ทั้งนี้ พบว่ายอดส่งออกรถยนต์นั่งสำเร็จรูปเติบโตอย่างมาก โดยคาดว่าในปี 2550 ปริมาณการส่งออกรถยนต์นั่งสำเร็จรูปจะสูงถึง 7.74 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 35% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวมาจากปัจจัยของการขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
ขณะที่ยอดส่งออกรถจักรยานยนต์ก็ยังเติบโต โดยคาดว่าในปีนี้จะมีปริมาณการส่งออกถึง 3.13 หมื่นคัน หรือเพิ่มขึ้น 25% โดยมีปัจจัยมาจากความนิยมของรถจักรยานยนต์รุ่นซีบีอาร์ 125 อาร์ ในตลาดยุโรป รวมถึงตลาดใหม่ๆ เช่น ประเทศออสเตรเลียและแคนาดา
"ปี 2550 นี้นับเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งของฮอนด้า โดยรถจักรยานยนต์ฮอนด้ามียอดผลิตสะสมครบ 15 ล้านคัน เครื่องยนต์อเนกประสงค์มียอดผลิตสะสม 10 ล้านเครื่อง และรถยนต์มียอดผลิตสะสมครบ 1 ล้านคัน" นายโอยาม่า กล่าว
สำหรับปีที่ผ่านมาฮอนด้ายังได้ลงทุนเพิ่มจำนวนมากในประเทศไทย โดยเฉพาะการลงทุนมูลค่า 6.2 พันล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งที่สอง ซึ่งเป็นจำนวนเงินลงทุนสูงสุดในประวัติการณ์ตั้งแต่เริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มเดินสายพานการผลิตได้ในปลายปี 2551 นี้ ส่งผลให้กำลังการผลิตรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 1.2 แสนคัน เป็น 2.4 แสนคันต่อปี รวมถึงได้ประกาศเพื่อเตรียมลงทุนในโครงการอีโคคาร์ ซึ่งฮอนด้าเป็น ผู้ประกอบการรายแรกที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.