นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า ปัจจุบัน รัฐบาลจีนสนับสนุนการปลูกข้าวตกแต่งทางพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) เพราะพื้นที่เพาะปลูกของจีนลดลง จากการขยายตัวของเมือง ประกอบกับ จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นมาก คาดว่า ข้าวจีเอ็มโอจะได้รับอนุญาตให้วางจำหน่ายในท้องตลาดได้ภายใน 3-5 ปี หลังจากผ่านการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่รับรองถึงความปลอดภัยต่อการบริโภค และไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแน่นอนแล้ว ซึ่งแสดงว่า ในอนาคตจีนอาจส่งออกข้าวได้มากขึ้นด้วย
“การทำตลาดข้าวในจีน เอกชนไทยควรมุ่งไปที่ตลาดระดับบน และใช้ชื่อเสียงความเป็นข้าวไทยเป็นจุดขาย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ เพื่อแยกตัวเองออกจากคู่แข่งในอาเซียน อีกวิธีคือ การใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นแบรนด์รับประกันความแท้ มาตรฐานคุณภาพข้าว ประกอบกับ จีนผูกพันไว้ในองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) กำหนดโควตานำเข้าข้าวปีละ 5.32 ล้านตัน และความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ทำให้ภาษีข้าวลดลงเป็น 0% ซึ่งทำให้ข้าวไทยเข้าตลาดจีนได้ง่ายขึ้น และได้เปรียบสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่” นางนันทวัลย์ กล่าว
ส่วนการส่งออกข้าวไทยไปซาอุดิอาระเบียนั้น ในช่วงครึ่งหลังปี 54 ซาอุฯ จะนำเข้าข้าว 1.20 ล้านตัน โดยมีแนวโน้มที่จะบริโภคข้าวนึ่งเพิ่มขึ้น เพราะหุงต้มง่ายกว่าข้าวบาสมาติ แต่ยังมีปัญหาค่าเงินบาทแข็งเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐฯ ผู้นำเข้าข้าวซาอุฯ อาจนำเข้าข้าวจากอาเซียนอื่นแทนคาดว่า ตั้งแต่เดือนมิ.ย.เป็นต้นไป น่าจะเป็นโอกาสของข้าวไทย เพราะชาวซาอุฯ ต้องเตรียมไว้สำหรับในช่วงถือศีลอด (รอมฎอน) ของทุกปี หรือประมาณเดือนส.ค. หรือเดือนต.ค.
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.