทพฯเมื่อปีก่อน แต่ไม่คืบหน้า เพราะหลายประเทศติดปัญหาเรื่องคลังจัดเก็บข้าวและโรงสีไม่เพียงพอ ก็คงต้องหารือแก้ปัญหาเหล่านี้ การจะระบายข้าวตอนนี้จะดูเวลาที่เหมาะสมและเจาะประเทศเป้าหมาย ซึ่งเร็วๆ นี้ รองนายกฯไตรรงค์ (สุวรรณคีรี) จะเดินทางไปโรดโชว์ที่ไนจีเรีย"
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการดำเนินการดูแลการแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าวเปลือกของรัฐบาลว่า ที่ประชุมอนุมัติให้โรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับซื้อข้าวเปลือกนาปรัง 2553 ที่มีปริมาณเกิน 1,000 ตัน สามารถสีแปรเป็นข้าวสารได้ 30% โดยส่งมอบภายใน 7 วันและห้ามปลอมปนอื่นๆ ส่วนข้าวที่เหลือและโรงสีที่รับซื้อไม่ถึง 1,000 ตัน จะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) อนุมัติต่อไป ปัจจุบันมีข้าวเปลือกรับซื้อจากการแทรกแซงราคารวม 140,000 ตัน
นายยรรยงกล่าวว่า ในการประชุม กขช.ที่คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาประเด็นการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรแบบถาวร พิจารณาหลักเกณฑ์ ปริมาณ และราคาของการประกันรายได้เกษตรกรข้าวเปลือกนาปี 2553/54 และมาตรการพยุงราคาข้าว โดยให้มีการรับซื้อหากราคาต่ำกว่า 7,200 บาท/ตัน ส่วนปริมาณประกันรายได้เกษตรกร/ครัวเรือน และเป้าหมายประกันรายได้ ต้องดูข้อมูลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อน ส่วนกระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้กำหนดราคาประกันรายได้เท่าปีก่อน คือ ข้าวเปลือกเจ้า 5% ตันละ 10,000 บาท ข้าวปทุมธานีตันละ 11,000 บาท ข้าวเปลือกเหนียวตันละ 9,500 บาท และข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 15,300 บาท
















Leave a comment :