Switch to: uk
23 May 2012 14:30PM

ญวน-เขมรหั่นภาษี73รายการ

21 Mar 11 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

ส่งออกไทยป่วน เวียดนามจับมือกัมพูชา หั่นภาษีพิเศษสินค้านำเข้าระหว่างกันกว่า 70 รายการ จับตาสินค้าที่กัมพูชาเคยนำเข้าจากไทยเสียตลาดให้เวียดนามแทน  กาแฟ นมสด โยเกิร์ตโดนแน่ ขณะที่จะส่งผลให้เวียดนามสามารถรวบรวมวัตถุดิบ ในหมวดสินค้าเกษตร ประมง และสิ่งทอจากกัมพูชานำไปแปรรูปส่งออกได้ในต้นทุนที่ต่ำลง แย่งตลาดไทยได้มากขึ้น สมาคมผู้ส่งออกข้าวชี้นับวันยิ่งกระทบ

 แหล่งข่าวจากกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า การส่งออกสินค้าของไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน นับวันการแข่งขันจะเพิ่มความรุนแรง  ซึ่งจะทำให้เสียส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น ล่าสุดเวียดนามและกัมพูชาได้บรรลุข้อตกลงพิเศษในการลดภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกัน โดยตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นไป เวียดนามจะลดภาษีสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดในกัมพูชาส่งออกไปเวียดนามรวม 60 รายการลงเป็น 0% จากอัตราปกติจะมากน้อยแตกต่างกันไป


 สินค้าดังกล่าว ประกอบด้วยหมวดสินค้าเกษตร ได้แก่ ถั่ว เมล็ดมะม่วง กล้วย สับปะรด ฝรั่ง มะม่วง มังคุด แตงโม มะกะกอ ทุเรียน เงาะ ขนุน กาแฟ ข้าวเปลือก ข้าวสาร ละหุ่ง น้ำมันปาล์ม เห็ด ใบยาสูบ ยาง และฝ้าย หมวดสินค้าประมง ได้แก่ กุ้ง ปู และหมวดสินค้าสิ่งทอ ได้แก่ เสื้อผ้าและสิ่งทอ รองเท้า ขณะที่กัมพูชาจะลดภาษีสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดในเวียดนามส่งออกไปกัมพูชาลงเหลือ 5% รวม 13 รายการ ในสองหมวดสินค้า คือ หมวดอาหาร ได้แก่ โยเกิร์ต นมสด นมข้น การแฟคั่ว และบด และหมวดถุงบรรจุ ได้แก่ ถุงแบบเคลือบอะลูมิเนียม และลามิเนต


 การลดภาษีพิเศษระหว่างกันโดยตรงดังกล่าว ถือเป็นความตกลงนอกกรอบความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน(อาฟต้า)ที่ตามกำหนดการแล้วทั้งสองประเทศจะต้องลดภาษีนำเข้าสินค้าปกติให้กับประเทศสมาชิกอาเซียนลงเป็น 0% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 หรือในอีกเกือบ 4 ปีข้างหน้า ซึ่งความตกลงจะส่งผลกระทบต่อสินค้าเหล่านี้ที่นำเข้าจากประเทศอื่น เช่น กาแฟ นมสด และโยเกิร์ต ที่กัมพูชาเคยนำเข้าจากไทย เมื่อความตกลงมีผลบังคับใช้ สินค้าจากเวียดนามย่อมราคาถูกกว่าไทยเพราะเสียภาษีนำเข้าในอัตราต่ำกว่า ขณะที่สินค้าทั้ง 3 หมวดรวม 60 รายการที่เวียดนามลดภาษีนำเข้าลงเป็น 0% ให้กัมพูชา จะทำให้เวียดนามสามารถนำเข้าวัตถุดิบต้นทุนต่ำจากกัมพูชาไปใช้แปรรูปส่งออก และสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดไทยในต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น


 สอดคล้องกับแหล่งข่าวจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จากการลดภาษีพิเศษระหว่างกันโดยตรงของทั้งสองประเทศ ขณะที่บรรยากาศทางการเมืองระหว่างไทยกับกัมพูชาไม่สู้ดีนักจะมีส่วนผลักดันให้กัมพูชาหันไปนำเข้าสินค้าจากเวียดนามมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าอุปโภค-บริโภคระดับล่างที่แข่งขันด้านราคาเป็นหลัก แม้ในปัจจุบันในเรื่องภาพลักษณ์และมาตรฐานสินค้าในภาพรวมแล้ว ชาวกัมพูชายังให้ความนิยมและเชื่อมั่นสินค้าไทยมากกว่าก็ตาม แต่ก็ไม่ควรจะชะล่าใจเพราะเวียดนามก็มีการพัฒนาสินค้าตลอดเวลา ระยะกลางและระยะยาวไทยอาจเสียส่วนแบ่งตลาดกัมพูชา รวมถึงอาเซียนไปให้เวียดนามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นผู้ประกอบการไทยควรเร่งพัฒนาสินค้าทั้งในเรื่องคุณภาพมาตรฐาน รูปแบบดีไซน์ที่มีความแปลกใหม่เพื่อขยับหนีไปอีกระดับหนึ่ง


 ด้านนายชูเกียรติ  โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ข้อตกลงพิเศษในการลดภาษีนำเข้าข้าวเปลือก และข้าวสารของเวียดนามจากกัมพูชาลงเป็น 0% จะทำให้เวียดนามมีการนำเข้าข้าวจากกัมพูชาเพิ่มขึ้น และจะทำให้เวียดนามส่งออกข้าวแข่งขันกับไทยได้เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาเวียดนามมีการนำเข้าข้าวทุกประเภทจากกัมพูชามากกว่า  2 ล้านตันต่อปี
 

"ภาษีนำเข้าข้าวของเวียดนามจากสมาชิกอาเซียนที่ตั้งไว้ระดับหนึ่งเพื่อปกป้องเกษตรกรภายใน รวมถึงตั้งไว้ตามข้อตกลงอาฟต้า แต่ในทางปฏิบัติแล้วในการนำเข้าข้าวจากกัมพูชาของเวียดนามไม่ต้องเสียภาษี เพราะเป็นการค้าชายแดนมีรถ มีเรือ ขนสินค้าเข้าออกตลอดเวลา ไม่ต้องเปิดแอล/ซี

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.